
รงค์ วงษ์สวรรค์...
รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นนักคิดนักเขียน เป็นนักหนังสือพิมพ์ และเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับแต่ปี พ.ศ. 2511 ขึ้นมา
ช่วงพ.ศ.ดังกล่าวนี้ เป็นทศวรรษของปี 1960 ยุคสงครามเวียดนามและยุคของฮิปปี้ หนุ่มสาวผู้ใฝ่ฝันและแสวงหาสันติภาพ ’รงค์ ผู้เพิ่งเดินทางกลับมาจากอเมริกา นับว่าเป็นนักเขียนคนแรกก็ว่าได้ ที่ได้นำเรื่องราวและชีวิตของโลกยุคทศวรรษนี้มาให้คนไทยได้รู้จักดีอย่างลึกซึ้ง
งานเขียนชิ้นเอกอย่าง “ใต้ถุนป่าคอนกรีต” ไม่เพียงแต่ทำให้นักอ่านส่วนใหญ่ซึ่งเป็นปัญญาชนคนหนุ่มสาวได้รู้ซึ้งถึงเรื่องราวของคนไทยส่วนหนึ่งที่ได้ไปใช้ชีวิตเผชิญโชคอยู่ในอเมริกาขณะนั้นแล้ว ที่สำคัญยังได้พบกับสำนวนและภาษาเขียนที่เป็นลักษณะแปลกใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่เคยมีมาก่อนในวงวรรณกรรมไทยอีกด้วย
งานของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ จึงนับได้ว่า เป็นอีกก้าวหนึ่งซึ่งสำคัญของยุควรรณกรรมไทย
“เปรี้ยง! เปรี้ยง!... ถัดมาคือความตายของนกสองตัวกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของพรานหนุ่มทราม คะนอง” นี่คือตัวอย่างหนึ่งในสำนวนเขียนของ
’รงค์ วงษ์สวรรค์ และหรือภาษาสำนวนที่ลือลั่นอย่างเช่นว่า “ว่าแล้วเขาก็ก้าวออกจากกางเกง เดินไปหาหล่อน” อย่างนี้เป็นต้น
’รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2538 แต่คำว่า “พญาอินทรีแห่งสวนอักษร” นั้นเขาเป็นมานานแล้ว
ผลงานของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ มีอยู่มากมายนับเป็นร้อยเล่ม ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น สารคดี ฯลฯ และ นานนับ 4 ทศวรรษที่ได้สร้างงานเขียนออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายในวัย 77 ปี
’รงค์ วงษ์สวรรค์ ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ดอยโป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มานับนาน และก็ป่วยเจ็บมาหลายปีแล้ว ผมได้เคยมีโอกาสขึ้นบนดอยไปคารวะนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ 2 ครั้งด้วยกัน ได้พบได้ฟัง ’รงค์ วงษ์สวรรค์ พูดคุยอย่างรู้รอบเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความรู้ในเรื่องต้นไม้ใบหญ้าอันเป็นวิชาพฤกษศาสตร์ หาตัวจับได้ยากนัก
ขณะที่ป่วยเจ็บอยู่ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยพูดว่า “ค่าเช่าเวลาสำหรับมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ของผมช่างแพงเสียเหลือเกิน” นั้นบัดนี้นับว่า ได้สิ้นสุดลงแล้ว ’รงค์ วงษ์สวรรค์ หรือว่า “พี่ปุ๊” ของผมคงมีแต่บรมสุข อยู่ในสัมปรายภพแล้ว
ขอกราบคารวะดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ไว้ ณ ที่ตรงนี้ครับ



