คอลัมนิสต์

ระทึกกว่าคดี "ที่ดินรัชดาฯ"

ระทึกกว่าคดี "ที่ดินรัชดาฯ"

16 มี.ค. 2552

หนึ่งในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจและสั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งคลี่คลายเป็นพิเศษคือ คดีฆ่านายกรเทพ วิริยะ หรือ "ชิปปิ้งหมู"

 การลอบสังหาร "ชิปปิ้งหมู" อาจไม่มีใครสนใจหากเขาไม่ใช่พยานปากสำคัญ ที่จะโยงคดีหลีกเลี่ยงภาษีอุปกรณ์ดาวเทียม ธุรกิจหลักของ "นายใหญ่"
 สำนวนการสอบสวนที่ผ่านมาช่วงที่ "นายใหญ่" และเครือข่ายยังกุมอำนาจรัฐ ตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ใต้อาณัติ "ซุ้มแม่จัน" ต่างมุ่งประเด็นไปที่เรื่องยาเสพติด
 ทั้งๆ ที่ก่อนถูกฆ่าตาย มีพยานหลายปาก รวมถึงคนในพรรคประชาธิปัตย์เองรู้ดีว่าปมฆ่ามาจากเรื่องที่ผู้ตายยอมขึ้นให้การเป็นพยานคดีสำคัญ ซึ่งถือว่าท้าทายอำนาจผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองที่สุดในช่วงนั้น
 คำสั่งตายเลยมาเร็ว ทีมสังหารว่ากันว่าเป็นตำรวจลูกน้องนักการเมืองคนดังเชียงรายนั่นเอง
 มีการสืบสวนทางลับด้วย แต่ไม่ปรากฏในสำนวน โดยเฉพาะพยานจากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งบอกกับชุดสืบสวนจากส่วนกลางว่า ได้ยินหนึ่งในตำรวจชุดล่าสังหารพูดทำนองว่า ฆ่าไปแล้วไม่ต้องคิดมาก
 ยังมีการติดต่อทางโทรศัพท์วันที่ "ชิปปิ้งหมู" กลับไปเหยียบบ้านไม่กี่ชั่วโมง ทีมสังหารก็มาดักรอ เชื่อว่าผู้ตายถูกสะกดรอยมาตั้งแต่กรุงเทพฯ และมีคำสั่งจากนักการเมืองใหญ่ให้ลงมือได้ทันที
 ข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ได้รับรายงาน จึงให้น้ำหนักไปในเรื่องเครือข่าย "นายใหญ่" สั่งตาย
 ส่วนนักการเมืองในพื้นที่จะรับงานไปทำอย่างไร อีกไม่นานน่าจะได้เค้าเพราะเบาะแสล่าสุดตำรวจพบว่าก่อนโดนฆ่า 3 วัน ภรรยาผู้ตายได้แจ้งความไว้ที่ สน.นิมิตรใหม่ ถูกชายฉกรรจ์ 3 คนข่มขู่ให้สามีถอนตัวจากการเป็นพยานคดี
 ถ้าดูจากรูปคดีน่าจะเชื่อมโยงผู้จ้างวานและกลุ่มมือปืนได้เกือบทั้งหมด อยู่ที่ว่าพยานหลักฐานจะไปถึงหรือไม่
 หากมีพยานหลักฐานแน่นพอเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการแล้วล่ะก็ รับรองสร้างความสั่นสะเทือนทางการเมืองยิ่งกว่าคดี "ที่ดินรัชดาฯ" หลายเท่า เนื่องจากมีโทษถึงประหารชีวิต
 ก็ขึ้นอยู่ว่าตำรวจพยายามแค่ไหน พูดถึงการเชื่อมโยงคดีแล้วนึกถึง หลัก "พฤติกรรมศาสตร์" ของ พล.ต.ต.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป. ถ้าได้มาร่วมอาจเรียกเสียงครางฮือได้เพราะคดีนี้ต้องใช้คนที่แข็งจริง !!