
ระทึกกว่าคดี "ที่ดินรัชดาฯ"
หนึ่งในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจและสั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งคลี่คลายเป็นพิเศษคือ คดีฆ่านายกรเทพ วิริยะ หรือ "ชิปปิ้งหมู"
การลอบสังหาร "ชิปปิ้งหมู" อาจไม่มีใครสนใจหากเขาไม่ใช่พยานปากสำคัญ ที่จะโยงคดีหลีกเลี่ยงภาษีอุปกรณ์ดาวเทียม ธุรกิจหลักของ "นายใหญ่"
สำนวนการสอบสวนที่ผ่านมาช่วงที่ "นายใหญ่" และเครือข่ายยังกุมอำนาจรัฐ ตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ใต้อาณัติ "ซุ้มแม่จัน" ต่างมุ่งประเด็นไปที่เรื่องยาเสพติด
ทั้งๆ ที่ก่อนถูกฆ่าตาย มีพยานหลายปาก รวมถึงคนในพรรคประชาธิปัตย์เองรู้ดีว่าปมฆ่ามาจากเรื่องที่ผู้ตายยอมขึ้นให้การเป็นพยานคดีสำคัญ ซึ่งถือว่าท้าทายอำนาจผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองที่สุดในช่วงนั้น
คำสั่งตายเลยมาเร็ว ทีมสังหารว่ากันว่าเป็นตำรวจลูกน้องนักการเมืองคนดังเชียงรายนั่นเอง
มีการสืบสวนทางลับด้วย แต่ไม่ปรากฏในสำนวน โดยเฉพาะพยานจากร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งบอกกับชุดสืบสวนจากส่วนกลางว่า ได้ยินหนึ่งในตำรวจชุดล่าสังหารพูดทำนองว่า ฆ่าไปแล้วไม่ต้องคิดมาก
ยังมีการติดต่อทางโทรศัพท์วันที่ "ชิปปิ้งหมู" กลับไปเหยียบบ้านไม่กี่ชั่วโมง ทีมสังหารก็มาดักรอ เชื่อว่าผู้ตายถูกสะกดรอยมาตั้งแต่กรุงเทพฯ และมีคำสั่งจากนักการเมืองใหญ่ให้ลงมือได้ทันที
ข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ได้รับรายงาน จึงให้น้ำหนักไปในเรื่องเครือข่าย "นายใหญ่" สั่งตาย
ส่วนนักการเมืองในพื้นที่จะรับงานไปทำอย่างไร อีกไม่นานน่าจะได้เค้าเพราะเบาะแสล่าสุดตำรวจพบว่าก่อนโดนฆ่า 3 วัน ภรรยาผู้ตายได้แจ้งความไว้ที่ สน.นิมิตรใหม่ ถูกชายฉกรรจ์ 3 คนข่มขู่ให้สามีถอนตัวจากการเป็นพยานคดี
ถ้าดูจากรูปคดีน่าจะเชื่อมโยงผู้จ้างวานและกลุ่มมือปืนได้เกือบทั้งหมด อยู่ที่ว่าพยานหลักฐานจะไปถึงหรือไม่
หากมีพยานหลักฐานแน่นพอเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการแล้วล่ะก็ รับรองสร้างความสั่นสะเทือนทางการเมืองยิ่งกว่าคดี "ที่ดินรัชดาฯ" หลายเท่า เนื่องจากมีโทษถึงประหารชีวิต
ก็ขึ้นอยู่ว่าตำรวจพยายามแค่ไหน พูดถึงการเชื่อมโยงคดีแล้วนึกถึง หลัก "พฤติกรรมศาสตร์" ของ พล.ต.ต.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป. ถ้าได้มาร่วมอาจเรียกเสียงครางฮือได้เพราะคดีนี้ต้องใช้คนที่แข็งจริง !!



