เจาะประเด็นร้อน

พิษซักฟอก “เนวิน ชิดชอบ” ติวเข้ม “ภูมิใจไทย” สู้ขาลง

พิษซักฟอก “เนวิน ชิดชอบ” ติวเข้ม “ภูมิใจไทย” สู้ขาลง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โควิดพาพัง “เนวิน ชิดชอบ” ปลุกลูกพรรคภูมิใจไทย อุ้มเสี่ยหนู-เสี่ยโอ๋ สู้ศึกซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนศึกใหญ่ในสภาฯ จะมาถึงในช่วงปลายเดือน ส.ค.2564 พรรคภูมิใจไทย จึงจัดประชุมติวเข้ม ส.ส.ที่บุรีรัมย์ วันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.นี้ เนื่องจาก กทม.ไม่สามารถจัดประชุมพรรคได้ เพราะเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม อาจผิดและฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค.

 

วาระสำคัญมี 2 เรื่องคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 25-26 ส.ค.2564 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 31 ส.ค.- 3 ก.ย.นี้

 

ในข่าวแจกของพรรคภูมิใจไทยระบุว่า “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ จะมาร่วมติวเข้มด้วย เพราะมีประสบการณ์โชกโชน ในเวทีสภาฯ มาก่อน

 

สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน คณะรัฐบาล ภายใต้การนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต่างจากเรือเหล็กใกล้อับปาง เพราะมหาวิกฤตโรคโควิด-19 อันส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุล้าน และมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

 

วันนี้ พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส. 61 คน (ได้ ส.ส.เพิ่ม 10 คน จากพรรคก้าวไกล) หากเล่นเกมโหวตสวน หรืองดออกเสียงในศึกซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ คงเลือกยุบสภา แต่เลือกตั้งใหม่ในวันที่พรรคภูมิใจไทย เรตติ้งต่ำเตี้ยติดดิด เพราะล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ไม่ใช่เรื่องดีแน่

 

เชื่อว่า ส.ส.ค่ายสีน้ำเงินส่วนใหญ่ก็ขวัญผวา กลัวการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะ ส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคก้าวไกล เซียนการเมืองมองว่า “สอบตกหมดทุกคน”

 

ดังนั้น การประชุมพรรคที่บุรีรัมย์เที่ยวนี้ “ครูใหญ่เนวิน” จึงต้องออกโรงปลุกขวัญ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส.พรรษาแรก ให้มั่นใจในตัวเขา พร้อมกับ “เสี่ยหนู” และ “เสี่ยโอ๋”

 

++

ทุบกล่องดวงใจ

++

ศึกซักฟอกเที่ยวนี้ พรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย และก้าวไกล จองกฐินถล่ม “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ว่าด้วยเรื่องความล้มเหลวในการกำกับดูแลงานด้านสาธารณสุขของประเทศ

 

“อนุทิน” ซึ่งกำกับดูแลทั้งกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กลับไร้ความรู้ความสามารถที่จะทำให้สถานการณ์โควิด-19ให้คลี่คลายลงลงได้

 

ที่น่าจะร้อนแรงกว่าการซักฟอกหนที่แล้ว คือ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม ผู้ถูกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตั้งข้อหาในญัตติว่า “ประพฤติตัวเสเพลไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง”

เชื่อว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ จะต้องหยิบยกเรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ มาชำแหละอีกรอบอย่างแน่นอน

 

ปัญหาที่ดินเขากระโดงที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้เกิดข้อพิพาทมายาวนาน ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับชาวบ้านที่เข้าไปอยู่อาศัย ส่งผลให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ฟ้องร้องต่อศาลให้ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และศาลก็ได้วินิจฉัยตามที่ฟ้องร้อง และเพิกถอนสิทธิ์การถือครองที่ดิน เนื่องจากเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ สงวนไว้เป็นที่รถไฟเท่านั้น

 

“เนวิน” รู้ดีว่า “เสี่ยโอ๋” น้องชายสุดรักโดนชำแหละเรื่องนี้คาสภาฯ แน่ จึงลุกขึ้นมาติวเข้มสู้ศึกซักฟอก เพราะมหากาพย์เขากระโดงนั้น เขย่าตระกูลชิดชอบให้กระเทือนได้แน่

 

++

‘บัตร 2 ใบ’ตายแน่

++

ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นดีเห็นงามกับการแก้ระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้ “บัตร 2 ใบ” แทน “บัตรใบเดียว” แต่พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย ค้านสุดตัว

 

พรรคภูมิใจไทย เคยเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งมา 2 ครั้งคือ เลือกตั้งปี 2554 และ 2562 ที่ระบบเลือกตั้งแตกต่างกัน

 

เลือกตั้ง 2554 มีการแก้รัฐธรรมนูญ 2550 จากพวงใหญ่เป็น “เขตเดียว เบอร์เดียว” คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ผลปรากฏว่า ค่ายสีน้ำเงินพ่ายยับ

 

เลือกตั้ง 2560 ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และมีบัตรใบเดียว กลายเป็นกติกาที่ตอบโจทย์ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวม 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคก้าวไกลอีก 10 คน)

 

ดังนั้น ถ้าใช้กติกาบัตร 2 ใบ ค่ายสีน้ำเงินก็จะมีสภาพเหมือนปี 2554 คือ พ่ายกระแสพรรคใหญ่ และน่าจะเหลือ ส.ส.ชำนาญพื้นที่ สามารถรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต ไว้ได้ไม่กี่สิบคน

 

พรรคภูมิใจไทย จึงต้องหาทางขวางการแก้รัฐธรรมนูญสุดฤทธิ์ และคงต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากเกิดอุบัติเหตุยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ก็ใช้กติกาเก่า “บัตรใบเดียว” ค่ายเสี่ยเนวินก็พอได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสภาฯบ้าง

logoline