
"ปทีป"สั่งจับตา"เค ทอง"ขู่ป่วนเมือง
"ปทีป"ไม่ฟันธงเหตุระเบิดใต้ 7 จุดเชื่อมโยงระเบิดกทม.4 จุด ระบุ ต้องประเมินสถานการณ์รายวัน เพิ่มทั้งจุดตรวจ-สายตรวจ-การหาข่าว ดึงทหาร-กทม.-อส.ช่วยรับมือม็อบเสื้อแดง มั่นใจพร้อมรับมือ สั่งจับตา"เค ทอง" แพร่คลิปขู่วินาศกรรมผ่านยูทูบ
(2มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ให้การต้อนรับพล.อ.เล ห่ง เอ็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงเวียดนาม เพื่อลงนามความตกลงว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทั้งยาเสพติด การลักลอบค้าอาวุธ การลักลอบค้าผู้หญิงและเด็ก การก่อการร้าย อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ โดยให้เป็นไปตามโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างตำรวจและกระทรวงความมั่นคงเวียดนามเป็นกรณีพิเศษ
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงเวียดนามมาเยี่ยมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการคุยแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์และปัญหาที่จะต้องประสานกันระหว่าง 2 ประเทศ สิ่งหนึ่งที่ได้ปฏิบัติไปแล้ว คือ โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนายร้อยตำรวจไทย และนักเรียนนายร้อยตำรวจเวียดนาม และมีโครงการแลกเปลี่ยนนายตำรวจไทยและนายตำรวจเวียดนาม ซึ่ง 2 โครงการนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว นอกจากนี้ในโอกาสที่กระทรวงความมั่นคงครบรอบ 65 ปีในเดือนสิงหาคมของปีนี้ ทางตำรวจเวียดนามอยากจะเชิญตำรวจไทยและตำรวจอาเซียนทั้งหมดไปร่วมงาน
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าเท่าที่ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ามีเหตุระเบิดประมาณ 7 จุด ในจ.นราธิวาส พื้นที่ อ.สุไหงโกลกและอำเภออื่นๆ กระ จายกันไป ตอนนี้ให้ทางหน่วยเก็บก็วัตถุระเบิด(อีโอดี) ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเท่าที่ทราบเบื้องต้น ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต บางจุดทรัพย์สินเสียหาย และบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ทำหน้าธนาคาร ส่วนจะเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพในพื้นที่กรุงเทพและสมุทรปราการหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ขอให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก่อน และให้ตำรวจท้องที่ไปดูรายละเอียดก่อนว่าจะมีความเกี่ยวพันกับเหตุใน กทม.หรือไม่ เพราะเหตุเพิ่งเกิดขึ้น
“สำหรับสถานการณ์ระเบิดตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งการปาอุจจาระหน้าพรรคประชาธิปัตินั้น จะประเมินสถานการ์ว่าจะรุนแรงขึ้นหรือเบาลงนั้น ต้องดูสถานการณ์ด้านการข่าวต่อไปทุกๆวัน แต่สิ่งที่บอกทุกครั้งคือ กำลังตำรวจในขณะนี้เราได้เพิ่มจุดตรวจหรือด่านมากขึ้น เพิ่มกำลังสายตรวจมากขึ้น และให้ทางด้านหน่วยสืบสวนรวมทั้งกองบัญชาการสันติบาลลงไปติดตามหาข่าวอย่างใกล้ชิดทุกระยะ นอกเหนือจากนี้ทาง บช.น.พยายามหาอาสาสมัครเข้ามาช่วย ล่าสุดเมื่อวานนี้ได้ขอความร่วมมือจากจักรยานยนต์รับจ้างช่วยหาข่าวให้ ทุกวันนี้ตำรวจอยากจะขอความร่วมมือประชาชนในเรื่องของข่าวสารข้อมูล ถ้าเจออะไรที่ผิดปกติให้รีบแจ้งให้ตำรวจทราบจะได้ช่วยแก้ปัญหาให้” รรท.ผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุระเบิด 4 จุด ใน กทม.และสมุทรปราการนั้น ขณะนี้ความเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ ยังตอบไม่ได้เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่ามีความเกี่ยวเนื่องกัน ตอนนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ.10 เข้าไปดูทั้งระเบิดใน กทม.และสมุทรปราการ เพื่อจะดูว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่อย่างไร ส่วนระเบิดที่พบนั้นเป็นระเบิดมือ ซึ่งถือเป็นยุทธพันธ์ที่ใครมีไว้ครอบครองถือว่าผิดแต่คงตอบไม่ได้ว่ามาจากทางตำรวจ ทหาร หรือมาจากไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่าระเบิด 4 จุด เชื่อมโยงกับกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า อย่าไปสันนิษฐานแบบนั้นให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการไป ส่วนจะเกี่ยวโยงกับการเมืองหรือไม่ตนเองตอบไม่ได้
ต่อข้อถามที่ว่าเหตุระเบิดทุกครั้งไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ การออกหมายจับก็เป็นแค่หมายกระดาษ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีนี้เราได้ออกหมายจับโดยทราบตัวบุคคลไม่แล้ว ส่วนจะได้ตัวหรือไม่ต้องให้พนักงานสืบสวนสอบสวนดำเนินการอีกสักระยะ
ผู้สื่อข่าวถามถึงคลิปของนายเคทอง ที่เผยแพร่ผ่านทางยูทูบว่าจะเกิดเหตุระเบิดก่อนที่จะมีเหตุระเบิด 4 จุด พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ตนได้ดูคลิปดังกล่าวแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องทางการข่าวซึ่งเราก็ต้องติดตามดู ซึ่งได้สั่งการให้เฝ้าติดตามข่าวดังกล่าวอยู่ เหมือนที่เราต้องให้ความสำคัญกับทุกข่าวที่เข้ามา
ต่อข้อถามที่ว่าหากเสื้อแดงเข้ามาเป็นจำนวนมากจะรับมือไหวหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ความพร้อมในการปฏิบัติยืนยันว่าทั้งตำรวจและทหารมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอยู่แล้ว จะเป็นการระดมกำลังมาช่วยหากมีประชาชนเสื้อแดงเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็จำตัวเลขไม่ได้ว่าขอความร่วมมือจากทหารเท่าไหร่ แต่ในเขตกรุงเทพฯเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ตำรวจ ทหาร กทม. และอาสาสมัคร



