เจาะประเด็นร้อน

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม “ชุมพร-สงขลา”วัดพลัง บารมี สองพรรคใหญ่แพ้ไม่ได้

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม “ชุมพร-สงขลา”วัดพลัง บารมี สองพรรคใหญ่แพ้ไม่ได้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เข้าสู่โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 1 ชุมพร และ เขต 6 สงขลา ถือเป็นสนามช้างชนช้าง ขณะที่ พรรคการเมืองเล็ก กลาง ใหญ่ หวังใช้สนามแดนใต้วัดกำลัง อิทธิพล บารมี เหลืออีกไม่กี่วันถึงวันที่ 16 ม.ค. ประชาชนในพื้นที่จะเป็นผู้ตัดสินเลือกคนในดวงใจเข้าสภา โดย เจาะประเด็นร้อน

 

การเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและชุมพร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 มกราคมนี้ มีผู้สมัครส.ส.ในส่วนของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็กลงสนามชิงพื้นที่ส.ส.กันอย่างพร้อมหน้า และเป็นศึก "ช้างชนช้าง" ระหว่างประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ-ก้าวไกล 

 

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม “ชุมพร-สงขลา”วัดพลัง บารมี สองพรรคใหญ่แพ้ไม่ได้
"คมชัดลึก" โฟกัสสนามเลือกตั้งพื้นที่จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ส่งคุณน้ำหอม-น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล ส่ง นายธิวัชร์ ดำแก้ว หมายเลข 2 พรรคพลังประชารัฐ ส่ง นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หมายเลข 3  และ พรรคกล้า ส่ง นายพงศธร สุวรรณรักษา หมายเลข 4 

 

หากพิจารณาในส่วนของพื้นที่จังหวัดสงขลา ถือเป็นพื้นที่การแข่งขันของ 2 พรรคการเมืองใหญ่คือประชาธิปัตย์ ที่มีคุณ "น้ำหอม" กับ "อนุกูล" จากพรรคพลังประชารัฐ  เพราะผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นนั้น ไม่น่าจะมีโอกาสผงาดขึ้นมาสู้กับ 2 คนนี้ได้ 

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม “ชุมพร-สงขลา”วัดพลัง บารมี สองพรรคใหญ่แพ้ไม่ได้

ว่ากันแบบตรงไปตรงมา  ในส่วนของคุณ "น้ำหอม" ซึ่งเป็นอดีตรองนายก อบจ.สงขลา และยังเป็นภรรยาของ "นายกชาย"- นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ป้ายแดง และรั้งตำแหน่ง ผอ.คุมเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ด้วย งานนี้ "นายกชาย" อดีตนายกอบจ.สงขลา ต้องทุ่มหมดหน้าตักเพื่อให้ภรรยาคนสวยชนะเลือกตั้งส.ส.ครั้งนี้ให้จงได้ เรียกว่าเป็นการรักษาฐานที่มั่นเดิมของพรรคประชาธิปัตย์เอาไว้ให้ถึงที่สุด จากเดิมที่พื้นที่ภาคใต้นั้นถือเป็นพื้นที่หลักของพรรคประชาธิปัตย์มาในทุกยุคทุกสมัย และน้อยมากที่จะโดนตีกินพื้นที่ได้ แต่แล้วในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ก็กลายเป็นพื้นที่ฟันหลอไปเพราะถูกพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชาติ เข้ายึดพื้นที่ฐานที่มั่นในบางพื้นที่ได้ ดังนั้น ศึกครั้งนี้ที่สงขลา พรรคประชาธิปัตย์จึงแพ้ไม่ได้ ผนวกกับการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและทำมาหลายปีของนายกชายและคุณน้ำหอม ก็อาจมีส่วนช่วยให้มีโอกาสได้รับเลือกตั้งสูง

 

