เจาะประเด็นร้อน

พลพรรคคนรัก"ทักษิณ" ยามนี้..ทำอะไร ( 2 )

พลพรรคคนรัก"ทักษิณ" ยามนี้..ทำอะไร ( 2 )
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"โทนี่ วูดซัม" หรือ "ทักษิณ" อดีตผู้นำคดีทุจริตหนีไปอยู่ต่างแดน มีเครือข่ายทางการเมืองหลายกลุ่มก้อน นอกจากวงศ์วานว่านเครือ เขายังต่อสายสัมพันธ์กับบิ๊กราชการ เชื่อมต่อการทำงานกลุ่มการเมืองระดับพื้นที่ และวันนี้ มาทำความรู้จักกัน / ในเจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

 

กล่าวกันต่อถึง"พลพรรคคนรักทักษิณ"ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กับอดีตนายกฯคนที่ 23  ที่ผ่านมา-นาทีนี้ บุคคลเหล่านี้มีชะตาชีวิตเช่นใดบ้างหลังถวายชีวิตลุยงานให้นายทักษิณ ชินวัตรและวงศ์วาน

 

"ยุทธ ตู้เย็น"  นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และประธานสภาผู้แทนราษฎร   ชายคนนี้คือ"หนึ่งในสายตรง"ยามที่คนหน้าเหลี่ยมลี้ภัยยึดอำนาจวันที่19ก.ย.2549  ต่อมา"ยุทธ ตู้เย็น"ไปร่วมตั้งพรรคพลังประชาชนกับนายสมัคร สุนทรเวช  โดย"ยุทธ ตู้เย็น"รับบทหนึ่งในรองหัวหน้าพรรค  

 

ความซวยมาเยือนครั้งที่สองเกี่ยวกับการยุบพรรค เมื่อนายวิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคชาติไทย นำหลักฐาน(วีซีดี )กล่าวหาว่านายยงยุทธเรียกกำนัน 10 คนในพื้นที่อ.แม่จัน จ. เชียงราย (นำโดยนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ )เดินทางไปพบนายยงยุทธที่กรุงเทพฯ ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. 2550 และเข้าพักที่โรงแรมเอสซีปาร์ค โดยนายยงยุทธขอให้กำนันเหล่านี้ช่วยเหลือตน-น้องสาวและนายอิทธิเดช แก้วหลวง ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พปช.

 

ยงยุทธ ติยะไพรัช  อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน(ถูกยุบพรรคไปแล้ว )  และประธานสภาฯ

 

"จากนั้นคนสนิทของนายยงยุทธได้มอบเงินให้กำนันคนละ 20,000 บาท" สิ่งที่พาดพิงยุทธ ตู้เย็นว่าทุจริตเลือกตั้งนั้น เมื่อมีการสอบสวนจากกกต.พบว่า"มีความผิด" แม้ยุทธ ตู้เย็น จะอ้างว่า"เป็นการจัดฉากเพื่อใส่ร้าย หาเหตุยุบพปช."  วันที่ 2 ธ.ค.2551ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า นายยงยุทธเป็นกรรมการบริหารพรรค ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของพรรคให้ชนะเลือกตั้ง จึงสั่งยุบพรรคและกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ( ยุบพรรคพร้อมพรรคชาติไทยแลพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่โดนข้อหาทุจริตเลือกตั้งเช่นกัน) ส่งผลให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคและน้องเขยของคนหน้าเหลี่ยมต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปด้วย  

 

ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง 22 มี.ค.2562 "ยุทธ ตู้เย็น"จับมือ"ตู่ นปช."นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นกองเชียร์พรรค  เพื่อชาติที่แยกตัวมาจากพรรคเพื่อไทย เน้นหาเสียงจากคนเสื้อแดงตามยุทธการ "แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย" ของนายใหญ่ดูไบ  โดยยุทธ ตู้เย็น ส่งบุตรสาวลงสมัครพรรคเพื่อชาติจนได้เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์(น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช )  แต่ส่งบุตรชาย(นายมิตติ ติยะไพรัช)ไปเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ(โดนยุบพรรค)  น.ส.ละออง ติยะรัช น้องสาวตัวเองเป็นส.ส.บ้านเกิด สังกัดพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับตู่ นปช. และตอนนี้สองขุนพลกองเชียร์พรรคเพื่อชาติแยกทางกันเดินแล้วอย่างถาวร!?!

 

 

 

"ดร.ปึ้ง" ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศรัฐบาลนารีขี่ม้าขาว   การช่วยเหลือคนแดนไกลให้ได้รับสิทธิในการกลับบ้านนั้นเป็นการบ้าน"นโยบายปรองดองของสร.1"ที่ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร   แต่คล้ายว่าจะไม่ปรองดอง เพราะวันที่ 10 ต.ค. 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาอุทธรณ์คดีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้แก่นายทักษิณ โดยมิชอบ  ในคดีหมายเลขดำที่ อธ.อม.3/2561 (อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง นายสุรพงษ์ ในฐานะรมว.ต่างประเทศ  เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ในคดีคืนหนังสือเดินทางให้กับนายทักษิณหลังโดนคมช.ยกเลิกไปก่อนหน้านี้) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 61 องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากพิพากษา ให้จำคุกจำเลย เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ แต่เมื่อดร.ปึ๊งอุทธรณ์ขอชลอการลงโทษและอ้างอาการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง  องค์คณะฯ มีมติเสียงข้างมาก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี โดยโทษจำคุกนั้นรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี แต่ให้มีโทษปรับในความผิดนี้ด้วยเป็นเงิน จำนวน 100,000 บาท

 

ในช่วงที่ดร.ปึ้งทำหน้าที่ในกระทรวงบัวแก้วนั้น  มีการสั่งการให้ข้าราชการดำเนินการคืนหนังสือเดินทางเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ "นายใหญ่" ในวันที่ 1 ม.ค. 2554 โดยได้มอบคืนพาสปอร์ตประเภทบุคคลทั่วไป 2 เล่ม ( เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117) โดยให้เหตุผลว่า นายทักษิณอยู่ต่างประเทศ ไม่เป็นภัยต่อรัฐบาล

 

สิ่งที่ปรากฏพบว่า มีการฟ้องร้องกันรวมทั้งเป็นหนึ่งในชนวนม็อบนกหวีดที่นำโดยลุงกำนัน เพราะหนึ่งในครม.นางสาวยิ่งลักษณ์ ดำเนินการขัดต่อกฎหมายและความรู้สึกประชาชน  เพราะฐานะของนายทักษิณตอนนั้นคือนักโทษหนีคดี ไม่ควรได้รับหนังสือเดินทางด้วยวิธีเช่นนี้  ต่อมาเมื่อวันที่20 พ.ค. 2563ดร.ปึ้งเสียชีวิต ด้วยวัย 67 ปี  

 

"นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  เจ้าของฉายา"ยุทธ ผมขาว" ก้าวเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่สอง เปิดทางให้นางสาวคนเล็กของนายใหญ่ดูไบลงสมัครลำดับที่หนึ่ง หลายคนทราบดีว่านายยงยุทธขยับชีวิตจากข้าราชการมาเป็นนักการเมืองเพราะกรณีที่ดินอัลไพน์

 

วันที่ 17 ก.พ.2563  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง  ศาลนัดฟังสั่งศาลฎีกาคดีที่ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรมว.มหาดไทย  จำเลย คดีทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ยื่นขออนุญาตฎีกาในคดีหมายเลขดำ อท.38/2559 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบหรือทุจริต หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในคดีนี้ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน"ให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี" เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายยงยุทธ ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาที่ผลถึงที่สุด ตามศาลอุทธรณ์ที่มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562

 

ย้อนความไปในช่วงไทยรักไทยกุมอำนาจฝ่ายบริหารซึ่งตอนนั้น “นายยงยุทธ”เป็นบิ๊กข้าราชการระแวกคลองหลอดที่มีอำนาจในเรื่องนี้ ได้รับรองให้การซื้อขายที่ดินจำนวนกว่า 700 ไร่  ทั้งที่เป็นที่ธรณีสงฆ์(นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ยกที่ดินถวายวัดธรรมิการามวรวิหาร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ )แม้ความเห็นของที่ประชุมใหญ่ของคณะ กรรมการกฤษฎีกาในขณะนั้น ยืนยันว่าไม่สามารถซื้อขายที่ดินได้ เพราะเป็นที่ดินวัด แต่ในเวลาต่อมาบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด และบริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตทจำกัด(นายเสนาะ เทียนทอง เป็นเจ้าของ) ได้ขายที่ดินต่อให้กับ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” (ภรรยานายทักษิณ  ในขณะนั้น) อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวตลอดจนรายการจดทะเบียนลำดับต่อๆ มา  เนื่องจากเห็นว่าเป็นการโอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  และผู้มีส่วนได้เสียจำนวน  290 ราย  อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อกรมที่ดิน  แต่กรมที่ดินยืนยันคำสั่งเดิม และเสนอเรื่องต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น(คือนายยงยุทธ) พิจารณาเห็นควรให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว จึงทำให้กลายเป็นว่าการโอนที่ดินของยายเนื่อมนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว การต่อสู้คดีนี้  วันที่17 ก.พ.2563 คือวันที่จบลงแบบถาวร เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังสั่งศาลฎีกาคดีที่นายยงยุทธ ยื่นขออนุญาตฎีกาในคดีหมายเลขดำ อท.38/2559 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบหรือทุจริต หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในคดีนี้ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงเตรียมนำตัวนายยงยุทธ จำเลยไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาที่ผลถึงที่สุด ตามศาลอุทธรณ์ที่มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562

 

“พลโทภราดร พัฒนถาบุตร-นายถวิล เปลี่ยนศรี/พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี-พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์"

 

มหากาพย์อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้นายกฯปูหลุดเก้าอี้..

 

ย้อนเวลาไปยังช่วงตั้งไข่รัฐบาลนารีขี่ม้าขาว ตอนนั้นมีกระแสข่าวว่าจะเปลี่ยนตัวผบ.ตร.จากพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ให้พ้นหน้าที่เพื่อเปิดทางให้พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ขึ้นเป็น"พิทักษ์1" จึงมีการหารือทางลับให้"บิ๊กน้อย"ย้ายไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ซึ่งนายถวิล เปลี่ยนศรี ทำหน้าที่นี้อยู่ 

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร  อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

 

ตอนนั้นนายกฯปูเริ่มวางไลน์ให้ "พลโทภราดร พัฒนถาบุตร "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ให้มาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสมช. และโอนย้ายนายสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการ สมช. ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำแทน(มติครม.วันที่ 26 มิ.ย.2555)   อดีตข้าราชการและข้าราชการสมช. ประกอบด้วย นายสุวิทย์ สุทธานุกูล, นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ และนายถวิล  ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายกรัฐมนตรี คัดค้านมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2555 และขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนใหม่

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์   ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. พี่เขยทักษิณ ชินวัตร

ช่วงปลายเดือนส.ค.-ก.ย.2554 กระแสเปลี่ยนผบ.ตร.แรงขึ้นเรื่อยๆ โดยวันที่ 4 ก.ย.2554 (วันอาทิตย์) นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้โทรศัพท์สั่งการให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดำเนินการทำเรื่องขอรับโอนนายถวิลมาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำและเสนอที่ประชุมครม.ในวันที่6ก.ย.2554(แก้คำสั่งลงนามวันที่5ก.ย.2554และเสนอเข้าที่ประชุมครม.วาระจร) และในวันที่ 19 ต.ค.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.แทนตำแหน่งที่ว่างลง    ในวันที่ 4 ต.ค.2554  ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. จากนั้นมติครม.วันที่18ก.ย.2555  ครม.อนุมัติแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วิเชียร  ไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม และให้ "พล.ท.ภราดร" เป็นเลขาธิการสมช.แทน   

 

ขณะนั้น นายถวิล รู้สึกไม่เป็นธรรม ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ โยกไปเป็นที่ปรึกษานายกฯโดยมิชอบ  ต่อมาศาลปกครองมีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คืนตำแหน่งให้ และผลจากคดีนี้ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯรักษาการ หลังจากการยุบสภาจากการขับไล่ของกปปส. และเกิดการรัฐประหาร วันที่22 พ.ค. 2557 ทำให้นายถวิล กลับสู่ตำแหน่ง และเกษียณอายุในอีกไม่กี่เดือนถัดมา

 

บ่วงกรรมของพลพรรคคนรักแม้วยังไม่จบ..โปรดติดตามตอนต่อไปว่าใครอีกที่ต้องรับบาปเคราะห์จากการรับใช้นายใหญ่เเละครอบครัวเมื่อวันวาน
 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด