
"นเรศน โรปกรณ์"และ"รงค์ วงษ์สวรรค์"
ผมขอแสดงความคารวะและอาลัยต่อนักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งบรรณพิภพไทย2 ท่านซึ่งจากไกลไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ท่านแรกคือ คุณนเรศนโรปกรณ์ นักกลอนนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ซึ่งอำลาโลกไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม และถัดมาอีก 7 วัน คุณ รงค์วงษ์สวร
ในช่วงปีพ.ศ. 2500 คุณนเรศ ร่วมกับเพื่อนๆ คือ คุณกิจจา ปูรณัน คุณกรองแก้ว เจริญสุข และคุณวันเพ็ญ วงศ์สวัสดิ์ จัดรายการจักรวาลกวี ที่สถานีวิทยุ ปชส.7 ซึ่งเป็นแหล่งรวมของนักกลอนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ในยุคนั้น เช่น คุณปิยะพันธุ์ จำปาสุต คุณอเนก แจ่มขำ คุณประเสริฐ จันดำ คุณสุรชัย จันทิมาธร ฯลฯ
คุณนเรศได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเมืองไว้หลายเล่ม เช่น 100 ปี พระยาพหลฯ และ ความเห็นแย้งคำพิพากษากรณีสวรรคตฯ รวมทั้งเขียนคอลัมน์ กงล้อการเมือง ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ก่อนจะมาเป็นคอลัมน์ สาวเอยจะบอกให้ เพื่อให้ข้อคิดและเตือนใจสตรีจากภัยทางเพศ ซึ่งเมื่อพิมพ์รวมเล่มก็เป็นหนังสือที่ขายดีเป็นประวัติการณ์
คุณนเรศ ได้ชื่อว่าเป็นข้อต่อระหว่างกวีรุ่น จิตร ภูมิศักดิ์ และ นายผี กับกวีรุ่นหลังคุณนเรศ เอง ได้ฝากผลงานซึ่งมีวรรคทองตราตรึงอยู่ในความทรงจำหลายบท เช่น เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้งหรือจึงมุ่งมาศึกษา เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดเท่านั้นฤา แท้ควรสหายคิด และตั้งจิตร่วมยึดถือ รับใช้ประชาคือ ปลายทางเราที่เล่าเรียนและ หากขาดโดมเจ้าพระยาท่าพระจันทร์เสมือนขาดสัญญลักษณ์พิทักษ์ธรรม เป็นต้น
คุณนเรศใช้เวลาช่วงปลายชีวิตอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคามิลเลียน จังหวัดจันทบุรี และเสียชีวิตในวัยประมาณ 80 ปี ด้วยโรคปอดอักเสบ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2552 สำหรับคุณรงค์วงษ์สวรรค์ มีชื่อจริงว่า ณรงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นชาวจังหวัดราชบุรี
ในวัยหนุ่มเคยเป็นนายท้ายเรือโยงคุมปางไม้ที่ จ.เชียงใหม่ และแสดงภาพยนตร์ ก่อนจะศึกษาเรื่องการถ่ายภาพ และเป็นช่างภาพนิตยสารในเครือพิมพ์ไทย แล้วย้ายไปอยู่ที่สยามรัฐ เริ่มมีชื่อเสียงจากการเขียนคอลัมน์ รำพึงรำพัน โดยใช้นามปากกาว่า ลำพู ในสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์มีผลงานเขียนรวมเล่มเล่มแรกคือ หนาวผู้หญิง ใน พ.ศ.2503 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทำให้มีผลงานเล่มอื่นๆ เช่น เถ้าอารมณ์ ไฟอาย สนิมสร้อย บางลำพูสแควร์ ฯลฯ ทยอยออกสู่สายตาผู้อ่านอย่างไม่ขาดสาย
พ.ศ.2506-2510 คุณ รงค์ เดินทางไปใช้ชีวิตในสหรัฐ ในฐานะผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อเดินทางกลับมาก็มีผลงาน เช่น ใต้ถุนป่าคอนกรีต นิราศดิบ หอมดอกประดวน เสเพลบอยชาวไร่ ฯลฯ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง พร้อมกับการทำหนังสือ เช่น บีอาร์ เฟื่องนคร ฯลฯ ในรูปลักษณ์ใหม่ๆ และในปี 2538 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ประกาศยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
ระยะหลัง คุณ 'รงค์ ใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และล้มป่วยด้วยโรคไต จนต้องรับการฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แต่ก็ยังมีผลงานในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ และเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมานี้เอง ขณะอายุได้ 77 ปี
แม้ว่าทั้ง คุณนเรศนโรปกรณ์ และคุณรงค์วงษ์สวรรค์ จะจากไปแล้วแต่ผมเชื่อว่าเรื่องราวและผลงานของท่านจะจารึกอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นหลังตลอดไป
คุณนเรศนโรปกรณ์ มีชื่อเดิมว่าสิงห์ชัย บังคนารา เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ เข้าศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2493 แต่ต่อมาในปี 2495 ขณะเรียนอยู่ปีที่ 3 ก็ถูกจับในคดีกบฏสันติภาพ ซึ่งคัดค้านการส่งกองทหารไทยเข้าร่วมในสงครามเกาหลี คุณนเรศ ถูกจับกุมคุมขังร่วมกับนักคิดนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ จำนวน 104 คน อาทิ
คุณอารีย์ ลีวีระ คุณบุศย์ สิมะเสถียร คุณเปลื้อง วรรณศรี คุณมารุต บุนนาค และคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ฯลฯ รวมทั้งถูกลบชื่อจากการเป็นนักศึกษาด้วย แต่คุณนเรศ ได้กลับเข้าศึกษาในคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกครั้งในปี 2510 จนสำเร็จปริญญาตรี



