เจาะประเด็นร้อน

เมื่อการ "ชูสามนิ้ว" วนไปเวียนมาเข้าสู่สภาวะนิ้วล็อค    

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

เมื่อกลุ่มการเมืองสร้าง "ม็อบชูสามนิ้ว" ไม่สามารถสร้างความเข้าใจอันดีว่าสิทธิเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กรอบกติกากฎหมาย แต่ปล่อยให้เกิดความรุนแรงละเมิดสิทธิ เมื่อนั้นการเคลื่อนไหวจึงติดกับดักตัวเองและภัยจะถึงตัวอย่างใหญ่หลวงนัก /เจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

การชุมนุม "คาร์ม็อบ9ตุลา"  ที่มีการเคลื่อนขบวนจากสีลมมาจบที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยุติลงแล้ว โดยมีแกนนำขึ้นปราศราศรัย เรียกร้องขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกฯ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดเกี่ยวกับสถาบัน  พร้อมกับ "ชูสามนิ้ว" เปล่งเสียงปล่อยเพื่อนเรา เหมือนทุกครั้ง 

 

"หากการเคลื่อนไหวชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ในกฏกติกามารยาทตามระบอบประชาธิปไตยอันพึงมี ที่ไม่ควรละเมิดสิทธิผู้อื่น"   

 

"แต่ทว่าในการเรียกร้องที่ดูเหมือนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็มักมีกลุ่มแทรกซึมเข้ามาเพื่อหวังป่วนให้เกิดความวุ่นวายรุนแรง แทบทุกครั้ง"  

 

ขณะที่ แฮชแท็ก#112  #ปล่อยเพื่อนเรา  กลับระบาดมาอีกครั้งในสังคม ในช่วงที่ตำรวจทยอยจับแกนนำและผู้ชุมนุม "ม็อบสามนิ้ว"ที่คดีงอกขึ้นเรื่อยๆ และถูกคัดค้านการประกันตัว จนตอนนี้"แกนนำ+ผู้ชุมนุมหลายรุ่น"ทยอยเข้าสู่ทัณฑสถานชั่วคราว เพื่อรอเวลาไปสู้คดีในศาลยุติธรรมเป็นลำดับต่อไป 

 

ตอนนี้น่าสังเกตว่าเกรียนคีย์บอร์ด-แกนนำการชุมนุมเริ่มโพสต์"โจมตีกระบวนการยุติธรรมและตำรวจไปแบบทะลุจักรวาล"

 

กองเชียร์"ม็อบสามนิ้ว"โวยเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ทำไมราคาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมแซมรถฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมฝูงชน (จีโน่) ที่ชำรุดเสียหายจากกรณีการชุมนุมสาธารณะจำนวน 5 คัน โดยวิธีการคัดเลือก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  รายการจ้างซ่อมแซมรถจีโน่  ที่ชำรุดเสียหาย จากกรณีการชุมนุมสาธารณะ จำนวน 5 คัน มูลค่ากว่า 47 ล้านบาท เพราะรถจีโน่นั้นต้องสั่งอะไหล่และนำช่างจากเกาหลีใต้มาดำเนินการ และกำลังแกะรอยมือทำลายทรัพย์สินทางราชการในรายการนี้และรายการอื่นๆ(เผาป้อมตำรวจ-เผายานยนต์สายตรวจ-เผาระบบไฟฟ้าของระบบอุโมงค์ระบายน้ำ กทม.ฯลฯ)

เมื่อการ "ชูสามนิ้ว" วนไปเวียนมาเข้าสู่สภาวะนิ้วล็อค     

หากมีการจับกุมและสอบสวน รับรองว่า ผู้ก่อเหตุเหนื่อยยิ่งกว่าเหนื่อย ไหนต้องประกันตัวสู้คดีทั้งแพ่งและอาญา  ไหนจะต้องเตรียมรับการฟ้องแพ่ง (ชดเชยค่าความเสียหายในทรัพย์สินราชการ) 

 

การปั่นกระแสเรียกร้องความสนใจเร้าอารมณ์ร่วมจากแกนนำบางคนที่ยังไม่ต้องเข้าเรือนจำ บวกกับการถ่ายทอดข้อความจากแกนนำที่หมดสิทธิออกมา (ฝ่าฝืนหลักประกัน+ทำผิดซ้ำซาก)จากหลังลูกกรงให้ทนายความนำมาส่งให้แอดมินโพสต์  คนการเมืองบางขั้วที่ชื่นชมการสู้ของม็อบสามนิ้วเพื่อให้ "มวลชนในโลกจริง โลกออนไลน์" ลุกขึ้นสู้ตามความฝันและอุดมการณ์ข้อเรียกร้องสามข้อนั้น รอติดตามว่าจะเร่งปฏิกริยาจากมวลชนได้เพียงใด

เมื่อการ "ชูสามนิ้ว" วนไปเวียนมาเข้าสู่สภาวะนิ้วล็อค     

การเข้าคุมสถานการณ์ตั้งแต่ผบช.น.คนก่อน (พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เพตรา) ที่โดนตำหนิจากสังคมในการใช้ไม้แข็งแต่แรกเริ่มกับ"ม็อบสามนิ้ว" แต่เมื่อเหตุบานปลายความรุนแรงทวีขึ้น การบังคับใช้กฎหมายเริ่มเข้มข้นและทยอบจับกุมแกนนำและผู้ชุมนุม เมื่อความรุนแรงยกระดับมาเรื่อยๆ ผบช.น.คนปัจจุบัน (พล.ต.ท.สำราญ นวลมา) จึงเร่งกวดขันและบีบพื้นที่จับกุมผู้กระทำความผิดได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งของกลางที่เป็นวัตถุพยานในการก่อเหตุ

 

กรณีที่ตำรวจบุกจับม็อบป่วนเมืองที่แฟลตดินแดง(ซึ่งชุมนุมรายวัน โดยยึดแยกดินแดงเป็นสนามหลักในการประลองกับตำรวจคฝ.มายาวนานหลายเดือนจนตำรวจ.บาดเจ็บหลายนาย/บาดเจ็บสาหัส(คือช่วงวันที่ 11-12ก.ย.2564 ส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร ( หมู่เบส )ผู้บังคับหมู่กองร้อยที่ 1 กองกำกับการควบคุมฝูงชน 2 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.2 บก.อคฝ.) ช่วยราชการกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 (บก.น.9) ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง  โดนไปป์บอมบ์ที่บริเวรณใบหน้าขวา 

เมื่อการ "ชูสามนิ้ว" วนไปเวียนมาเข้าสู่สภาวะนิ้วล็อค     

วันที่ 7 ต.ค.2564 ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน ผบ.หมู่ กก.อารักขา 1 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณแฟลต 3 กระสุนปืนเข้าที่บริเวณศีรษะ)   โดยตรวจพบวัตถุสิ่งของที่ "เยาวชน-วัยรุ่น-วัยทำงาน-ผู้สูงวัย"นำมาปะทะกับคฝ.ยานยนต์สายตรวจและรถฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมฝูงชน(รถจีโน่)นั้น

 

สังคมรับรู้ความเสียหายที่เกิดขึ้นและใครร่วมลงมือบ้าง  แบบนี้ม็อบสามนิ้วจะขยับอย่างไรให้แต้มบวกในสายตาคนส่วนใหญ่

 

"...รีบปรับยาเถอะครับ อย่าเอารถฉีดน้ำกับกระสุนยางไปสู้กับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด.....   อย่าตีความให้แก๊งอันธพาลกวนเมือง ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ถึงขนาดทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ถึงขั้นต่อไปอาจจะพัฒนาไปเป็นการก่อการร้ายได้ซะด้วยซ้ำ แต่ไปจัดประเภทให้เป็น"ผู้ชุมนุมสาธารณะ" จึงใช้กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าดำเนินการ แทนที่จะเป็นตำรวจสายป้องกันปราบปราม ซึ่งก็เป็นผลมาจากการจ่ายยาผิดนั่นเอง"

 

พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม โพสต์ไว้เมื่อ7 ตุลาคม 2564 ที่เร่งให้ตำรวจรุ่นน้องรีบปิดกล่องเช็กบิลบุคคล ตามที่อดีตรองบช.น.คนนี้เรียกว่า"อันธพาลกวนเมือง"แทน"ผู้ชุมนุม"

 

ภาวะ ตอนนี้พบว่า กองเชียร์"ม็อบสามนิ้ว"ทั้งที่เป็นทางการและเกรียนคีย์บอร์ดนั้น คล้ายว่า"จะนิ่งเงียบ"เมื่อตำรวจบุกจับ/ตรวจค้น/ยึดวัตถุต้องสงสัย(ตั้งแต่ไม้หนังสติ๊ก-ลูกแก้ว-ระเบิดปิงปอง-พลุ-ระเบิดเพลิงที่ประดิษฐ์เอง-ปืน/สิ่งเทียมอาวุธปืน-ยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ-ที่พักพิง)  

 

น่าคิดลึกๆว่า   ผู้ชุมนุมเหล่านี้ใช้เงินจากไหนมาจัดซื้อจัดหา"วัตถุป่วนเมือง/น้ำมันเติมยานยนต์/อาหารการกิน/แหล่งหลับนอนชั่วคราว(กรณีมาจากต่างถิ่น)และอาจรวมถึง"สุรา-ยาเสพติด-น้ำท่อม"ด้วยก็ได้ !?!" 

 

เพราะเท่าที่มีการแถลงข่าวการจับกุมนั้นพบว่า ผู้ที่มาชุมนุมและโดนจับกุมนั้น" บางคนมีงานทำ,บางคนตกงาน, บางคนยังเรียนไม่จบ ,บางคนยังมีคำนำหน้าว่า"เด็กชาย" !?!"

 

หากมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน-บัญชีธนาคารของผู้ก่อเหตุ สมมติชื่อว่า นาย  A  ขอระดมทุนในการชุมนุม ต่อมานาย A โดนจับกุมหลายข้อหาฉกรรจ์  หากตรวจสอบพบมีการโอนเงินเข้ามาจากนายB ให้นาย A   ถามว่า  นายB ในฐานะคนที่บริจาคจะซวยไปด้วยในฐานะ"ผู้สนับสนุน"หรือไม่ ตรงนี้น่าคิดสำหรับกองเชียร์ที่ส่งใจ-ส่งเงินไปหนุนการชุมนุม 

 

หากมีการซัดทอด-ขยายผลจนพิสูจน์ทราบได้ว่า ใครบางคนใช้เงินจ้างให้จัดการชุมนุมนั้น ข้อกล่าวหาจะกลายเป็นตัวการ  ผู้ใช้ที่มีโทษานุโทษไม่แพ้ผู้ลงมือก่อเหตุเลยทีเดียว (ประมวลกฎหมายอาญา หมวด  6 ตัวการและผู้สนับสนุน  มาตรา83-89) 

 

ขอเจริญสติกันอีกรอบ..คิด-วิเคราะห์-แยกแยะให้จงหนักสำหรับเยาวรุ่นผู้หวังเปลี่ยนแปลงประเทศ