
"น้ำตาบักเตี้ย"
"อ้ายเกิดไม่ทัน สมัยคนไทยดื่มนม หุ่นจึงเตี้ยกลม สาวไม่นิยมควงแขน" ... (ส่วนหนึ่งจากเพลง "น้ำตาบักเตี้ย" อัลบั้ม คู่แฝดคนอีสาน)
ผมชอบฟังเพลงนี้และดูมิวสิกวิดีโอเพลงนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นเพลงที่สนับสนุนให้ดื่มนมทางอ้อม... ฮาฮา
ปัญหาเรื่องนมโรงเรียนน่าจะชิงพื้นที่ข่าวได้มาก เพราะยิ่งสาวยิ่งเจอเรื่องสลับซับซ้อนมากเข้าไปเรื่อยๆ
ที่สำคัญก็คือ เรื่องราวของนมโรงเรียนนั้นเป็นประเด็นข่าวด้วยเหตุผลที่น่าสนใจสามประการ
ประการแรก เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทุจริต เพราะเรื่องของนมโรงเรียนนั้นทำให้เห็นภาพของการทุจริตที่สลับซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อเปิดเข้าไปถึงชื่อของนายทุน ข้าราชการประจำ และนักการเมือง
ประการที่สอง เกี่ยวข้องกับเรื่องของเทคนิค ว่าจะมีการกำหนดสัดส่วนอย่างไรในเรื่องของคุณภาพของนมโรงเรียน เช่น จะเปลี่ยนจากนมพาสเจอร์ไรซ์ (คือต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เย็น) หรือเปลี่ยนมาเป็นนมแบบยูเอชที ที่ไม่ต้องใส่ตู้เย็น เรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องเทคนิคนั้นเป็นประเด็นข่าวที่สนุก เพราะสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคนิคทั้งหลายได้ว่า เขามีความเห็นอย่างไร
ประการที่สาม เกี่ยวข้องกับเรื่องของภาพรวมทางเศรษฐกิจ เพราะว่าชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากเรื่องของการทุจริตแล้ว เรื่องนมโรงเรียนที่ตอนแรกนึกว่าเป็นในพื้นที่เดียวนั้นนอกจากจะลามไปเป็นปัญหาหลายพื้นที่แล้ว ยังเกี่ยวพันกับปัญหาที่เกษตรกรขายนมคุณภาพไม่ได้ราคา ต้องเอามาเททิ้ง แต่เด็กถูกบังคับกินนมที่คุณภาพห่วยแตก
เรื่องทั้งหมดทั้งปวงนี้เมื่อมีการเปิดโปงกันเพิ่มมากขึ้น ก็แฝงไปด้วยทางออกที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อในทำนองของความพยายามค้นหานโยบายใหม่ที่จะขจัดปัญหาคอรัปชั่น และค้นหาสูตรเรื่องคุณภาพนมที่ดีที่สุด และพยายามหาทางออกในเรื่องของการแก้ปัญหาราคานมตกต่ำ ซึ่งถือเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาของสังคมที่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายมากที่สุด นับตั้งแต่มีความขัดแย้งทางการเมืองก่อตัวขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือ เรามักมีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยเน้นหลักสำคัญอยู่ในเรื่องสองเรื่อง คือ การใช้คุณธรรมในการปราบคอรัปชั่น และเน้นหาเทคนิคที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา โดยละเลยมิติในเรื่องของประชาธิปไตย
แม้ว่าเรื่องการทุจริตนมอาจจะกินลึกไปถึงระดับของหน่วยการปกครองท้องถิ่น แต่เราก็ไม่ควรที่จะหมดศรัทธาในการปกครองท้องถิ่น แต่ควรพิจารณาว่าในสังคมอื่นๆ นั้น เขาอาจพิจารณาเรื่องของพื้นที่การศึกษาใหม่ โดยไม่ได้โอนเรื่องของการศึกษาไปอยู่ในหน่วยการปกครองท้องถิ่น แต่สร้างพื้นที่การศึกษาในฐานะหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่เป็นอิสระ คือทำให้เกิดตำบลการศึกษา (school district) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งโดยการวางกฎระเบียบที่เข้มงวด ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความสนใจในการมีส่วนร่วมผลักดันพัฒนาเรื่องของการศึกษาและการเรียนรู้ให้ลูกหลานของเขามากขึ้น
ตำบลการศึกษา ที่ดีจะทำให้การตรวจสอบนั้นขยายไปจากเรื่องนม ไปสู่เรื่องของหลักสูตร ภูมิปัญญาท้องถิ่น เครื่องแบบนักเรียน หรือแม้กระทั่งทางเลือกอาหารเสริมที่อาจไม่จำเป็นต้องหมายถึงการดื่มนม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามความต้องการของท้องถิ่นภายใต้การแนะนำขององค์กรควบคุมมาตรฐานจากส่วนกลาง
ยิ่งมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น การทุจริตก็ย่อมจะลดลง เพราะมีคนรู้เรื่องและคนสนใจมากขึ้น คนจะเกรงกลัวทั้งกฎหมายและกลัวคนอื่นมองเห็นมากขึ้น
ในทางปฏิบัติ เราไม่สามารถรอให้เกิดการตรวจสอบในเรื่องนี้ได้ตลอดเวลาจากส่วนกลาง เราจึงควรมีศรัทธากับประชาธิปไตยในท้องถิ่นที่จะส่งเสริมให้เกิดกระบวนการตรวจสอบให้มากขึ้นครับ



