คอลัมนิสต์

อย่าเป็นเพียงแต่สายลมที่พัดผ่าน

อย่าเป็นเพียงแต่สายลมที่พัดผ่าน

13 มี.ค. 2552

ท่ามกลางความสับสนอลหม่านและการสูญเสียเลือดเนื้อ ชีวิต และทรัพยสิน ในสภาวะความไม่สงบที่นำไปสู่การใช้กำลังห้ำหั่นด้วยความรุนแรงซึ่งกันและกัน คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าความสงบสันติสุขในชีวิตส่วนตัว และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสังคมเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ก

 หากมีลมโบกที่พัดพลิ้วส่งสัญญาณว่าความร้อนแรงและมืดฟ้ามัวดินแห่งพายุจากทะเลทราย กำลังจะถูกทดแทนด้วยสายลมแห่งความสดชื่นที่พัดพลิ้วปลิวไปสัมผัสกับมโนสำนึกของนักแสวงหาสันติภาพ เชื่อว่านี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงกำลังก่อตัว ทุกคนคงอยากจะลิ้มรสแห่งความสุขที่เคยมีและรอคอยมันกลับมาอย่างนานวัน
 หากเป้าหมายแห่งการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความสงบและสันติสุขในสังคมประเทศถูกเพิ่มเนื้อหาต่างๆ ที่ไปเสริมความหมายเดิมให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น หลายคนที่เดินบนเส้นทางแห่งการต่อสู้ จะได้รับการยกย่องว่า นี่คือนักต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การต่อสู้เพื่อเรียกร้องใดๆ ในหมู่บรรดานักเคลื่อนไหวทั้งหลายต่างวางเป้าหมายสูงสุดคือการได้มาซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญในข้อที่ 1 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในสถานการณ์การต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนของทุกประเทศที่เกิดขึ้น จะด้วยสาเหตุหรือเหตุผลใดและจะเลือกทางเดินอย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่ขบวนการต้องการคือ “การได้มาซึ่งเอกราช การมีอำนาจบริหารและจัดการปกครองดูแลอาณาบริเวณและประชาชนที่ตนสามารถกำหนดชะตาอนาคตของประชาชาติในเขตแดนของตัวเองได้อย่างเบ็ดเสร็จ”
 หลายขบวนการอาจจะมีประสบการณ์ในความสำเร็จ และมีไม่น้อยที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กระบวนการต่อสู้ของตนเอง แต่ในสภาวะที่กลุ่มขบวนการต่างๆ ต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐที่มีเงินมากมาย มีกำลังและสิ่งอำนวยความสะดวกและการส่งกำลังบำรุงสารพัดมากกว่าหลายพันเท่านัก กลุ่มขบวนการได้ทำสำเร็จก็มี แต่มีไม่น้อยที่ล้มเหลว บนเส้นทางของการแสวงหาเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ยังมีขวากหนาม หลุมบ่อหุบเหวและสิงสาราสัตว์ที่ดุร้ายพร้อมที่จะทำอันตรายแก่ผู้คนทั้งที่อยู่ในแวดวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงและกับผู้คนที่บริสุทธิ์ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จึงไม่แปลกเลยที่ผลกระทบเกิดขึ้นกับประชาชาติของตนในพื้นที่หรือในสนามแห่งการต่อสู้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือโอกาสที่ควรจะเป็นของสังคมท้องถิ่นได้หายไปอย่างน่าเสียดาย
 โอกาสเหล่านั้นคือภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่ควรจะเกิดแก่ประชาชาติของตนเอง ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญ นานาอารยประเทศต้องใส่ใจพึงแสวงหาและปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม หากประเทศใดที่ต้องประสบปัญหาเช่นนี้คือมีขบวนการแบ่งแยกดินแดนเกิดขึ้นในประเทศ ผู้นำประเทศเขาสามารถดำเนินการไห้ประชาชนของเขาสามารถดำรงอยู่ในสังคมที่มีความเสมอภาค ภราดรภาพและเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เป็นธรรมและทั่วถึงอย่างแท้จริง นี่คือการเติมเต็มความต้องการของทุกประชาชาติที่ประสบปัญหาจนต้องลุกขึ้นเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ในประเทศที่ตนเองต้องได้รับ
 จะด้วยความยาวนานของความไม่สงบนับเนื่องตั้งแต่อดีต การแก้ไขปัญหาที่บกพร่อง ลุ่มๆ ดอนๆ หาความจริงจังจริงใจที่มั่นคงยากเต็มที และถึงแม้ในบางช่วงจะรู้ลึกตื้นหนาบางเป็นอย่างดีแต่ขาดเอกภาพทางความคิดของทุกๆ ฝ่าย ทั้งรัฐเองที่เอาแต่อำนาจ เน้นหนักและลึกลงไปในอารมณ์ความรู้สึกชาตินิยมมากกว่าความมีเหตุและผลเชิงความจริง จนในที่สุดความรู้สึกในอารมณ์เช่นเดียวกันนี้ก็ถูกหล่อหลอมเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กันและกัน
 ความต่างกันในเรื่องราวที่มาของกลุ่มคน รากเหง้าเหล่ากอที่เป็นอื่น กับสถานะโครงสร้างทางสังคมที่ไม่เหมือนกันเลย ความต่างในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีงามและต้องใส่ใจ แต่หากเป็นอุปสรรคในการก้าวข้ามเขตแดนของอนาคตที่จะเอื้อประโยชน์แก่อนุชนคนรุ่นต่อไป ก็น่าจะเก็บไว้ในก้นบึ้งของหัวใจเพื่อเป็นทุนทางสังคมของทุกคนไว้ก่อน เพื่อลูกหลานของเราจะได้ใช้เป็นประโยชน์ในอนาคตอันใกล้ไกลต่อไป เพื่อเสริมสร้างและเติมเต็มมิติการอยู่ร่วมกันในศตวรรษหน้ามิดีหรือ ?

 

อัฮหมัด สมบูรณ์  บัวหลวง
Thailand Centre for Muslim and Democratic Development (TCMD)
[email protected]