คอลัมนิสต์

แผลในใจ "ปิยบุตร" ไม่แก้ ม.112 สมัยอนาคตใหม่

วิวาทะปฏิรูปสถาบันฯ "ปิยบุตร" สารภาพแผลในใจ ไม่ชงแก้ ม.112 เป็นนโยบายพรรคอนาคตใหม่ ต่างพรรคก้าวไกลเปิดหน้าชนระบอบปรสิต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การขับเคลื่อนของกลุ่มราษฎรประสงค์ยกเลิก 112 บนท้องถนน เป็นสิ่งที่ “ปิยบุตร” รอคอยมานานแล้ว เพราะเขาอยากเห็นการพูดคุยถกเถียงเรื่องนี้เป็นวงกว้าง

 

3 ปีที่แล้ว “ปิยบุตร” ยอมรับใจไม่ถึงพอที่จะบรรจุเรื่องการแก้ไข ม.112 ไว้ในนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อพรรคก้าวไกลรับไม้ต่อ ได้ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ ชัดเจน ซึ่งไปไกลกว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้

 

สิ่งที่ “ปิยบุตร” วาดฝันกับความจริงนั้น เหมือนหนังคนละม้วน เพราะการปักธงแก้ ม.112 จะนำมาซึ่งความแตกแยกครั้งใหญ่ในสังคมไทยอีกครั้ง

 

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 คณะก้าวหน้า ออกแถลงการณ์จะร่วมรณรงค์ล่ารายชื่อให้ได้มากที่สุด เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ยกเลิกมาตรา 112 ในครั้งนี้

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มองไกลกว่าการแก้ ม.112 บางประเด็น เขาต้องการเห็นการปฏิรูปสถาบันฯเป็นไปได้ เพื่อให้กฎหมายอาญา ม.112 ถูกพูดคุยถกเถียงเป็นวงกว้าง ทั้งหมดนี้จะทำให้สังคมไทยสามารถเดินออกจากวิกฤติ

 

ด้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์พร้อมผลักดันแก้ไข ม.112 ว่า “เมื่อเปิดประชุมสภา พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าต่อเพื่อผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาให้ได้ และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ”

 

‘แผลเป็นทางการเมือง’

ต้นปี 2564 “ปิยบุตร” ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นักการเมืองในสภาฯ เสนอ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112 เพราะประมวลกฎหมายอาญา ม.112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ดังที่เขาเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส

 

“ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก”

“ปิยบุตร” ยังได้เล่าถึงสมัยที่ร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในครั้งนั้น เขามีเรื่องที่เป็นตราบาปฝังในจิตใจ และเป็นแผลเป็นในชีวิตทางการเมืองคือ ไม่ผลักดันเรื่องแก้ ม.112

 

“ผมยอมกลืนเลือด ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ..”

 

ในอดีต “ปิยบุตร” เป็นหนึ่งในแกนนำคณะรณรงค์แก้ ม.112 ร่วมกับคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้า จึงถูกวิพากษ์ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า ใจไม่ถึง ใจไม่กล้าที่จะเสนอยกเลิก ม.112 ในนโยบายของพรรค

 

วันนี้ “ปิยบุตร” แสดงตัวเป็นกองหนุนเด็กๆ เคลื่อนไหวรณรงค์ให้ยกเลิก 112 และนำพลังคนรุ่นใหม่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส. เสนอร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112

 

‘ก้าวไกลไปสุดขั้ว’

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ปิยบุตร” และธนาธร เพื่อนร่วมอุดมการณ์ส่งไม้ต่อให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งอดีตผู้ก่อการอนาคตใหม่ก็ไม่ผิดหวัง ที่ชาวก้าวไกลไปไกลกว่าที่คาดไว้

 

จริงๆแล้ว ชาวพรรคก้าวไกลไม่ได้อำพรางจุดยืนเรื่องปฏิรูปสถาบันฯ ดังที่ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้เตรียมการจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 มาแต่ต้นปี 2564

 

การเปิดหน้าชกของพิธา กลับกลายเป็นการเรียกคะแนนนิยมพรรคและตัวเอง ยกตัวอย่างผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ประชาชนร้อยละ 28.67 เลือกพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และอีกร้อยละ 25.21 จะเลือกพรรคก้าวไกล

 

ในวันประชุมใหญ่ที่ขอนแก่น “พิธา” กล้าใช้คำปราศรัยที่ว่า “..ต้องใช้วิถีก้าวไกล ที่พร้อมสู้กับปัญหาทั้ง 3 ระดับ จัดการกับเสือนอนกินที่เป็นระบอบปรสิตกัดกินประเทศไทย รัฐราชการรวมศูนย์ที่กดทับทุกปัญหา”

 

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มผู้ปกป้องสถาบันฯ ต่างไม่พอใจจุดยืนและการแสดงออกของหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ใช้คำว่า “ระบอบปรสิต”

 

ความคาดหวังของ “ปิยบุตร” ที่จะให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรา 112 และการพูดคุยหาทางออกของระหว่างคนทุกกลุ่มในสังคมที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน อาจจะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันอีกครั้งในสังคมไทย

ข่าวยอดนิยม