
อย่าไว้ใจหมาเชื่อง
อืมม...ปีก่อนโน้น มีหนังจีนปนเกาหลีเข้ามาฉายบ้านเรา โฆษณาครึกโครม แต่ดูแล้วไม่เข้าท่า นั่นคือ คนม้าบิน จากนั้นเจ็ต ลี แสดงนำเรื่อง คนหมาเดือด ไม่รู้ว่าผู้สร้างได้กำไรบ้างหรือไม่ เพราะการขายดาราอย่างเดียวหลอกผู้ชมไม่ได้
บ้านเราตอนนี้กำลังตื่นเต้นอยู่กับเรื่อง “คนหมาเชื่อง” สร้างความฮือฮาได้พอใช้ เพราะลวดลายเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ยังเป็นเจ้าเก่า หน้าเดิม ซ้ำซาก ระยะหลังพูดจาออกอาการเลอะเลือน จับต้นชนปลายไม่ติด เหมือนธาตุไฟใกล้แตก
“คนหมาเชื่อง” เป็นเรื่องจริง เหมือนหนังชีวิตน้ำเน่าหลายตอนจบ มีทุกฉาก ทั้งความยากจนของพระเอกยามหนุ่ม ได้ติดดาวเป็นนายร้อยตำรวจ จากนั้นเข้าสู่วงการธุรกิจหนังเร่ สะสมเช็คเด้งเป็นปึกๆ มีทั้งของคนอื่น และของตัวเองจ่าย
มีเรื่องต้องทวงหนี้ ฟ้องร้องคดีนัวเนีย ชีวิตไม่รุ่ง นางเอกต้องไปขายสินค้าประเภทของที่ระลึก ผ้าไหม ขายให้ชาวต่างประเทศในโรงแรม 2 ดาวครึ่งย่านถนนสุรวงศ์ ทำให้ไม่นานต้องปิดตัวเอง เพราะมีแต่เจ๊ง ไม่มีโอกาสได้ถอนทุนด้วยซ้ำ
จากนั้นมีฉากเข้าสู่ธุรกิจคอมพิวเตอร์ เริ่มเป็นผู้เป็นคน เงินเดินสะพัด ยิ่งได้ธุรกิจดาวเทียมมาประดับชีวิต เหมือนดาวประดับบ่า จึงเข้าสู่การเมืองถือกระเป๋าให้ปรมาจารย์การเมือง ได้กระทบไหล่คนดัง รู้ช่องทางหากินใต้โต๊ะว่าทำอย่างไร
เพื่อเป็นการตัดฉากให้สั้น พระเอก “คนหมาเชื่อง” ร่ำรวยเกินหน้าใครในแผ่นดิน มีความอยากในทรัพย์สินไม่จำกัด ทำทุกอย่าง เข้าสู่การเมือง แล้วยังหาทางรวยไม่เลิก สร้างฐานอำนาจ จนชาวบ้านรู้ทันรวมกำลังขับไล่หลายเดือน
ผลสุดท้ายโดนทหารเอารถถังมาไล่ ต้องคดีเป็นผู้ร้ายหนีคุก เร่ร่อนไม่มีหลักแหล่งที่อยู่แน่นอน กลายเป็น “คนหมาเชื่อง” พร่ำรำพันเรื่องสมานฉันท์ ปรองดอง
ทุกวันนี้อยากกลับบ้าน อ้างว่าเป็น “คนหมาเชื่อง” อยากนิรโทษกรรม ไม่ต้องรับผิด ส่อพฤติกรรมนิสัยดั้งเดิม เอาแต่ได้ ไม่ยอมเสีย คุกตะรางไม่ยอมเข้า
แบบนี้เป็นลักษณะของการเชื่องบางเวลา กับคนบางกลุ่ม เป็นนโยบายเชิงเสแสร้ง เพราะยังไม่ยอมเลิกป่วน โฟนอินทุกครั้งต้องไล่งับน่องเด็กมาร์คและเด็กกรณ์ อ้างว่าเป็นไก่อ่อนสอนขัน ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ได้
ตัวเองแทบไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ ยังไม่เลิกรานิสัยพล่ามโวโม้บ้า อ้างว่าตัวเองเก่งกว่าใครในแผ่นดิน สอนเด็กมาร์คให้ใช้เงินก้อนใหญ่เป็นแสนๆ ล้าน
“คนหมาเชื่อง” จึงได้แต่เห่าหอนนอกประเทศ ส่งเสียงรบกวนไม่หยุด บางวันให้พวกหมาหิว ลูกน้องที่อ้างว่าเป็นเสือโหยจับเนื้อกินเอง จัดชุมนุมพวกมวลชนบูชาส้นตีนแดงแล้วฟังโฟนอิน ปั่นหัวเป่าหูเหมือนป้อนสารเสพติดทางความคิด หวังยึดครองพื้นที่สื่อ รัฐบาลเด็กมาร์คไม่เป็นอันทำงาน มัวแต่คอยโต้
มาถึงจุดนี้เด็กมาร์คและเด็กกรณ์รวมทั้งเฮียเทือก ต้องตัดใจ เลิกตอแยได้แล้ว เสียเวลากับเรื่องไร้สาระ ไม่เป็นมงคลสำหรับชีวิตที่ต้องไปทะเลาะกับหมา
ทุกวันนี้ “หมาเชื่อง” เซื่องซึม หางตก ที่แท้เป็นหมาบ้าหน้าร้อน โดนงับติดเมื่อไหร่ต้องให้หมอฉีดยาหลายเข็ม ไม่อย่างนั้นจะบ้าตาม บอกไว้ก่อนนิ! อิอิอิ!!!



