
ผบช.น.สั่งเข้มจุดตรวจห้ามปล่อยมีระเบิดซ้ำอีก
"ผบช.น." สั่ง ตำรวจทุกหน่วยคุมเข้มพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้มี " เหตุระเบิด " คาดโทษ หากบกพร่องปล่อยให้มีเหตุเกิด หรือมีเหตุระเบิดเกิด " ซ้ำซ้อนในพื้นที่อีก " เตรียมเด้งย้าย " เข้ากรุ " ช่วยราขการ บช.น. 30 วันแน่นอน "ผบก.น.9 " สั่ง " สา
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เน้นย้ำให้ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ผู้กำกับการสถานีตำรวจ รองผู้กำกับการ สารวัตรฝ่ายสืบสวน 88 สถานี เพิ่มความเข้มในการป้องกันเหตุระเบิดในพื้นที่ของตนเองให้มากขึ้น และเน้นการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ให้รักษาพื้นที่ของตัวเองให้ปลอดภัยถือเป็นนโยบายสำคัญในขณะนี้ พร้อมสั่งการในที่ประชุมว่า หากท้องที่ใดปล่อยให้มีเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพหรือที่อื่นๆซ้ำในพื้นที่ที่รับผิดชอบ นายตำรวจระดับ ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปราม รองผู้บังคับการ และสารวัตรฝ่ายสืบสวนในพื้นที่นั้นๆ จะถูกเรียกตัวเข้ามาปฏิบัติงานในกองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่ต่ำกว่า 30วัน
แต่หากมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆที่ยังไม่เคยเกิดเหตุก็จะถูกพิจารณาความบกพร่องของการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ได้สั่งการให้ติดตาม ตรวจสอบ กลุ่มบุคคล บุคคลสำคัญ นักธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องคดีการยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด และให้ทุกสถานีประสานภาคเอกชน ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง ปรับกล้องวงจรปิดดูภายนอก พร้อมประสานกรุงเทพมหานครดูภาพตาม 4 แยกจราจรเพื่อใช้เป็นข้อมูล รวมทั้งประสานบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน ให้ตรวจตราอาคารพื้นที่เข้มงวดขึ้น ด้านสายตรวจเคลื่อนที่จะต้องพร้อมในการปิดการจราจร สกัดกั้นคนร้ายเมื่อเกิดเหตุ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคน ร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิดธนาคารกรุงเทพสาขาสีลม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานที่เห็นเหตุการณ์ทำให้สามารถสเก็ตภาพคน ร้ายมือปาระเบิด 1 คนเป็นชายไทย อายุประมาณ 30 ปี สูงประมาณ 170เซนติเมตร ไว้ผมรองทรงสูง โหนกแก้มสูง จมูกโต ใส่เสื้อสีดำ หรือน้ำเงิน สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว หากประชาชนทราบเบาะแสคนร้ายแจ้งตำรวจทันที
ผบก.น.9สั่งสายตรวจสายสืบตรวจเข้มที่ล่อแหลม
พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 กล่าวถึงกรณีคนร้ายปาระเบิดขว้างสังหารชนิด เอ็ม 67 ใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 กม.7 ถนนพระราม 2 ซอย 65 แขวงแสมดำ เจตบางขุนเทียน กทม.แต่ระเบิดไม่ทำงานและเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถเก็บรวบรวมพยานหลัก ฐานใดๆ ได้มากเท่าที่ควร ในช่วงเช้าวันนี้จึงได้เรียกประชุมผู้กำกับการทุกโรงพัก และ ผู้กำกับการสืบสวน บก.น.9 เพื่อวางแนวทางในการทำงาน ก่อนลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะ พยานบุคคล สำหรับมาตรการในการป้องกันเหตุซ้ำซ้อนตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรง พัก และชุดจู่โจมสลาตัน 2009 เพิ่มความถี่ในการออกตรวจตราพื้นที่ล่อแหลมและวางกำลังซุ่มโป่งตามธนาคารทุก แห่งให้มากขึ้นแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.ยุคลเดช ตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องพนักงานสอบสวนได้นำตัวพยานซึ่งเป็น รปภ.ของโชว์รูมรถอีซูซุ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุไปสอบสวนแล้ว จำนวน 1 ปาก แต่พยานก็ยืนยันว่า ไม่เห็นตัวคนร้าย นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทำการประสานขอตรวจ สอบกล้องวงจรปิดของธนาคาร และบริษัทห้างร้านที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก แต่ขณะนี้ยังไม่พบภาพของบุคคลต้องสงสัย ส่วนในวันนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานน่าจะส่งผลการตรวจสอบลายนิ้วมือบน ลูกระเบิดของกลางมาให้ประกอบสำนวนคดีได้
ขณะที่ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.บก.น.9 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผู้บังคับบัญชาได้วางแนวทางในการทำงานเอาไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.น.9 ไปเฝ้าระวังตามพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะมาก่อเหตุขึ้นอีก ส่วนเรื่องที่สองคือสั่งการให้ชุดสืบสวน บก.น.9 ทำการประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่สำคัญและบริษัทห้างร้านใน พื้นที่ บก.น.9 เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงไปหาตัวคนร้ายว่า จะใช่กลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ ในเวลาไล่เลี่ยกันหรือไม่ แต่เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นคืนวันเสาร์ ต่อเนื่องเข้าวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ทำให้การประสานขอข้อมูลเกิดความล่าช้าคาดว่าในวันพรุ่งนี้น่าจะได้พยานและ หลักฐานเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น