นอกจากนี้ จังหวัดสงขลานั้น เป็นพื้นที่ที่มีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ "เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต" ซึ่งชุมชนชาวจะนะรักษ์ถิ่น ได้ต่อต้านโครงการนี้ของรัฐบาล และต้องยอมรับว่าเมื่อครั้งที่รัฐบาลกลับลำ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เมิน MOU ข้อตกลงที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เคยรับปากจะช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะให้ชาวจะนะ แต่เมื่อทุกอย่างได้เปลี่ยนกติกาและเปลี่ยนข้อตกลงไปแล้ว ฐานคะแนนเสียงของชาวจะนะ ที่จะเทให้กับพรรคพลังประชารัฐ คงมีไม่มาก และเสียงของชาวจะนะนี่เอง อาจจะเป็นเสียงสำคัญในการชี้ขาดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ "คุณน้ำหอม" อาจได้นั่งเก้าอี้ส.ส.สงขลาไปครอบครอง 

 

หันมองพื้นที่เลือกตั้งในจังหวัดชุมพรบ้าง พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหลานภรรยานายชุมพล จุลใส (ลูกหมี) แชมป์เก่า คือนายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ "ตาร์ท" หมายเลข 1 วัย 33 ปี และเป็นอดีตเลขานุการของ นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร (พี่เขยของนายชุมพล) ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. / พรรคไทยศรีวิไลย์ ส่ง ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ หรือ "หมวดสมชาย" หมายเลข 2 ข้าราชการตำรวจบำนาญ อายุ 65 ปี / พรรคก้าวไกล ส่ง นายวรพล อนันตศักดิ์ หรือ “โอ๊ต” หมายเลข 3 วัย 25 ปี อาชีพไรเดอร์ 

 

พรรคพลังประชารัฐ ส่ง นายชวลิต อาจหาญ หรือ "ทนายแดง" หมายเลข 4 วัย 46 ปี อดีต ส.อบต.วิสัยใต้, ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.สวี, นายก อบต.วิสัยใต้ อ.สวี และยังเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 สังกัดพรรค พปชร. ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้รับคะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 2 รองจาก นายชุมพล จุลใส จากพรรค ปชป.ทั้งที่เพิ่งลงสนามใหญ่เป็นครั้งแรก / พรรคกล้า ส่ง พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือ "ผู้กำกับหนุ่ย" หมายเลข 5 อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นอดีตตำรวจติดตาม นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค ในช่วงที่นายกรณ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

 

ประเมินจากคุณสมบัติของผู้สมัครจากทุกพรรค มีโอกาสสูงมากที่พรรคประชาธิปัตย์อาจจะเสียพื้นที่ชุมพรที่ครองมาอย่างยาวนานให้กับพรรคพลังประชารัฐ เพราะคราวนี้ไม่แน่ว่า "ทนายแดง" อาจพลิกกลับมาชนะเป็นอันดับหนึ่งได้ หรือไม่ก็อาจมี "ตาอยู่" อย่างพรรคก้าวไกล ที่ได้เยาวชนคนรุ่นใหม่เมืองชุมพร มาคว้าเก้าอี้ส.ส.ไปครอง ส่วนผู้สมัครจากพรรคกล้า และพรรคไทยศรีวิไลย์นั้น อาจจะเป็นการชิมลางและทดสอบคะแนนเสียงในพื้นที่ภาคใต้ว่าให้ผลตอบรับในทิศทางที่ดีขึ้นกับพรรคมากน้อยเพียงใด

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อม “ชุมพร-สงขลา”วัดพลัง บารมี สองพรรคใหญ่แพ้ไม่ได้

ฉะนั้น ถ้าให้ฟันธงโค้งสุดท้าย ส.ส.ชุมพรกับสงขลาว่าใครจะได้รับเลือกตั้งนั้น มั่นใจว่าพื้นที่สงขลา จะตกเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ คุณ "น้ำหอม" สุภาพร กำเนิดผล น่าจะได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.เขต 6 ส่วนพื้นที่ชุมพร เขต 1 เก้าอี้ส.ส.น่าจะเป็นของ "ทนายแดง" นายชวลิต อาจหาญ จากพรรคพลังประชารัฐได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ 

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด