
สบายๆ สไตล์สีกากี : ไฮเทค-ตร.เกณฑ์ ปฏิบัติการรุก...โจรกรุง
"ผมยอมรับว่างานสายตรวจของนครบาลจะอ่อนไปนิดหนึ่ง แต่เป็นแบบมีเงื่อนไข ? พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวยอมรับถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของนครบาลในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด การเมืองเปลี่ยนขั้ว โจรเมืองเกลื่อนกรุง !
เงื่อนไขที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ อ้างถึงเป็นผลพวงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง ตลอด 7-8 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มคนจำนวนมากแห่แหนกันมาใช้สิทธิ์ชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย จนต้องเกณฑ์กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเกือบทุกโรงพัก มาดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่มาร่วมชุมนุม
พล.ต.ท.วรพงษ์ บอกว่า ตอนนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว จึงเริ่มปรับปรุงงานสายตรวจกันใหม่ ระดมความคิดร่วมกัน ทั้ง รอง ผบช.น. ผบก.น.1-9 และ ตปพ.เพื่อหาวิธีการออกตรวจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการเน้นการจัดระบบวิธีการออกตรวจให้ได้ผล ประชาชนอุ่นใจ ด้วยการแสดงกำลังว่าสายตรวจมาปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือตำรวจออกตรวจ แม้ว่าสายตรวจจะออกตรวจตามปกติ แต่ชาวบ้านไม่เห็นก็ไม่อุ่นใจ คนร้ายไม่เห็นก็ย่ามใจ จึงต้องใช้กำลังที่มีอยู่ให้ประชาชนรู้ว่ามีตำรวจสายตรวจอยู่เต็มพื้นที่ คนร้ายเห็นก็ยับยั้งการกระทำความผิดได้
โดยจัดการตาม 13 มาตรการ...สกัดโจร คือ การวางแผนจัดกำลังสายตรวจทุก 15 วัน วันละ 3 ผลัด สายตรวจรถจักรยานยนต์ ต้องปรากฏกายให้ประชาชนเห็นเด่นชัด ด้วยการหยุดตรวจ สายตรวจรถยนต์ต้องเปิดสัญญาณวับวาบในเวลากลางคืนและกลางวัน
เปิดสัญญาณรถตู้สายตรวจประจำตามทางแยกและเส้นทางเปลี่ยว และอาจช่วยรับ-ส่งประชาชนเข้าหมู่บ้านหรือซอยเปลี่ยว ร่วมมือกับอาสาตำรวจตรวจจุดเสี่ยง สายตรวจมอบไปรษณียบัตรแก่ประชาชน ยามออกตรวจเขตละ 5 ใบต่อผลัด เพื่อเก็บข้อมูลวิเคราะห์งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
จัดสายตรวจเดินเท้าตามสถานที่สำคัญๆ เช่น ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ หากสายตรวจไม่พอให้พิจารณาตำรวจธุรการและฝ่ายสืบสวนเสริมกำลัง กำชับสายตรวจรถจักรยานยนต์ประจำแหล่งชุมชน ทางแยก และสถานที่สำคัญ ช่วงเวลา 06.00-08.00 น. เวลา 11.00-13.00 น. และ 17.00-19.00 น.
ตั้งจุดตรวจและจุดตรวจพิเศษ จัดสายตรวจชุดจู่โจมออกตรวจตามช่วงเวลาอาชญากรรม (16.00- 22.00 น.) ออกตรวจประชาชน โดยมีหลักฐานตรวจสอบได้ ตรวจสอบพื้นที่เปลี่ยวรกร้าง และ บก.ตปพ. และ บก.จร.ออกแผนรองรับเสริมทัพ
"การทำงานของหัวหน้าสถานีแต่เดิมก็ทำงานกันอย่างเต็มที่แล้ว ก็ต้องให้กำลังใจเขา อย่าง บก.ตปพ.จัดกำลังออกตามจุดที่เขาวิเคราะห์ไว้ วันแรกก็สกัดจับแก๊งโจรกรรมรถยนต์ได้ โดยคนร้ายดึงเบ้ากุญแจออกมา เพื่อปั๊มกุญแจใหม่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ชาวบ้านเห็นก็แจ้งมาที่ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า (191) สกัดจับได้ทันควัน" พล.ต.ท.วรพงษ์ ยกตัวอย่าง
นั่นเป็นเพียงแนวทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่ต้องปฏิบัติต่อหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องขอสนับสนุนความช่วยเหลือจากประชาชนอยู่ดี เพราะกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอ
"การป้องกันปราบปรามอาชญกรรมต้องขอความร่วมมือจากประชาชนด้วย ผมกำลังทำโครงการ 'เพื่อนบ้านเตือนภัย' เน้นหมู่บ้านที่อยู่ในจุดเสี่ยง เช่น ธนาคาร ร้านทอง ต้องสร้างเครือข่ายให้เพื่อนบ้านช่วยเหลือ" พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าว
