
ผบช.น.ปูดบึ้มกรุงหลายจุดฝีมือกลุ่มติดตามนักการเมือง
คนร้ายอาศัยช่องว่างของเจ้าหน้าที่รัฐก่อเหตุขึ้น ซึ่งยากต่อการป้องกัน จึงสั่งการให้สายตรวจรถจักรยานยนต์ เพิ่มความถี่ในการตรวจตราห้วงเวลาต่างๆ
วันที่ 28 มี.ค พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดทั้งที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5, สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ว่า คนร้ายอาศัยช่องว่างของเจ้าหน้าที่รัฐก่อเหตุขึ้น ซึ่งยากต่อการป้องกัน จึงสั่งการให้สายตรวจรถจักรยานยนต์ เพิ่มความถี่ในการตรวจตราห้วงเวลาต่างๆ โดยเบื้องต้น เชื่อว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ เป็นคนที่อาศัยในกรุงเทพมหานครมานาน เพราะรู้ทางหนีทีไล่ดี พร้อมยอมรับด้วยว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังสร้างสถานการณ์ ส่วนเป็นการกระทำของกลุ่มใด ยังไม่สามารถระบุได้ แต่เมื่อพิจารณาเหตุระเบิดที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม และด้านหลังกระทรวงกลาโหม ทำให้พอมองเห็นถึงความเชื่อมโยง แต่ยังไม่ทราบถึงผู้บงการ เชื่อว่า หากเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อดีตตำรวจ สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเย็น ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้ระเบิดอาร์พีจียิงด้านหลังกระทรวงกลาโหมได้ คงจะมีความชัดเจนมากขึ้น และจากข้อมูลต่างๆ สามารถบ่งชี้ได้ว่า ไม่ใช่ฝีมือการกระทำของรัฐบาล แต่เป็นกลุ่มที่เคยติดตามนักการเมือง พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าเป็นฝีมือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือไม่
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน และสายตรวจ เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดต่างๆ รวมถึงปรับแผนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมอบหมายให้ พลตำรวจตรี สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดต่างๆ อย่างใกล้ชิด
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลัง การประชุม ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) ว่า หลังจากเกิดเหตุคนร้าย ยิงระเบิดเข้าไปพื้นที่ของ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ นั้น ล่าสุด พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เร่งติดตามคนร้ายโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้ง สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 14 กองร้อย ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มงวด พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน รถคุมผู้ต้องขังคอยดูแลความเรียบร้อย หากมีการบุกรุกสถานที่ราชการที่สำคัญด้วย หลังจากในบางพื้นที่ ทหารได้ถอนกำลังออกแล้วนั้น จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องเข้าไปดูแลพื้นที่ในกรุงเทพมหานครชั้นในมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรัฐสภา ถนนราชดำเนิน ทำเนียบรัฐบาลและบริเวณอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นกลางและชั้นใน เพราะยัง อยู่ในพื้นที่ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ขณะนี้ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งหมด กว่า 19 กองร้อย ซึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร มีสิทธิ์ในการดูแลรักษาสถานที่ราชการสำคัญ จะยังคงปฏิบัติตามแนวทางของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ซึ่งจะใช้แนวทางสันติวิธี และใช้การเจรจาเป็นหลัก
"สำหรับ สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จากการติดตามและได้รับข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาลทราบว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นต่างๆ ขณะนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นของการชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ส่วนช่วงเวลาที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุพบว่ากว่าร้อยละ 99 คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 20.00 - 22.00 น. และ 01.00 - 05.00 น. ส่วนสาเหตุการก่อเหตุนั้นเชื่อว่า เป็นการหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ทำแล้วเกิดเหตุกับฝ่ายใดก็จะทำ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง รวมถึงการตรวจยึดอาวุธต่างๆ ได้นั้น เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในจุดใดบ้าง ขณะเดียวกันมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มหนึ่งอาจสร้างสถานการณ์ได้หลายจุด สำหรับจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น จะสังเกตในช่วงวันหยุดราชการจะมีเป็นจำนวนมาก การเคลื่อนไหวต่างๆ จึงดำเนินขึ้นในวันดังกล่าว ส่วนยอดผู้ชุมนุมสูงสุด เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนกว่า188,000 คน "พล.ต.ต.ปิยะกล่าว



