
ศึกน้ำลายชิงเมือง
อ่า ! หลังจากทำเป็นยึกยักกันจนชาวบ้านเบื่อหน่าย ในที่สุดฝ่ายค้านผสมแค้นก็ได้จังหวะเล่นงานรัฐบาลเด็กมาร์คด้วยการยื่นถอดถอนเด็กมาร์ค และกำหนดเป้าหมายสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังฟลุคล้มรัฐบาล
ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าหลักฐาน พร้อมข้อกล่าวหานั้น บางเบาหวิวเหมือนขนนก แต่ฝ่ายค้านผสมแค้นยังจ้องทำศึกน้ำลาย คงเป็นเพราะกินข้าวอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ ก็เลยหาเรื่องยื่นญัตติถอดถอนเด็กมาร์ค และไม่ไว้วางใจ
ดูข้อกล่าวแล้ว ฝ่ายรัฐบาลต้องเอามือจี้เอวสร้างความขบขันให้คลายร้อนจากแดดแผดเผา ยิ่งฝ่ายค้านไร้ความน่าเชื่อถือด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านคาดการณ์ได้ว่า ศึกน้ำลายน่าจะเป็นการสร้างเสียงดังให้ตัวเองฟัง
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าพวกสมุนหมาหิวนำข้อกล่าวหาและเนื้อหาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ “คนหมาเชื่อง” อนุมัติ เพื่อให้เข้าแผน โลกล้อมประเทศ ป่าล้อมเมือง ทะเลน้ำลายล้อมค่ายสะตอ และโกดังเก็บไหปลาแดก
ต้องบอกให้รู้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้เป็นเพียงไม่ให้เสียโอกาสของฝ่ายค้านผสมแค้น ถ้าไม่ยื่นตอนนี้ ก็ไม่มีสิทธิ์อีก ต้องรอปีหน้าโน่น
ศึกน้ำลายครั้งนี้จึงเป็นเพียงมหกรรมเพื่อแก้คันปาก เป็นช่องทางให้หมาหิว เสือโหยได้ก่อกวนรัฐบาล สร้างผลงานเอาใบเสร็จไปเบิกเงินจากคนหมาเชื่อง ซึ่งรอวันสะใจที่รัฐบาลเด็กมาร์คและเด็กกรณ์จะโดนรุมขย้ำน่อง
เมื่อคนหมาเชื่องต้องการล้างแค้น ชำระความอาย ฝูงหมาหิวต้องทำงานให้เต็มที่ ผสานกับการกดดันนอกสภาโดยกลุ่มเสื้อแดงซึ่งบูชาส้นตีนแดง จัดงานชุมนุมปั่นหัวชาวบ้าน และไล่ตามรัฐมนตรีเมื่อไปต่างจังหวัด
ศึกน้ำลายครั้งนี้ฝ่ายค้านผสมแค้นไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะมีส่วนหนึ่งออกอาการคันเท้า อยากเผ่นหนีจากพรรคเพื่อ ท. ไปหาแหล่งเงินใหม่
พรรคเพื่อ ท. เหมือนหมาตาย เพราะคนหมาเชื่องไม่จ่ายน้ำเลี้ยง ดังนั้นพวกเห็บเหาประชาธิปไตย เสือหิว หมาโหย ต้องการเจ้านายใหม่ เพราะ “พลังห้อย” นั้นศักยภาพสูง อยู่ในขาขึ้น เงินทองไหลมาเทมาจากงบประมาณ
การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย การยึดครองหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เป็นช่องทางกอบโกยเงิน โดยไม่ต้องเกรงใจหน้าไหนอีกแล้ว เช่น โครงการย้ายการบินไทยไปอยู่สุวรรณภูมิ เพิ่มความแออัด
ถ้าย้ายไป พวกเสือโหย เสือห้อย จะได้อ้างเหตุผลขยายสนามบินด้วยงบก้อนโต 7-8 หมื่นล้านบาท ถ้าหัก 20-30 เปอร์เซ็นต์ ชาตินี้กินเท่าไรก็ไม่หมด