แม้ว่าแต่เดิม "ร้านทอง" จะมีการเชื่อมสัญญาณแจ้งเตือนภัยกับสถานีตำรวจท้องที่อยู่แล้ว แต่ร้านทองบางแห่งอยู่ห่างไกลจากสถานีตำรวจ กว่าสัญญาณจะมาถึงก็จะช้าไม่ทันการณ์ ต้องอาศัยเพื่อนบ้านในการเป็นหูเป็นตาแทนตำรวจ
"เดิมสัญญาณเตือนภัยแจ้งแค่โรงพัก เราอาจจะนำสัญญาณที่เชื่อมต่อจากร้านทองไปติดยังเพื่อนบ้านอีก 4-5 หลัง แต่ไม่ได้ให้ไปจับคนร้าย ให้ช่วยสังเกตตรวจตรารูปพรรณสัณฐานคนร้าย ทะเบียนรถ ด้วยการฝึกอบรมทักษะจดจำคนร้าย เพื่อให้ตำรวจไล่ล่าคนร้ายได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น เพื่อนบ้านหลังหนึ่งมุมที่มองเห็นจากหน้าต่างก็จะให้ถ่ายรูปคนร้ายไว้" พล.ต.ท.วรพงษ์ บอกถึงรูปแบบโครงการเพื่อนบ้านเตือนภัย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการต่อยอดจากโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ด้วยการนำ "ระบบเซ็นเซอร์" ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยของภาคเอกชนมาปรับใช้กับราชการตำรวจ โดยเรื่องนี้กำลังศึกษาอยู่ว่าจะมีการสั่งซื้อระบบป้องกันภัยด้วยเซ็นเตอร์ชุดละ 7,000 บาท มาไว้ประจำสถานีตำรวจละ 50 เครื่อง
"ระบบเซ็นเซอร์มีใช้อยู่ที่ สน.ประชาชื่น จับโจรย่องเบาได้เยอะแล้ว เมื่อโจรเข้าไปในบ้านที่ติดตั้งระบบไว้ ก็จะส่งสัญญาณมาทื่มือถือของเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ตำรวจก็ไม่จำเป็นต้องประจำอยู่ที่โรงพัก ใครที่ไม่อยู่บ้านก็มาบอกเรา จะเอาสัญญาณไปติดตั้งให้ หากโครงการนี้จัดซื้อด้วยงบหลวงเป็นสมบัติของราชการ ประชาชนก็อาจใช้บริการฟรี หรือมีค่าทำเนียมก็ค่อยมากำหนดกันอีกที"
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญต้องทำควบคู่กันไปคือ การทำ "ห้องสั่งการ" หรือศูนย์ปฏิบัติการ ให้มีความพร้อมทั้งเทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆ ประกอบด้วย เครื่องมือสื่อสาร ระบบวิทยุต่างๆ แผนที่ ข้อมูลติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้นขณะนั้น
"ห้องสั่งการมีผู้กำกับการหรือรองผู้กำกับการเป็นผู้ดูแล จะต้องอยู่ใกล้กับห้องวิทยุ เวลารับแจ้งเหตุก็สั่งการได้ทันที ด้วยการตรวจสอบเส้นทางหลบหนี การตั้งจุดสกัด อย่างคนร้ายหลบหนีไปตามถนนสายนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูล ถนนเส้นนี้ไม่มีทางแยกก็ไม่ต้องไล่ตาม ตั้งจุดสกัดเลย"
เสมือนว่าแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของ ผบช.น.คนใหม่จะดูดีจนโจรขยาด แต่ในความเป็นจริงที่ต้องแบกรับงานสายตรวจทุกวันนี้ หากมีการชุมนุมทางการเมืองก็ยังต้องนำกำลังพลไปช่วยสนับสนุนอยู่ดี ในระยะยาวจะมีการแก้ปัญหานี้อย่างไร
พล.ต.ท.วรพงษ์ ครุ่นคิดถึงแผนการในใจก่อนจะฟันธงว่าต้องแก้ไขด้วยการสร้างกองกำลังพิเศษควบคุมฝูงชนขึ้นมาใหม่ เนื่องจากตำรวจทุกวันนี้ถูกฝึกอบรมมาให้จับคนร้ายเพียงไม่กี่คน จะให้มาดูแลความปลอดภัยคนนับพัน ต้องเรียนรู้การฝึกที่พิเศษกว่านี้ หากยังใช้ตำรวจจากโรงพักอยู่อาชญากรรมก็คงยังพุ่งสูงอยู่ เลยอยากเสนอให้ใช้ตำรวจเกณฑ์ เพราะโดยหน้าที่ชายไทยต้องรับใช้ชาติอยู่แล้ว ก็มาดูว่าต้องรับใช้ชาติแบบไหน เราอาจเพิ่มการรับผู้ที่จะมาป้องกันภัยจากนอกประเทศ มาดูแลความปลอดภัยในประเทศด้วย
"ปกติชายไทยฝึกเป็นทหาร 4 เดือน พอฝึกเสร็จเราจะขอสัก 2,000 คน เอามาเป็นตำรวจ ฝึกวิชาควบคุมฝูงชน แล้วมาขึ้นตรงกับจ่าสิบตำรวจ หรือนายดาบตำรวจ ถ้าไม่มีงานควบคุมฝูงชนก็มาทำหน้าที่สายตรวจเดินเท้าแทน ให้นายดาบตำรวจคุมกำลังสัก 10 คน เดินตรวจตามห้างสรรพสินค้า พอมีการชุมนุมก็ไปทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน ข้อดีคือมีความหนุ่มตลอด กล้ามดี หุ่นเท่ ที่ผ่านมาใช้ตำรวจอายุ 40-50 ปี พุงใหญ่ (ฮา) การ์ดของผู้ชุมนุมเล่นกล้ามมาดัน 2 นาทีก็ไปแล้ว"
แนวคิดดีๆ ของ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ในฐานะแม่ทัพนครบาลเบื้องต้นเป็นที่ยอมรับและมองว่าเป็นแนวทางที่ดี แต่ต้องรอความหวังในอนาคต ตอนนี้สายตรวจก็คงต้องไปช่วยคุมม็อบเหมือนเดิมไปพรางๆ ก่อน
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
ประเสริฐ เทพศรี : ภาพ



