คอลัมนิสต์

สมบัติชาติ

สมบัติชาติ

20 มี.ค. 2552

ทุกครั้งที่เห็นซากปรักหักพังของปราสาท พระราชวัง รวมถึงวัดวาอาราม ใน จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วรู้สึกหดหู่ หากโบราณสถานเหล่านี้ไม่ถูกข้าศึกศัตรูเผาทำลาย เมื่อครั้งเสียกรุง ป่านนี้คงเด่นตระหง่านสวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

แม้จะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่โบราณสถานเหล่านี้ บ่งบอกได้ว่าในอดีตกรุงศรีอยุธยาเคยเจริญรุ่งเรืองเพียงใด

 โบราณสถานเหล่านี้ เป็นสมบัติของชาติควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจในเกียรติประวัติชาติไทย ได้ภูมิใจในความเสียสละของบรรพบุรุษที่เอาเนื้อรับคมดาบ เอาเลือดอาบแผ่นดิน ปกป้องผืนแผ่นดินเอาไว้

 เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะชาวพระนครศรีอยุธยา ต้องร่วมแรงร่วมใจกันรักษาโบราณสถานไว้เป็นสมบัติของชาติ ให้อยู่คู่กับประเทศไปตราบนานเท่านาน

 แต่ทุกวันนี้ ทุกครั้งที่เดินทางไป จ.พระนครศรีอยุธยา รู้สึกเจ็บปวด เพราะมีคนบางกลุ่มบางจำพวก มีทั้งที่แอบชายผ้าเหลือง ผ้าขาว คนมีสี และไม่มีสี ย่ำยีโบราณสถานและสถานที่ทางประวัติศาสตร์

 คนพวกนี้เห็นแก่ได้ ฉกฉวยหาผลประโยชน์จากสถานที่เหล่านั้น มีทั้งที่บุกรุกยึดครอง แปรสภาพสถานที่โบราณเป็นแหล่งท่องเที่ยว อาศัยความเลื่อมใสในศาสนา ทำธุรกิจในเชิงพุทธพาณิชย์ เห็นแล้วระอาใจ

 ที่หนักสุดเห็นจะเป็นขบวนการขุดซากโบราณสถานค้นหาสมบัติ นำมาขายกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังต่างๆ ที่อ้างกันว่าขุดได้จากโบราณสถานในพระนครศรีอยุธยา

 คนเหล่านี้หากินกับซากปรักหักพังที่เป็นสมบัติของชาติมานาน แต่ไม่รู้ด้วยเหตุอันใด ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถตัดรากถอนโคนโจรชั่วเหล่านี้ได้เสียที

 อย่างที่เจดีย์ ภายในวัดเจ้าชาย ที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นวัดกระชาย ที่ว่ากันว่าเป็นอนุสรณ์ของสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งถูกทิ้งร้างให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งที่ดินของวัดจำนวนไม่น้อยถูกยึดครองไปแทบหมด แม้กระทั่งทางเข้าวัดก็ไม่มี ปัจจุบันเจดีย์ทรุดโทรมอย่างหนัก ใกล้พังทลาย โดยรอบฐานเจดีย์ถูกขุดหาสมบัติจนปรุ

 กรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องเข้าไปดำเนินการหาทางบูรณะเจดีย์วัดเจ้าชาย อย่างเร่งด่วนครับ ก่อนที่สมบัติชาติชิ้นนี้จะพังทลายไปเสียก่อน

 สมบัติชาติ สมบัติแผ่นดิน เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมรักษาไว้

 

ทัศชยันต์ วาหะรักษ์

[email protected]