เจาะประเด็นร้อน

แก้วร้าวยากจะประสาน “ประวิตร-ประยุทธ์” ทำพลังประชารัฐสะดุด

แก้วร้าวยากจะประสาน “ประวิตร-ประยุทธ์” ทำพลังประชารัฐสะดุด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หากความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่อาจสมานรอยร้าวกันได้จริง การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันเวลาข้างหน้าย่อมเป็นโจทย์หินของพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน โดยนายหัวไทร

 

โปรดเกล้าลงมาแล้วรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมี ส.ส.500 คน เป็นระบบเขต 400 คน ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และใช้บัตรเลือกตั้ง 6 ใบ
“พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค” ชอบใครเลือกคนนั้น ขอบพรรคไหนก็กาบัตรให้ คะแนนพรรคจากทุกพรรคจะถูกนำไปคำนวณเป็นจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคควรจะได้

 

แม้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีวาระถึงปี 2566 แต่ระยะหลังทุกพรรคการเมืองต่างเดินหน้าหาคะแนนเสียงเสมือนกับว่า การเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
       

พรรคการเมืองใหม่ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็น แม้รัฐธรรมนูญใหม่จะไม่เอื้อสำหรับพรรคเล็ก หรือพรรคการเมืองเกิดใหม่ แต่เชื่อกันว่า เป็นการตั้งพรรคขึ้นมาสำรองไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
       

จู่ๆพรรคไทยสร้างสรรค์ก็โผล่มา ทำนองว่า 2 ป.สนับสนุนให้ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ หรืออย่างพรรคพลังก็มีให้เห็น หรือพรรคเพื่อไทรวมพลัง…!
     

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า การเมืองยังไม่แน่นอน หัวหน้ากลุ่มก้อนทางการเมืองจึงต้องมีพรรคการเมืองสำรองของตัวเองไว้ เผื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองก็มีพรรคสำรองไว้อยู่แล้ว

 

แต่ขณะนี้ความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับพรรคพลังประชารัฐ ที่นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูเหมือนจะยังไม่คลี่คลาย

 

ล่าสุดเกิดกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ หันไปสนใจพรรคการเมืองชื่อ “ไทยสร้างสรรค์” ตอกย้ำกระแสข่าวที่ว่าหากพรรคพลังประชารัฐจัดการไม่ลงตัว โดยเฉพาะการจัดการกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็พร้อมตีจาก

 

แก้วร้าวยากจะประสาน “ประวิตร-ประยุทธ์” ทำพลังประชารัฐสะดุด

 

แม้จะถูกมองว่า การผุดขึ้นมาของพรรคไทยสร้างสรรค์ในสถานการณ์ความขัดแย้งของผู้นำ เป็นเพียงการโยนหินถามทาง หรือสร้างกระแสกดดัน พล.อ.ประวิตรให้เร่งจัดการปัญหาภายในพรรคก็ตาม
กดดันว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เอาด้วยกับพลังประชารัฐ พรรคนี้ก็เดินยาก ไม่มีจุดขาย จะเอาใครเป็นนายกรัฐมนตรี

 

กระแสการตีจากพรรคพลังประชารัฐของ 2ป.เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้

 

ช่วงก่อนเกษียณของ "ฉัตรชัย พรหมเลิศ"อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ข่าวกระฉ่อน "พรรคปลัดฉิ่ง" ภายใต้ชื่อ "พรรคเศรษฐกิจไทย" ก็เคยปรากฏให้เห็นว่าจะเป็นพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์

 

รับรู้กันว่า พรรคปลัดฉิ่งตั้งเพื่อรองรับ 2 ป. หากความขัดแย้งกับ ป.ประวิตร ไม่อาจสมานแผลลงได้

 

แต่กระแสพรรคบิ๊กฉิ่งกลับหายเข้ากลับเมฆ พร้อมๆกับการทิ้งเพื่อนรักของ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ไปสังกัดพรรคกล้า เพราะหาเงาพรรคบิ๊กฉิ่งไม่เจอ

 

คลื่นความขัดแย้งยังคงอยู่

 

พล.อ.ประวิตรยังคงออกตรวจพื้นที่พร้อมๆ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ท่ามกลางกระแสต้อนรับจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอย่างคึกคัก พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ต่อเนื่อง

 

หากความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับ พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่อาจสมานรอยร้าวกันได้จริง การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันเวลาข้างหน้าย่อมเป็นโจทย์หินของพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์

 

การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ และกำลังแก้ไขกฎหมายลูกเพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คาดการณ์กันว่า พรรคการเมืองที่จะได้ประโยชน์จากการแก้ไขคือพรรคที่ประชาชนลงคะแนนให้มากๆ

 

พรรคเพื่อไทยคิดว่าการแก้ไขเช่นนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ประเมินคะแนนที่เคยได้เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว น่าเชื่อว่าหากมีการเลือกตั้งด้วยระบบบัตร 2 ใบ พรรคพลังประชารัฐก็น่าจะได้ประโยชน์

 

แต่การประเมินของพรรคพลังประชารัฐนั้นเป็นการประเมินก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กับพรรคพลังประชารัฐมีปัญหา

 

ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ถ้าลงเอยด้วย พล.อ.ประยุทธ์ แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ และตั้งพรรคใหม่มาสนับสนุนย่อมส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งที่จะมาถึง

แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะกำหนดให้เสียง ส.ว. 250 เสียงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ จนกลายเป็นเงื่อนไขหลักในการต่อรองให้พรรคการเมืองอื่นๆ มาสนับสนุนรัฐบาล

 

แต่การเลือกตั้งต้องมีพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน

 

ถ้าผลการเลือกตั้งออกมาเช่นเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 คือ พรรคเพื่อไทยมี ส.ส.สูสีกับพรรคพลังประชารัฐ  โดยเฉพาะคะแนนพรรค ที่เคยถูกยกมาเป็นข้ออ้าง ชิงจัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว และไม่ควรลืมคราวนี้ จะมีพรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย คอยเบียดแทรกขึ้นมาอีก

 

การเลือกตั้งใหม่ ที่อาจจะมีพรรคใหม่มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อาจเข้ามาทำลายเสียงของพรรคพลังประชารัฐเดิม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์

 

ทางออกคือ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ ต้องกลับมาสมานฉันท์ รักกันเฉกเช่นเดิม ซึ่งมอง ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ยังเป็นเรื่องยาก 

แก้วที่มันร้าว แม้จะเอากาวมาทาปรับแต่งให้เป็นรูปแก้ว แต่ยังคงเห็นรอยร้าว


 #นายหัวไทร #มากกว่าข่าว #ขัดแย้ง #ร้าว

logoline