เจาะประเด็นร้อน

เบื้องลึกส่ง"พีระพันธุ์"เข้าค่ายพปชร. ราศีจับส่อคว้าเก้าอี้เสนาบดี

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ภายหลัง"พีระพันธุ์" ลาออกจากปชป. ได้ไม่นานถูกจับมาเป็นกุนซือกฎหมายบนตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งล่าสุดเข้าสังกัดพปชร.อย่างเต็มตัวในนามที่ปรึกษาหัวหน้าพปชร. เหมือนราศีกำลังจับสู่เก้าอี้เสนาบดีในไม่ช้า /เจาะประเด็นร้อน เมฆาในวายุ

หลังจาก"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ " รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ    ยืนยันไม่มีรอยร้าวในพปชร.และการที่ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค"  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็น"ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพปชร."ควบคู่กับสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและแกนนำกลุ่มสามมิตร โดยพีระพันธุ์สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคไปเมื่อวันที่4ต.ค.ที่ผ่านมา  

 

"ลุงป้อม"  ในฐานะเบอร์1 พปชร. ไขความกระจ่างกับสื่อมวลชนในการแต่งตั้งครั้งนี้ว่า  "นายพีระพันธุ์ เป็นคนของพรรคแล้ว จะเป็นคนของใครล่ะ ส่วนที่เลือกนายพีระพันธุ์ เพราะต้องการให้มาช่วยงาน และ เขาก็สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว โดยไม่ได้มอบหมายอะไรเป็นพิเศษ แต่ให้ช่วยตนทุกเรื่อง"และ " ขุนพลหรือไม่ขุนพล ทุกคนเป็นขุนพลหมด"(ลุงป้อมตอบคำถามที่ชงประเด็นว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะถือว่านายพีระพันธุ์จะเป็นขุนพลของพรรคใช่หรือไม่)  

 

เส้นทางของพีระพันธุ์นับจากนี้คือคนของพปชร.เต็มตัว สลัดภาพเมื่อครั้งเคยเป็นส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ห้าสมัย+รมว.ยุติธรรมยุค"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"อย่างเป็นทางการ  

พีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  อดีตรมว.ยุติธรรม ลาออกจากประชาธิปัตย์ถูก "ลุงตู่" แต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษานายกฯ

 

"พีระพันธุ์" ไขก๊อกการเป็นส.ส.และสมาชิกพรรคหลังจากพ่าย"จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ "เมื่อครั้งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคสีฟ้า(ช่วงที่อภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคและส.ส.หลังการเลือกตั้ง24มี.ค.2562และก่อนลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะอภิสิทธิ์เคยหาเสียงว่า" “ชัดๆ เลยนะครับ ผมไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ แน่นอน เพราะการสืบทอดอำนาจสร้างความขัดแย้ง และขัดกับอุดมการณ์ของประชาธิปัตย์ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่ ประเทศเสียหายมามากพอแล้ว”แต่ต่อมาพรรคสีฟ้าก็ร่วมรัฐบาลชุดนี้)

เส้นทางชีวิตของพีระพันธุ์นั้น เป็นนักกฎหมาย/ส.ส.ที่ครบเครื่องในการอภิปรายคนหนึ่ง บวกกับคอนเน็กชั่นหลากวงการที่ประสานไว้นั้น นับว่าไม่ธรรมดา จนใครหลายคนมองว่าการสวมเสื้อพปชร.ครั้งนี้ของพีระพันธุ์หลังเข้ารับหน้าที่ที่ปรึกษาสร.1(ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง "พีระพันธุ์" ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2562และก่อนหน้านั้นพีระพันธุ์ ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ปีเดียวกัน ให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องการพักผ่อน)

 

ใครบางคนมองว่าการรับหน้าที่นี้ของ"อดีตส.ส.ตุ๋ย"ในพปชร.นั้น "ลุงตู่"  น่าจะคุยกับ"ลุงป้อม" หมดแล้ว ดีไม่ดีน่าจะเป็นการแต่งตัวรอการปรับครม.ประยุทธ์2/5ในโควต้ารมต.ของพรรค+สายตรงลุงตู่ไปในตัว

 

เพราะกระแสปรับครม.ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการที่สร.1ปลดร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หลุดรมช.เกษตรและสหกรณ์+ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นรมช.แรงงาน บนข้อหา"กบฏในพรรคและจ้องล้ม"ลุงตู่"ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ" จนหลายกลุ่มในพปชร.ตื่นตัวและจ่อต่อท่อเพื่อมิให้โควต้ากระเด้ง/บางคนหวังสไลด์ขึ้นเก้าอี้ที่ดีกว่า  

เพราะอย่าลืมว่า ครม.เรือเหล็กเหลือเวลาราว 21 เดือนก่อนครบอายุสี่ปี ตอนนี้คือไตรมาสที่สามของปี 2564 เวลาที่มีอยู่เชื่อว่า"ลุงตู่"น่าจะทอดเวลาไประยะหนึ่งแล้วค่อยยกเครื่องครม.สร้างภาพลักษณ์ใหม่ทางการเมืองที่มีผลกับการเลือกตั้งครั้งถัดไป  (แหล่งข่าวประเมินว่า ช่วงนี้ลุงตู่กำลังติดตามการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม/โควิด-19/เศรษฐกิจ เป็นภารกิจหลัก บวกกับจับกระแสการเมืองในพปชร.-พรรคร่วมรัฐบาล-ขั้วฝ่ายค้าน-ม็อบเคียงคู่ไปด้วย)

 

ส่วนชะตาของ"ผู้กองตุ๋ย-มาดามบิ๊กอาย"นั้น กางโผไทยคู่ฟ้าออกมาเลยว่า  "ไม่มีวันคัมแบ็กบนเรือเหล็ก"  และมีแววเด้งจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค-เหรัญญิกพรรคในวันข้างหน้า เพราะสายข่าวแอบได้ยินวงหารือระแวกริมคลองผดุงกรุงเกษม-มูลนิธิป่ารอยต่อฯว่า "หากจะเชือด ต้องอย่าทิ้งเชื้อ"   แม้จะมีการร้องขอจาก"ลุงป้อม"ให้ลุงตู่+พลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา "ปล่อยผู้กองตุ๋ย-มาดามบิ๊กอายไว้แบบนี้ในพรรค"ก็ตาม

เบื้องลึกส่ง"พีระพันธุ์"เข้าค่ายพปชร. ราศีจับส่อคว้าเก้าอี้เสนาบดี

ดังนั้นขอโฟกัสไปยัง"พีระพันธุ์"ในภารกิจที่มีลุ้นเก้าอี้เสนาบดีในโควต้ารมต.ของพรรค+สายตรงลุงตู่ เพื่อสยบข้อครหาของหลากมุ้งในพปชร.(หากต้องวืดเก้าอี้) และเป็นการเสริมบุคลิกรัฐบาลให้น่าเชื่อถือ รวมทั้งหาแนวร่วมบนกระดานการเมืองในช่วงเวลาข้างหน้า
 

เนื่องจากใครบางคนประเมินว่า หากรัฐบาลผ่านการทำงานมาสองปีแล้ว เวลาที่เหลือคือช่วงขาลง ดังนั้นการปรับเสริมบุคคลที่มีความเหมาะสมมาร่วมงานกับหัวหน้ารัฐบาล นับเป็นภารกิจที่ผู้นำหลายชาติหยิบมาใช้ บวกกับการลงพื้นที่เมืองคอนของลุงตู่และคณะ ซึ่งบางวรรคจากปากลุงตู่(นอกจากคำหวาน "รักจังฮู้")หล่นออกมาให้สังคมตีความคือ " วันนี้นำหัวใจ นำความห่วงใย นำความคิดถึงของคนกรุงเทพฯ ของรัฐบาลมาด้วย รัฐบาลรักทุกคน ทุกคนช่วยกันทำให้ชาติบ้านเมืองปลอดภัย ช่วยกันรักษาสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง นึกอะไรไม่ออกตอนเช้า ขอให้ลองฟังเพลงชาติให้ชัดอีกที ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ความหมายของเพลงชาติคืออะไร เริ่มตั้งแต่วันแรกจนประโยคสุดท้ายของเพลงชาติ พร้อมขอให้ฟังเพลงสามัคคีชุมนุม ผมขอ 2 เพลงเท่านั้น จะทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนไทย เรารวมกันมาจากไหนเราเป็นชาติได้อย่างไร "

 

"ถ้าเราไม่รู้จักประวัติศาสตร์ว่ามาจากไหน ก็จะไม่รู้ว่าจะรักประเทศชาติได้อย่างไร รักจังหวัด รักเพื่อนพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงได้อย่างไร เพราะเราเป็นคนชาติเดียวกัน ใครก็มาแบ่งแยกไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังจากทุกคน ขอแค่นั้นเอง ให้สัญญากับผมได้หรือไม่ หากได้ขอให้ปรบมือ ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้กับผมและคณะทั้งหมดเพื่อทำงานให้ประชาชนให้ดีที่สุด ทั้งนี้ทุกอย่างต้องใช้เวลาและต้องแก้ไขทั้งหมด ผมคิดว่าใน 5 ปีข้างหน้าหลายอย่างต้องดีขึ้นจากโครงสร้างที่ทำใหม่ทั้งหมด เหลือเพียงว่าคนจะเข้าถึงได้อย่างไร" 

 

การที่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเช่นนี้นั้น อาจแปลความได้ว่า"ลุงตู่"มองข้ามช็อตไปถึงผลการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว และมองข้ามข้อสังเกตการเป็นนายกฯแปดปีติดต่อกันของฝ่ายค้าน รวมทั้งอาจมั่นใจว่ากระแสนิยม "เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่" ยังมีราคาและมีจังหวะได้ไปต่อหลังหย่อนบัตรส.ส.ครั้งหน้า

 

แต่วันนี้"ลุงตู่"ต้องเช็กสภาพรัฐนาวา -ลูกเรือ-อุปสรรคบนนาวาให้กระจ่างก่อน เพราะความพร้อมในวันนี้สำคัญกว่าความพร้อมในวันรุ่งพรุ่งนี้

 

หากวันนี้ของ"ลุงตู่"มีความพร้อมเมื่อใด โอกาสของ"พีระพันธุ์" ก็สดใสขึ้นกับเก้าอี้รมต. ใน"ครม.ลุงตู่2/5!?!"