คอลัมนิสต์

เหตุเกิดที่เกาหลีเหนือ

เหตุเกิดที่เกาหลีเหนือ

20 มี.ค. 2552

ปี 2552 เป็นปีที่เกาหลีเหนือกับสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ครบ 60 ปี ซึ่งเกาหลีเหนือและจีนได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งมิตรภาพ” (Year of China-DPRK Friendship) ของประเทศทั้งสอง แต่ในทางตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนื

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หน่วยข่าวกรองของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ สืบทราบข้อมูลตรงกันว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมการทดลองยิงจรวดพิสัยไกลจากฐานที่ตั้งชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของประเทศ แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่สหรัฐคาดว่า เกาหลีเหนือมีความพยายามจะยิงจรวดเพื่อส่งดาวเทียมคมนาคมของตนขึ้นไปโคจรรอบโลก แต่ญี่ปุ่นมีความกังวลว่า จรวดพิสัยไกลของเกาหลีเหนือหากติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ก็จะมีรัศมีทำการที่สามารถโจมตีญี่ปุ่นทั้งประเทศ รวมถึงบางส่วนของชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐได้ในพริบตา

 ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่เกาหลีเหนือทดลองยิงจรวดพิสัยไกล โดยครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี 2541 ซึ่งเป็นการยิงใส่ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง และครั้งที่ 2 ในปี 2549 ซึ่งจรวดตกลงในทะเลใกล้ฐานยิง อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักวิเคราะห์จะไม่คิดว่าเกาหลีเหนือจะสามารพัฒนาเทคโนโลยีไปถึงขั้นที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้สำเร็จ แต่ญี่ปุ่นก็ประกาศว่าการทดลองยิงจรวดไม่ว่าประเภทใดของเกาหลีเหนือเป็นการละเมิดมติสหประชาชาติ และคุกคามต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นโดยตรง ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ญี่ปุ่นจะส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ 2 ลำ ออกไปในทะเลญี่ปุ่น เพื่อสกัดกั้นและทำลายจรวดของเกาหลีเหนือ

 ขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ออกคำสั่งให้ทหารทุกหน่วยเตรียมพร้อมเต็มอัตราศึก เพื่อรับมือกับการซ้อมรบร่วมกันระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ การซ้อมรบครั้งนี้ ประกอบด้วยกำลังฝ่ายสหรัฐ 2.6 หมื่นนาย และเกาหลีใต้ประมาณ 3 หมื่นนาย ร่วมด้วยเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำ เกาหลีเหนืออ้างว่าการเตรียมพร้อมดังกล่าวเป็นมาตรการในการป้องกันประเทศ และเพื่อปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติ โดยสหรัฐ และเกาหลีใต้ กล่าวว่า การซ้อมรบเป็นกิจกรรมร่วมกันของประเทศทั้งสอง ซึ่งมีอยู่เป็นประจำแทบทุกปี และมิได้มีความตั้งใจที่จะรุกรานเกาหลีเหนือแต่อย่างใด แต่เกาหลีเหนือก็แสดงความข้องใจที่การซ้อมรบครั้งนี้กินระยะเวลายาวนานถึงสองสัปดาห์ และมีทหารเข้าร่วมการฝึกซ้อมก็มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งมีขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับการทดลองยิงจรวดของตน

 ในเวลาต่อมาเสนาธิการทหารเกาหลีเหนือได้ประกาศว่า กองทัพเกาหลีเหนือจะตอบโต้การรุกรานจากภายนอกอย่างรุนแรง ขณะที่ทางการเกาหลีเหนือก็จัดการตัดระบบโทรคมนาคมกับเกาหลีใต้ โดยก่อนหน้านี้ในวันที่ 30 มกราคม เกาหลีเหนือได้ประกาศยกเลิกข้อตกลงสันติภาพต่างๆ ที่ทำกับเกาหลีใต้ เป็นผลให้เกิดการกระทบกระทั่งกันตามแนวชายแดน นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังขู่ว่าจะไม่รับรองความปลอดภัยของเครื่องบินพาณิชย์เกาหลีใต้ที่บินเข้าไปใกล้น่านฟ้าเกาหลีเหนือในช่วงการซ้อมรบ

 อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็มีความพยายามจะผ่อนคลายความตึงเครียดของสถานการณ์ โดยเกาหลีเหนือได้ส่งคณะนายทหารระดับสูงเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการของสหประชาชาติที่เกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสหรัฐ อันนับเป็นการพบปะกันครั้งแรกในรอบ 7 ปี ขณะเดียวกันสหรัฐก็ส่งทูตพิเศษเดินทางไปยังจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อหาทางเกลี้ยกล่อมให้เกาหลีเหนือยินยอมเข้าร่วมการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ต่อ หลังจากที่ชะงักงันมาระยะหนึ่ง

 แต่สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ สถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการวางตัวทายาททางการเมืองของผู้นำเกาหลีเหนือคนใหม่สืบแทนประธานาธิบดี คิม อิล ซุง ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพ ท่ามกลางกระแสของความไม่พอใจในพรรคคอมมิวนิสต์ และกองทัพเกาหลีเหนือ ซึ่งไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจในตระกูลคิม หากแต่อยากให้มีการเปิดโอกาสแก่ผู้นำรุ่นใหม่คนอื่นๆ บ้าง