เจาะประเด็นร้อน

"พายุการเมือง"ในม่านฝน "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น"

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

พายุยังไม่หมดไปจากเมืองไทย หลายพื้นที่ยังน้ำท่วมกันอยู่ แต่"พายุการเมือง" หากมองกันลึกๆแล้ว เค้าลางลมฝนเบาบางลง เว้นแต่การปั่นกระแสขึ้นมาจากใครบางคน เข้าทำนอง "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" /เจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

ยามนี้พายุยังไม่หมดไปจากเมืองไทย หลายพื้นที่ยังน้ำท่วมกันอยู่ แต่"พายุการเมือง" หากมองกันลึกๆแล้ว เค้าลางลมฝนเบาบางลง เว้นแต่การปั่นกระแสขึ้นมาจากใครบางคน  บางรายโพทนาว่าตนเองมีความเก่งกล้าสามารถ กลบวีรกรรมอัปยศของตนเองเสียสิ้น ขณะเดียวกัน งัดวาทกรรมทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามทำงานไม่เป็นสัปปะรด วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ เป็นการเมืองแบบ "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น"

 

ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ากระแสปั่นการยุบสภายุติแล้วจากคำยืนยันจากธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกรัฐบาล ที่ย้ำในการแถลงมติครม.ครั้งล่าสุดบวกกับการยืนยันของ"วิษณุ เครืองาม”  รองนายกรัฐมนตรี โดยสรุปว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกควรต้องดำเนินการให้ลุล่วงไม่อย่างนั้นหากยุบสภาแล้วกติกาใหม่บังคับใช้น่าจะยุ่งไปกันใหญ่

 

"ลุงตู่"ยืนระยะ

 

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

 

แบบนี้แปลว่า ราวๆหนึ่งปีคือการชำระตัวบทกฎหมายลำดับรองลงมาเพื่อรองรับการที่กติกาหลักที่ถูกเสนอแก้ไขบังคับใช้ให้บรรลุและเข้าใจตรงกัน ตรงนี้"ลุงตู่"ยืนระยะไปได้อีกช่วงหนึ่ง บวกกับการหารือระหว่างแกนนำรัฐบาลเมื่อเช้าของวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาแม้จะมีการยืนยันจากหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคออกมาแล้วว่าหารือกันเรื่องการทำงานทั่วไปไม่มีอะไรมากกว่านั้น

 

ดังนั้นภาวะแบบนี้ของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้ารัฐบาล คือการเตรียมรับมือหลากมาตรการในการเปิดประเทศในไม่กี่วันข้างหน้าแม้ตัวเลขสีแดง สีเขียวรายวันของไวรัสโควิด –19นั้นยังไม่ใช่ตัวเลขที่ดีนักก็ตาม  แต่หลากประเทศก็ใช้มาตรการนี้หลังการกระจายวัคซีนและมาตรการทางสังคมที่นำมาใช้เพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิมของประชาชนให้มากสุดนำมาใช้ท่ามกลางตัวเลขสีแดง สีเขียวขึ้นๆลงๆเสมือนกราฟหุ้นที่ออกมาให้ลุ้นเสียวกันรายวัน 

 

 

 

หากจะอ่านใจ"ลุงตู่"  พอประเมินได้ว่า "ศึกใน"คือการขยับของคนการเมืองพรรคพลังประชารัฐในมิติการเมืองเพื่อชิงอำนาจบางอย่างได้ยุติแล้ว แม้แรงดื้อยังพอปรากฏ...แต่เชื่อว่าหลังฝนซาฟ้าเปิด การจัดกระบวนทัพที่จะหนุนลุงตู่และคณะน่าจะทยอยออกมาให้เห็นและตีความทางการเมืองได้ลางๆว่า เส้นทางการเมืองของ"ลุงตู่"จะมีเข็มมุ่งไปยังทิศทางใดต่อไป

 

