
อย่าเต้นตามทักษิณ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินไปยังสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ฮ่องกง เป็นการเปลี่ยนจากการกล่าวปาฐกถาด้วยตัวเอง ทั้งนี้เป็นเพราะความหวาดกลัวว่าจะถูกจับกุมตัวส่งกลับประเทศไทยให้รับโทษจำคุกและอย่างที่คาดไว้ไม่ผิด
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงพูดพาดพิงถึงประเทศไทย พร้อมกับยังใช้คำพูดปลุกปั่นประชาชนซึ่งยังจงรักภักดีอยู่ให้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยโดยที่ไม่ยอมบอกว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร หรือจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อตัวเองหรือเครือข่ายการเมืองในสังกัดได้คุมอำนาจรัฐเท่านั้น
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังพูดในลักษณะขัดแย้งกันเอง เช่น ก่อนหน้านี้บอกว่าปล่อยวางมือจากการเมืองแล้วภายหลังก็ประกาศฮึดสู้แม้แต่อยู่ในนรกและสวรรค์ โดยอ้างว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม อ้างว่าไม่น่าเชื่อถือแต่ก็ยังใช้กระบวนการเดียวกันฟ้องร้องฝ่ายตรงข้าม เพื่อเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเป็นการใช้ระบบศาลไทยให้เป็นเครื่องมือเพื่อระรานฝ่ายตรงกันข้าม
การโฟนอินไม่ได้มีข้อมูลอะไรใหม่ เพียงแต่ต้องการตอกย้ำความเชื่อมั่นและข้อกล่าวหาเดิมๆ ของตัวเองและไม่เคยยอมรับว่าการกระทำของตัวเองนั้นมีความผิดพลาดละเมิดกฎหมายอย่างไร จนสร้างความรู้สึกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อยู่ใต้บังคับของกฎหมายประเทศไทย ดังนั้นจึงมองว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกและเป็นเหยื่อของการเมือง ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของการทุจริตใช้อำนาจในทางมิชอบเป็นเพื่อเสริมสร้างประโยชน์ส่วนตัวและของครอบครัวเท่านั้น และไม่ยอมรับว่าข้อกล่าวหาต่างๆ ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและประชาชนทั่วไปควรเลิกให้ความสำคัญต่อการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ถ้าหากว่ายังไม่สามารถวางใจได้ รัฐบาลยังมีทางเลือกในการตอบโต้ เช่น การยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ และจะนำไปสู่การจนมุมซึ่งส่งผลให้ถูกส่งตัวกลับมารับโทษในประเทศไทย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางของประเทศไทยเมื่อบุคคลในเครือข่ายอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีหนังสือเดินทางมากถึง 7-8 เล่ม และเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ในหลายประเทศ
อีกทั้งบทบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้แสดงออกว่าเป็นผู้รักชาติบ้านเมือง โดยจะเห็นได้ว่าพรรคการเมืองที่ตัวเองเกี่ยวข้องถูกศาลสั่งยุบพรรค 2 ครั้ง และบทพิสูจน์ชัดเจนอีกประการหนึ่งก็คือภรรยาของตัวเองยังไม่ยอมร่วมชีวิตด้วยตามที่ข่าวการขอหย่าร้างก่อนหน้านี้ หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายสิบปี จึงสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาของอดีตภรรยาตัวเอง



