เจาะประเด็นร้อน

เบื้องหลังรางวัลหมูปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู ทว่าตอนนี้"ปศุสัตว์โดนเท"

เบื้องหลังรางวัลหมูปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู ทว่าตอนนี้"ปศุสัตว์โดนเท"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สถานการณ์หมูแพงท่ามกลางข้อสงสัยการลุกลามของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เปรียบได้สำนวน ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน  แต่วงการหมู ตอนรักมอบโลห์มอบรางวัลขอบคุณ แต่สุดท้ายเทกันระหว่างทาง หรือรักเราจะเก่าเก็บและหมดประโยชน์แล้ว เจาะประเด็นร้อน โดย ขุนเกษตรพิเรน

 

ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน  แต่วงการหมู ตอนรักมอบโลห์มอบรางวัลขอบคุณ แต่สุดท้ายเทกันระหว่างทาง หรือรักเราจะเก่าเก็บและหมดประโยชน์แล้ว

 

ขุนเกษตรพิเรน เลียบเลาะถนนพญาไท ที่ตั้งของกรมปศุสัตว์ บรรยากาศเงียบสงบ พอๆกับสัญญาณโทรศัพท์ที่ปลายทางไม่มีเสียงตอบรับ

 

จากหมูแพง หมูไม่มีขาย หมูเริ่มขาดตลาด สุดท้าย เรื่องหมูๆกลายเป็นหมูเขี้ยวตัน 

 

กลายเป็นประเด็นการเมืองไปแล้วกับการออกมาเปิดโปงรัฐปกปิดข้อมูล ไทยมีโรคระบาด ASF มาแล้ว 3 ปี ของ ส.ส.วิสุทธิ์ ไชยณรุน พรรคเพื่อไทย ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว พร้อมกับข้อมูลเอกสาร รัฐมีการจัดงบประมาณเพื่อใช้ในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งเป็นงบที่ส่วนหนึ่งใช้ในการชดเชยสุกรที่ถูกกำจัด

 

การแถลงข่าวจะไม่มีทางสะเทือนจากรัฐบาลได้เลยหากไม่มีเสียงจากคนในวงการหมูระดับหัวกะทิเรียงหน้าออกมาสะท้อนปัญหาหมูแพงส่วนหนึ่งเกิดจากโรคระบาด และฟันธงตรงกัน คือ หมูเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF 

 

เอาหละซิ กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตและวงกว้างเพิ่มมากขึ้น และเกิดการตอบโต้ไปมาและยืนยันว่าไทยยังปลอดจากโรค ASF จนกระทั่ง สื่อฉบับหนึ่งงัดเอกสารรับรองการตรวจพบ ASF จากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยเกษตรกำแพงแสนมาโชว์

 

ไม่ใช่แค่หมัดเด็ดแต่เป็นหมัดที่ตรงเต็มปลายคางรัฐบาล เล่นเอาวงการปศุสัตว์หน้าชากันไปพักใหญ่ๆ

 

แต่เดี๋ยวก่อน จะโทษปศุสัตว์ฝ่ายเดียวหาใช่เรื่องไม่ วงการค้าหมูหลายคนรู้อยู่เต็มอก หลายคนให้ข่าวพบ ASF มา 3 ปี แล้ว แต่ไฉน 24 ธันวาคม 2563 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จัดงานใหญ่มอบโล่ห์รางวัลเกียรติยศให้กับ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน มอบให้กับนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เชิดชูเกียรติที่ทำให้ไทยรอดพ้นจาก ASF นี่คือหลักฐาน บ่งชี้ว่า 2563 ทั้งปี เราไม่พบ ASF รับรองโดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

 

ถึงตรงนี้...คิดดีๆว่าเกิดอะไรขึ้น มองกันแบบตรงๆ ปี 2563 ถือเป็นปีทองของผู้เลี้ยงสุกรส่งนอก รวมมูลค่า 20,000 ล้านบาท เป็นสุกรมีชีวิต มูลค่า 15,862 ล้านบาท 2,424,064 ตัว 750,061 ตัน และสุกรแช่เย็น แช่แข็ง มูลค่า 3,274 .52 ล้านบาท 26,337.68 ตัน เป็นปีที่ทำเงินสูงสุด เพราะในปี 2562 ไทยส่งออกสุกรขุนเพียง 697,445 ตัวเท่านั้น

 

วันที่มอบโลห์ มอบรางวัล ผู้เลี้ยงสุกรได้ประโยชน์เต็มๆจากการตรวจไม่พบ ASF 

 

เกิดอะไรขึ้นกับปี 2564 เหมือนเป็นปีที่เลวร้ายสุดๆกับวงการเลี้ยงหมู เมื่อราคาหมูพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสอดรับกับการมีข่าวการระบาดของโรคเป็นระยะ พอๆกับการออกมาปฏิเสธและยืนกรานจากภาครัฐว่าไทยยังคงสถานะปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) แต่กระนั้น ปี 2564 ไทยยังส่งออกสุกรขุน 978,720 ตัว

 

ที่สำคัญ เพจไทยคู่ฟ้า ยังลงข่าว รองโฆษกรัฐบาล ดร.รัชดา ธนาดิเรก ยืนยันไทยยังคงสถานะปลอดจากอหิวาต์แอฟริกาในสุกร นี่คือหนึ่งในผลงานสำคัญของรัฐบาล นี่คือหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงที่อ่านครั้งใดแสลงใจทุกครั้ง

 

เบื้องหลังรางวัลหมูปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู ทว่าตอนนี้"ปศุสัตว์โดนเท"

 

โบว์แดงแสลงใจ เป็นโบว์รักสีดำรัดคอจนถึงวันนี้


แน่นอนวันนี้ปศุสัตว์ไม่รับว่ามี ASF ด้วยเรื่องข้อกฎหมาย เรื่องการตรวจสอบข้อมูลวิชาการ ด้วยเรื่องระบาดวิทยา และเพื่อให้เป็นสากลเป็นที่ยอมรับ แต่สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรสะท้อนชัดๆคือ ทุกคนรู้ รู้มานาน เมืองนอกก็รู้ ยกเว้นรัฐไทยที่ไม่รู้

 

"ขุนเกษตรพิเรน" ไม่อยากจะคิดเรื่องทุนใหญ่ได้ประโยชน์ 
แต่เชื่อเหลือเกินตอนนี้ทุนใหญ่ ทุนกลางเดือดร้อน ไม่เช่นนั้น เราคงเห็นการมอบโลห์รางวัลในปีนี้แล้ว 

 

แต่ที่ตายจากสารบบคนเลี้ยงหมูคือ ทุนเล็ก เกษตรกรรายย่อยที่ล้มหายตายจากอาชีพคนเลี้ยงหมูนับแสนราย ลองถอดหัวใจเกษตรกรออกมาดู ในวันที่มีการฉีดยาทำลายหมูของตัวเองแล้วนำไปฝัง ท่านจะคิดอย่างไร เกษตรกรน้ำตาตกใน

 

วันนี้...เพียงแค่เริ่มต้น เพียงแค่มีผลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับรองพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ภาครัฐยังดิ้นขนาดนี้ หรือคนวงการหมูคงไม่รักปศุสัตว์แล้วหรือเปล่า หรือว่าวงการหมูก็ไปต่อไม่ได้ ถึงต้องทิ้งปศุสัตว์ไว้ระหว่างทาง

logoline