หันมองขั้วตรงข้าม"ลุงตู่"ในสภาผู้แทนฯกันบ้าง นอกจากวาทกรรมที่ออกมาทิ่มแทงและปั่นกระแสรายวันทางการเมืองนั้น ขอถามนิดว่าการเสนอแนวคิดในเชิงแนะนำการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนจากขั้วตรงข้าม"ลุงตู่"นั้นมีอะไรพอจะเรียกแต้มจากสังคมให้ฮือฮาบ้างไหม

 

พึงกระตุกต่อมใต้สมอง  หากมีชุดความคิดที่จับต้องได้ เชื่อว่าสังคมจะให้ความไว้วางใจและพร้อมหนุน ตรงนี้ขอฝากขั้วตรงข้าม"ลุงตู่"ไปด้วยเพื่อให้นำไปพิจารณา    

 

ขณะเดียวกันกระบวนการปั่นข่าวลือ ข่าวลวง  แถลงข่าว อภิปรายแบบตีหัวเข้าบ้านหรือที่ทราบกันในยามนี้ว่ามันคือ "เฟคนิวส์" แบบเด็กเลี้ยงแกะ  ขอเถอะว่ายุติดีกว่า ในเมื่อใครบางคนในขั้วนี้เคยตำหนิฝ่ายตรงข้ามว่าวิธีใต้ดินอย่าใช้กับการเมือง แต่ตัวเองก็อย่าลืมวาจาที่เคยเรียกร้องด้วยแล้วกัน 

 

กระแสข่าวยามนี้ของขั้วตรงข้าม"ลุงตู่" (ขอเว้นการเพ่งมองการขยับทางการเมืองของกลุ่มสามนิ้วไว้ก่อน วันหน้าจะมาขยายความกับจังหวะของม็อบสามนิ้วให้ทราบ)  ตอนนี้มีเพียงข่าวงูเห่าสองชีวิตจากพรรคเพื่อไทยที่ต้องย้ายขั้วภายในสามสิบวันเพราะส.ส.สองคนนี้คือ "พรพิมล ธรรมสาร"  ผู้แทนฯปทุมธานีและ”ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” ผู้แทนฯอุตรดิตถ์ "ขัดมติพรรค" 
 

 

 

"พิธา"ไม่อาจหลุดกับดักผู้บงการ

 

พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล

หากเหลียวมองไปช่วงก่อนหน้านี้คือส.ส.พรรคอนาคตใหม่หลายคนสวิงขั้วไปแตะมือพรรคร่วมรัฐบาลหลัง”พรรคสีส้มภาคแรก”โดนยุบ

 

แม้จะมีการตั้งพรรคใหม่คือพรรคก้าวไกลก็พบว่าผู้แทนฯพรรคสีส้มภาคสองมี"งูเห่าหลายชีวิต" จ่อย้ายพรรค และบางคนไขก๊อกไปตั้งพรรคเองแล้ว  บางเหตุผลที่คนพวกนี้เผยออกมาให้สังคมทราบเป็นนัยๆ พอตีความได้ไม่ยากนักว่า ทำไม”แม่น้ำแยกสาย ต้นไผ่แยกกอ”  

 

แม้แกนนำ"พรรคสีส้มภาคสอง"จะพยายามลงพื้นที่พบมวลชน และแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในหลายจังหวัด รวมทั้งชู”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ “หัวหน้าพรรคว่าพร้อมเป็นประมุขฝ่ายบริหารในการหย่อนบัตรครั้งหน้า

 

คนหนุ่มทางการเมืองวัยสี่สิบปีต้นๆที่เพิ่งเป็นส.ส.สมัยแรกอย่าง”พิธา”และขออาสาสังคมไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีนั้น นัยว่าคีย์แมนพรรคสีส้มภาคสอง น่าจะถอดแบบจำลองทางการเมืองของหลายประเทศที่วันนี้มีผู้นำวัยหนุ่ม  วัยสาวมานำการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง โดยทิ่มแทง"ลุงตู่" ว่าอยู่มาหลายปีดีดักแล้วบ้านเมืองมีอะไรดีขึ้นบ้าง

 