เพราะเหตุนี้เสนาบดีมี “พลังห้อย” หนุนหลัง จึงกล้าเสียงดังกับเด็กมาร์คในที่ประชุม คงเชื่อมั่นว่าเด็กมาร์คไม่กล้าหักหาญเพื่อนร่วมรัฐบาล
พวกนี้ยังมีอาการฮึ่มๆ ฮ่ำๆ เมื่อโครงการตัดหัวคิวในโครงการรถเมล์ 4 พันคันยังกลืนไม่ได้ เพราะเด็กมาร์คทำตัวเป็นกระดูกขวางคอหอย เปิบไม่ง่าย
หัวหอกทะลวงค่ายสะตอคราวนี้คือ “สิงห์เหลิม” บางบอน เจ้าเก่า ซึ่งได้รับการดันหลังให้เป็นแม่ทัพ โม้สนั่นเมืองว่ามีข้อมูลเด็ด เช็กบิลได้เลย
“สิงห์เหลิม” มีปัญหาด้านความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง นอกจากไม่มีพวกในค่ายเพื่อ ท. แล้ว ตัวเองยังเป็นหัวเดียววกระเทียมลีบ โดนเชิดให้เป็นตัวชูโรง สร้างความไม่ปลื้มแก่ “เหนาะ” สิงห์เฒ่าวังน้ำเย็น มีความแค้นเก่าฝังลึก
“เหนาะ” นั้นได้ฉายานักปั้นนายกฯ รับประกันได้ว่าถ้า “สิงห์เหลิม” ไม่ได้รับการหนุนหลังจาก “เหนาะ” ความอยากเป็นนายกฯ แทนเด็กมาร์ค คงเป็นเพียงฝันกลางแดดหน้าร้อน การอภิปรายจึงเป็นการบริหารต่อมน้ำลาย
ฝ่ายค้านผสมแค้นหวังว่าถ้าล้มรัฐบาลเด็กมาร์คไม่ได้ ขอให้ได้ใช้น้ำลายพิษสร้างความอักเสบบอบช้ำ ก็พอใจ เอาใบเสร็จไปเบิกจากเจ้านายได้
ที่แน่ๆ มีลูกพรรคเพื่อ ท. ส่วนหนึ่งอยากย้ายค่ายเพื่อไปรับเงินสด ยังดีกว่าน้ำเลี้ยงแบบกะปริบกะปรอย อนาคตไม่รุ่ง มีแต่อดอยากปากแห้ง
งานถอดถอนเด็กมาร์ค และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงเป็นเพียงมหกรรมประจำสภา เพราะ 7 ข้อกล่าวหาเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้เด็กมาร์คนั้นถ้าเอาไปให้เด็กปัญญาอ่อนอ่าน ก็คงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
ซีกรัฐบาลคงไม่น่ามีปัญหา พลพรรคค่ายสะตอซ้อมตอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายที่น่าห่วงน่าจะเป็นฝ่ายค้านผสมแค้นมากกว่า เพราะเด็กมาร์คนั้นคารมไม่เบา เคยถลกหนังนักการเมืองรุ่นเก๋ามาเยอะแล้ว คนหมาเชื่องรู้ฤทธิ์ดีมาก
การหวังหลอกด่าค่ายสะตอและพวก ต้องระวังจะย้อนรอย เพราะนักการเมืองย่อมมีแผลทุกคน มีทั้งแผลเก่า แผลเปื่อยเรื้อรัง แผลสด
ขณะที่ฝ่ายค้านผสมแค้นซ้อมฝีปากเต็มไปด้วยพิษ คนหมาเชื่องหวังใช้ยุทธศาสตร์โฟนอินตีกินคะแนนในต่างประเทศ และพวกรากหญ้าซึ่งถูกเป่าหู ปั่นหัว อ้างว่าตัวเองแก้ไขเศรษฐกิจได้ สร้างปัญหารอบด้านให้เด็กมาร์ค
แต่เด็กมาร์คไม่หวั่น ใช้เวลาจากนี้สู่เวทีสากล โดยเฉพาะการประชุมจี 20 ได้สุงสิงกับผู้นำชาติอื่นๆ แต่คนหมาเชื่องต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนหมาจรจัดกลัวเทศบาลไล่จับถุง เอาไปให้ชาวท่าแร่แล่เนื้อขายนิ ! อิอิอิ !!!



