เจาะประเด็นร้อน

เปิดร่าง "กฎหมายเลือกตั้ง" ส.ส. กกต.กำหนดที่มาสภา 500

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เปิดที่มาสภา 500 ร่าง "กฏหมายเลือกตั้ง" ส.ส. กกต.แยกชัดแบ่งเขต - บัญชีรายชื่อ ไม่นำมาคำนวณร่วมกัน แบบจัดสรรบันส่วนผสม

สาระสำคัญ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่กกต.จัดรับฟังความเห็น จำนวน 37 มาตรา มีเนื้อหา ที่ละม้ายคล้ายกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี 2554 แต่ได้ปรับส่วนที่เป็นปัญหา คือการกำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ 5% ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปิดกั้นพรรคขนาดเล็กออกไป  การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 เขต กำหนดเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้หมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ  เช่นเดียวกับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งจำนวน 100 คน  

การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แต่ละจังหวัดพึงมี ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามทะเบียนราษฏร์ เฉลี่ยด้วยจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน ผลลัพธ์ เท่ากับจำนวนราษฎรต่อผู้แทนราษฎร 1 คน  จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ 
ให้จังหวัดนั้นมีผู้แทนราษฎร 1 คน  จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ให้จังหวัดนั้น 
มีผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1คนทุกจำนวนที่ถึงเกณฑ์ หากยังได้ส.ส.ไม่ครบ 400 คน ให้จังหวัดที่มีราษฎรเกินเกณฑ์มากที่สุด มีส.ส.เพิ่มได้อีก 1คนตามลำดับ จนครบจำนวน จังหวัดใดมีผู้แทนราษฎร เกิน 1คนให้แบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรใกล้เคียงกันในแต่ละเขต คณะกรรมการต้องดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งและประกาศเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 90วันนับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ
ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดให้พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้พรรคละหนึ่งบัญชี มีจำนวนไม่เกินหนึ่งร้อยรายชื่อ โดยมิได้ระบุจำนวนขั้นต่ำที่พรรคการเมืองนั้นๆ ต้องส่ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  
ทั้งนี้ พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แบบเดียวก็ได้ โดยจะได้รับหมายเลขผู้สมัคร ต่อจากหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลำดับสุดท้าย ของเขตเลือกตั้งที่พรรคการเมืองนั้นส่งผู้สมัคร  และกรณีที่มีผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งในลักษณะนี้ มาสมัครพร้อมกันมากกว่าหนึ่งพรรค หากไม่สามารถตกลงกันเรื่องหมายเลขผู้สมัครได้ ให้ใช้วิธีจับสลาก  ให้คณะกรรมการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรายใดได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น 
 

ส่วนการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ให้เอาจำนวนคะแนนการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ หารด้วย 100 ผลที่ได้คือจำนวนคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน  จากนั้นนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปหารจากคะแนนบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ  ผลลัพธ์เท่ากับจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นๆ  เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วยังได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ ให้พรรคการเมืองที่มีเศษเหลือจากการคำนวณ มีส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหนึ่งคน เรียงตามลำดับ จนได้ส.ส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน 
ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้สมัครผู้ใด มีคะแนนอยู่ในลำดับที่จะได้รับการเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัย ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยว่าผู้สมัครผู้นั้นมีเหตุดังกล่าว ให้มีคำสั่งยกเลิกการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นและสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ ทั้งหมดนี้เป็น

logoline