ความคิดที่ทันสมัยในการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ดีและน่าสนับสนุน แต่อย่าเอามัน สร้างความสะใจเข้าว่า  โดยเฉพาะการโหนกระแสคนรุ่นใหม่  ชนชั้นกลางใหม่ วัยทำงาน  คนรุ่นเก่าที่เบื่อกับคนการเมืองหลายรุ่นมาเป็นฐานคะแนน แต่ตัวเองพร้อมละเลยกับการกระทำที่หมิ่นเหม่และบางคราวยังหนุนการเคลื่อนไหวนอกระบบที่เป็นอันตรายยิ่งยวด

 

หากวันใดบางกลเกมที่แสวงหาอำนาจในทางมิชอบโดนเปิดโปงขึ้นมา น่าคิดว่าพลพรรคสีส้มภาคสองจะชี้แจงกับสังคมอย่างไร

.........

 

"ทักษิณ-สุเทพ" มวยถูกคู่ดูสองด้าน

 

ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี

 

ขณะที่การกลับมาเปิดคลับเฮ้าส์วิพากษ์สังคมไทยรายสัปดาห์ของ”โทนี  วู้ดซัม”เมื่อหลายเพลาก่อนเพื่อเรียกแต้มให้พรรคเพื่อไทย บวกกับการลงพื้นที่ของกองเชียร์และสมาชิกพรรคตลอดชีพที่ชื่อ”พานทองแท้ ชินวัตร”นั้น  

 

น่าคิดว่าทำไม "โทนี่ วู้ดซั่ม" และ"ลูกโอ๊ค" จึงเปิดหน้าแต่หัววัน และทำไมจังหวะตอนนี้มันเหมือนกับช่วงตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อยี่สิบปีก่อนแบบไม่ผิดเพี้ยน

 

"ทักษิณ ชินวัตร" กับหลายจังหวะในคลับเฮ้าส์นั้นทิ่มแทงรอยรั่วที่รัฐบาลดำเนินการได้เข้าเป้าทางการเมือง แต่ที่น่าพินิจลงลึกกว่านั้นคือหลายคำถามที่ยิงตรงให้"โทนี วู้ดซัม" ตอบในวาระที่คนในเครือข่ายกระทำแล้วเกิดผลลบกับบ้านเมือง "อดีตผู้นำหน้าเหลี่ยม" เลือกที่จะเว้นวรรคไม่เล่าความและบางคราวยังบิดประวัติศาสตร์ไปแบบหักมุมกันดื้อๆ ทำนองว่า"เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น"

 

ใครบางคนอาจหลงลืมวีรกรรมในวันวานที่"เฮียเหลี่ยม"และคณะดำเนินการไว้ในครั้งกระนั้น แต่ยามนี้ไม่ยากหากจะเสาะหาข้อมูลในสังคมออนไลน์มาเป็นพื้นความรู้แล้วย้อนฟังสิ่งที่"โทนี  วู้ดซัม"กล่าวในยามนี้เคียงข้างกันด้วย

สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และ แกนนำกปปส.

อย่าได้แปลกใจที่ "สุเทพ เทือกสุบรรณ"  อดีตรองนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องออกมาขอจัดรายการไลฟ์สดแบบรัวๆบ้าง  โดยที่สังคมรู้จักสุเทพ  ในฐานะ"แกนนำกปปส." ที่นำมวลมหาประชาชนนับล้านคนออก มาชัตดาวน์ประเทศไทย เพราะไม่อาจรับได้กับขบวนการเผด็จการรัฐสภาในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้ต้องหาคดีทุจริตหลบหนีในต่างแดนได้กลับประเทศอย่างไม่มีความผิด  และเอือมระอาพฤติกรรมการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ภายใต้การนำของ "ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร" อดีตผู้นำ น้องสาว" ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯผู้พี่

  

เรียกได้ว่าต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงสองด้าน มิใช่ประเภทพ่นวาทกรรมล้างสมองประชาชน แบบ "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" อย่างเดียว 

 

วันนี้พอหอมปากหอมคอ หากมีอะไรลึกๆ จะล้วงมาขยายความให้ทุกฝ่ายนำไปพินิจกันต่อกับจังหวะการเมืองแบบไทยๆ