เจาะประเด็นร้อน

มหาชัยเปลี่ยน "พงศ์เทพ" ลาเพื่อไทย เฮียม้อสวนทางคืนรัง

มหาชัยเปลี่ยน "พงศ์เทพ" ลาเพื่อไทย เฮียม้อสวนทางคืนรัง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สวนทางเลือดเก่าไหลกลับ "พงศ์เทพ" ประกาศวางมือ อำลาเพื่อไทย คนบ้านเดียวกันอย่างเฮียม้อกำลังชั่งใจคิด จะคืนรังเก่าตามคำเชิญของคนแดนไกลดีหรือไม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ได้เวลาวางมือ “พงศ์เทพ” หลังอยู่กับทักษิณ ชินวัตร มากว่า 26 ปี ตั้งแต่ยุคพลังธรรม ร่วมก่อร่างสร้างไทยรักไทย จนถึงเพื่อไทย

 

แม้จะสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ แต่ “พงศ์เทพ” ก็ไม่ทิ้งเพื่อไทยไปร่วมสร้างพรรคใหม่ เมื่อตัวเองสุกงอมก็พร้อมถอย ปล่อยให้คนรุ่นใหม่ลุยต่อไป

 

พลันที่คนมหาชัยอย่าง “พงศ์เทพ” โบกมือลา ก็แว่วข่าวว่า กลุ่มเฮียม้อจะคืนรังเพื่อไทย ตามคำร้องขอของคนแดนไกล

 

วันที่ 13 ธ.ค.2564 มีรายงานข่าวว่า พงศ์เทพ เทพกาญจนา วัย 65 ปี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องวัยและสุขภาพ อายุ 60 กว่า ความเข้มแข็ง สุขภาพเองก็ไม่เหมือนเดิม รวมถึงได้เห็นนักการเมืองรุ่นใหม่ และเห็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การเมืองมากขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ก็ถึงเวลาวางมือ และดูคนรุ่นหลังๆ ทำงานการเมืองต่อไป

 

พงศ์เทพ ประกาศวางมือก่อนวันที่พรรคเพื่อไทย จะเปิดบ้านต้อนรับจาตุรนต์ ฉายแสง และพี่น้องตระกูลฉายแสง ,อดีต ส.ส.ภาคอีสาน รวมถึงกลุ่มแกนนำ นปช. หวนคืนบ้านเก่า ในวันที่ 14 ธ.ค.2564

นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่า กลุ่มบ้านใหญ่เมืองมหาชัยของเฮียม้อ มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ก็จะอำลาชาติไทยพัฒนา กลับเพื่อไทยเช่นกัน

 

‘ทายาทตระกูลดัง’

“พงศ์เทพ” เป็นลูกชายสุรินทร์ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ในรัฐบาลคึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งสุรินทร์ เคยเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสมุทรสาคร ก่อนจะเล่นการเมืองระดับ เป็น ส.ส.สมุทรสาคร 2 สมัย

 

40 กว่าปีที่แล้ว การเมืองในมหาชัย แข่งขันกันอยู่ 2 ตระกูลคือ ก๊กผล และทับสุวรรณ ก่อนที่จะมีตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ เข้ามายึดครองพื้นที่ในช่วงหลัง

 

อดีตผู้พิพากษาอย่างพงศ์เทพ จึงต้องลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 8 ในสังกัดพรรคพลังธรรม เมื่อปี 2538 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และต่อมาได้รับเลือกเป็นสมาชิก ส.ส.ร.สมุทรสาคร

ปี 2542 ทักษิณ ชินวัตร ชวนพงศ์เทพ มาร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในสมัยรัฐบาลทักษิณเช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรียุติธรรม และรัฐมนตรีพลังงาน

 

ปี 2554 พงศ์เทพ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีศึกษาธิการ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

ภารกิจสุดท้ายในเวทีเลือกตั้ง เมื่อปลายปี 2563 พงศ์เทพลงพื้นที่หาเสียงช่วยเชาวรินทร์ ชาญสายชล ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสาคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และคนมหาชัย ผลปรากฏว่า ตัวแทนของเพื่อไทยพ่ายแพ้แก่ทายาทของเฮียม้อ

 

ต้นปี 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย พงศ์เทพที่มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงหน่อยก็ไม่ได้ตามไปร่วมสานฝัน

 

‘บ้านใหญ่มหาชัย’

ดังที่กล่าวมาข้างต้น “พงศ์เทพ” คนมหาชัยโบกมือลาเพื่อไทย ก็มีข่าววงในว่า มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร จะพาลูกๆคืนบ้านเก่า

 

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว เฮียม้อ มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ตัดสินใจไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ตามคำร้องขอของบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ นครปฐม ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการ ไม่ได้มีปัญหาใดๆกับคนแดนไกล

 

ผลเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สร้างความเจ็บช้ำให้กลุ่มเฮียม้อ เมื่อทีมผู้สมัคร ส.ส.ในสังกัดพ่ายเรียบ แถมพรรคอนาคตใหม่ คว้าไป 2 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง

 

ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสาคร เฮียม้อส่งลูกชาย อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ลงสนามในนามกลุ่มคนทำงาน คราวนี้เฮียม้อกู้หน้าสำเร็จ ปลัดแต หรือ อุดม ชนะขาดลอย ได้เป็นนายก อบจ. สืบต่อจากบิดา

 

ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า เฮียม้อก็ต้องกลับมาพิจารณากันใหม่ จะอยู่ชาติไทยพัฒนาต่อไป หรือกลับเพื่อไทย ซึ่งมีกระแสข่าวเชิงลึกว่า คนแดนไกลต่อสายตรงมาเจรจากับบ้านใหญ่มหาชัย ขอให้คืนรังเก่า

 

หากประเมินสถานการณ์การเมืองในพื้นที่ แบรนด์ชาติไทยพัฒนา ขายยาก เมื่อเทียบกับแบรนด์เพื่อไทยที่เป็นสินค้ายอดนิยมของคนสมุทรสาคร

logoline
logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด