เจาะประเด็นร้อน

“หมอประเวศ” เชื่อโควิด-19 ทำให้คนไทยก้าวข้าม “อำนาจรวมศูนย์”

“หมอประเวศ” เชื่อโควิด-19 ทำให้คนไทยก้าวข้าม “อำนาจรวมศูนย์”
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“หมอประเวศ” ย้ำชีวิตมนุษย์สำคัญกว่ากฎระเบียบ คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ กำลังก้าวข้ามกรอบ “อำนาจรวมศูนย์” เพื่อให้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้รวดเร็วทันสถานการณ์ โดยไม่ยอมให้มีอะไรมาขวางกั้น

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฏรอาวุโส สะท้อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยได้ก้าวข้าม “อำนาจรวมศูนย์” ที่เรื้อรังมานานเกือบ ๑๐๐ ปี ไปสู่ความเจริญที่แท้จริงได้ ผ่านบทความหัวข้อ “Big Bangการระเบิดตูมใหญ่ของคนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์เปลี่ยนประเทศ”  มีใจความดังต่อไปนี้

 

การเจ็บป่วยล้มตายของคนไทยอย่างน่าสลดสังเวชจากโควิคได้จุดให้เกิดระเบิดตูมใหญ่ (Big Bang) ในหัวใจของคนไทยทั่วประเทศ

 

ตามปรกติคนทั่วไปก็ทำมาหากินประกอบอาชีพของตนๆ หรือดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเฉพาะตัว แต่ธรรมชาติของมนุษย์ มีเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ อันได้แก่ความเห็นใจ (Empathy) และการอยากทำประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ (Altruism) ในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำมาก ความยุ่งยากสับสน

 

จะกลบฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความดีเสียลึก จนคิดว่ามนุษย์ไม่มีหัวใจซึ่งไม่จริง ความจริงคือมี เมื่อมีมันจะระเบิดออกมาได้เป็นปรากฏการณ์ใหญ่แห่ง “คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์”

ดังที่เห็นคนไทยทั่วประเทศ ทุกชั้นวรรณะ ทุกกลุ่มอาชีพ กำลังช่วยทุ่มแรงกาย แรงใจ แรงความคิด กำลังทรัพย์เพื่อช่วยเหลือยามเพื่อนมนุษย์ ให้พอมีกินไม่อดตาย ให้ได้รับการดูแลรักษาด้วยประการต่างๆ นานา

 

แม้แต่พระสงฆ์ก็ยังเปิดวัดเป็นโรงพยาบาล มีกลุ่มคนหลายกลุ่มรวบรวมกำลังทรัพย์ไปอุดหนุน ร้านขายอาหารเล็กๆ ที่ขายไม่ได้ให้ทำอาหารกล่องแจกให้คนที่ไม่มีจะกิน แม่ค้ารายย่อยมีรายได้บ้าง ทำแจกแถมเพิ่มเข้าไปบ้าง คนที่ได้รับแจกก็ซาบซึ้ง

 

บางคนบริจาคสมทบ ๗ บาท เท่าที่มีอยู่ทั้งเนื้อทั้งตัว แพทย์พยาบาลที่ทนไม่ไหวต่อความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ ก็ออกนอกกรอบเพื่อให้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้มากขึ้น ฯลฯ

 

ระบบรัฐราชการ (Bureaucracy) มีกรอบและข้อบังคับมากมายเพื่อควบคุม ซึ่งมีเหตุผลในอดีต แต่ในสังคมปัจจุบันที่ซับซ้อนและยาก กรอบทางราชการที่ว่านั้นกลับกลายเป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นศักยภาพของคนไทยในการเผชิญสถานการณ์ใหม่

 

ประดุจลูกไก่ที่อยู่ในใข่ เริ่มแรกเปลือกไข่หรือกรอบช่วยปกป้องลูกไก่ แต่เมื่อลูกไก่โตขึ้นจนคับไข่ เปลือกไข่กลายเป็นกำแพงที่บีบรัดลูกไก่ ถ้ามันไม่สามารถกะเทาะเปลือกไข่ออกมาสู่ภพภูมิใหม่นอกไข่ มันจะถูกรัดจนตาย

กรอบทางราชการบีบรัดสังคมไทยมานาน ทำให้คนไทยเหมือน “ไก่อยู่ในเข่ง” จิกตีกันร่ำไป แต่ถึงจิกตีกันอย่างไรๆ ก็ออกจากเข่งไม่ได้ ได้พูดกันมานานว่าโครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์ เป็นปัญหาใหญ่ของชาติ แต่ไม่มีใครแก้ได้ วิกฤตโควิดมาเปลือยให้เห็นอย่างล่อนจ้อนว่า อำนาจรัฐรวมศูนย์มีสมรรถนะต่ำในการเผชิญปัญหาที่ยากและซับซ้อน

 

“กระบวนการคนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์” กำลังก้าวข้ามกรอบ หรือกะเทาะเปลือกไข่ เพื่อให้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้รวดเร็วทันสถานการณ์ โดยไม่ยอมให้มีอะไรมาขวางกั้น

 

“ชีวิตมนุษย์สำคัญกว่ากฎระเบียบ” ทุกคนค้นพบความจริงจากสถานการณ์คับขันต่อชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ตามปรกติข้าราชการจะยึดกฎระเบียบเป็นตัวตั้ง เพราะการทำผิดระเบียบเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ในสถานการณ์โควิดเช่นนี้ไม่มีใครมาเอาเรื่อง สถานการณ์โควิคจึงช่วยให้คนไทยกะเทาะเปลือกไข่ออกมาเติบโตในภพภูมิใหม่ได้

 

การร่วมต่อสู้เพื่อเอาชนะวิกฤตโควิดด้วยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเห็นพ้องว่า ประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างอำนาจ โดยกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึง ให้ทุกองคาพยพ มีความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy) ที่สามารถคิดเอง ทำเอง ริเริ่มปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ประดุจที่หัวใจต้องเต้นเอง ปอดต้องหายใจเอง จะรอให้ส่วนกลางมาสั่งก็จะไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก

 

โดยรัฐส่วนกลางปรับบทบาทเป็นผู้นำทิศทางนโยบายและการตั้งเป้าหมายร่วม กับเอื้ออำนวยให้ทุกภาคส่วนของสังคมสามารถปฏิบัติสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

 

มีการเรียกร้องมานาน ให้มีการปรับโครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์แต่ไม่เคยสำเร็จ สถานการณ์โควิคและการระเบิดตูมใหญ่ของหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ทำให้ทุกฝ่ายเห็นความจำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบแห่งกฎระเบียบทางราชการ นั่นก็คือประเทศไทยกำลังเดินไปสู่การปรับโครงสร้างอำนาจรัฐหลังโควิด

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ๒ ประการ เพราะสถานการณ์โควิด คือ

๑. การระเบิดพลังจิตสำนึกใหม่ ที่เรียกว่า “คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์”

๒. การปรับโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์

 

สองเรื่องนี้อันได้แก่ จิตสำนึกใหม่ และการปรับโครงสร้างอำนาจ คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนประเทศไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นวิกฤตโควิดซึ่งเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

 

แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างสำคัญ ถ้าคนไทยตระหนักรู้ว่าโอกาสที่จะสร้างประเทศไทยยุคใหม่อยู่ต่อหน้าเราแล้ว ด้วยปัจจัย ๒ อย่างคือ จิตสำนึกใหม่แห่งการมีหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ และการปรับโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์ เราจะสามารถก้าวข้ามวิกฤตการณ์เรื้อรังที่ดำเนินมาเกือบ ๑๐๐ ปี ไปสู่ความเจริญที่แท้จริงได้

 

เรามาถูกทางแล้ว ขอให้กระบวนการคนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ เติบโต ขยายตัว เพิ่มคุณภาพจนเต็มประเทศ คนไทยจะรักกัน ชื่นชม ยินดีต่อกัน เรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ และพ้นทุกข์ร่วมกันได้

 

หมายเหตุ การสื่อสารเพื่อถักทอพลังบวกบนแผ่นดินไทย ควรทำงานเต็มลูกสูบ

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง