เจาะประเด็นร้อน

สิงห์ไม่มีเส้น “ผู้ว่าฯปู” ไปไม่ถึง “สุพรรณบุรี” นักการเมืองคนไหนขวาง

สิงห์ไม่มีเส้น “ผู้ว่าฯปู” ไปไม่ถึง “สุพรรณบุรี” นักการเมืองคนไหนขวาง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ทั้งไม่มีสีไม่มีเส้น “ผู้ว่าฯปู” เหนื่อยหนักขอพัก ไขปริศนานักการเมืองขวาง ย้ายไปสุพรรณบุรี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กรณี วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังมีข้อสงสัยอยู่บางประเด็น

 

เมื่อ “ผู้ว่าฯปู” โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความในใจเรื่องที่อยากพักผ่อน ไม่รับราชการจนเกษียณอายุในปลายปีหน้า และตอนหนึ่งระบุว่า “จะขอย้ายไปสุพรรณบุรี แต่ผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย อ้างว่านักการเมืองเขาไม่ยอมรับ”

 

คำว่า “นักการเมือง” ใน จ.สุพรรณบุรี ก็มีแต่พรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในเวลานี้ ซึ่ง “ผู้ว่าฯปู” รู้จัก ส.ส.สุพรรณบุรี ทุกคน เพราะรับราชการในพื้นที่นี้มายาวนานมาก

 

นักข่าวจึงต้องถาม “วราวุธ ศิลปะอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้คำตอบว่า ตนคงตอบแทนใครไม่ได้ เพราะเรื่องของการโยกย้ายเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยมีขั้นตอน แต่ไหนแต่ไร จ.สุพรรณบุรี ทางกระทรวงมหาดไทยก็ดำเนินการ เราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร

 

ผู้ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ค “เอก ประทุมรัตน์” นักธุรกิจชาวสุพรรณ ที่สนิทสนมกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และรู้จักมักคุ้น “ผู้ว่าฯปู” ยอมรับว่า มีคนโทรศัพท์หาเขาเยอะมาก ถามไถ่เรื่อง"ผู้ว่าฯปู" ขอลาออก

นี่คือข้อความตอนหนึ่งในเฟซบุ๊คของ “เอก ประทุมรัตน์” อันสะท้อนถึงความอึดอัดใจบางประการ “ผมรู้สึกช็อค โทรศัพท์ไปหาผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน ที่มีความคุ้นเคย ได้แต่ถอนหายใจ...#คนดีไม่มีวันตาย ได้แต่ภาวนาขอให้ทบทวนใหม่ ทำงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน”

 

ปลายปี 2562 ตอนที่ “ผู้ว่าฯปู” ย้ายจากศรีสะเกษ มาอยู่สมุทรสาคร “เอก ประทุมรัตน์” และ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ก็ไปต้อนรับถึงเมืองมหาชัย

 

จริงๆแล้ว การโยกย้ายในปีนั้น “ผู้ว่าฯปู” อยากขอกลับมาเกษียณที่สุพรรณบุรี เลยมีคำถามเหมือนกัน เพราะศรีสะเกษ มี 22 อำเภอ แต่สมุทรสาคร มีแค่ 3 อำเภอ ระนาบเดียวกันหรือเปล่า แต่ก็มีคำอธิบายว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เหตุผลกล้อมแกล้มไปได้

++

คนอ่างทอง

++

ดังที่ทราบกัน วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เติบโตในตลาดศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง บ้านเดียวกันกับ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง

 

หลังจบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (มนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 2526 ก็มาเป็นนักพัฒนาชุมชน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี และพบรักกับ ชุติพร วิจิตร์แสงศรี

ปี 2538 สมัยรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ที่มีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชื่อ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จึงได้ขอตัว “ผู้ว่าฯปู” มาช่วยงานราชการที่สำนักนายกฯ อยู่พักหนึ่ง ระหว่างนั้น สมศักดิ์นำให้ผู้ว่าฯปู ไปเข้าโรงเรียนนายอำเภอ และจบหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 41 วิทยาลัยการปกครอง ได้เป็นนายอำเภอครั้งแรก ที่ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2544

 

ช่วงหนึ่ง อดีตนายกฯ บรรหาร ต้องการพัฒนาบึงฉวาก อ.เดิมบางนางบวช จึงอยากได้นักปกครองมีฝีมือมาทำงาน “สมศักดิ์” แนะนำผู้ว่าฯปู ให้รู้จัก และจากนั้น ผู้ว่าฯปู ก็ย้ายมาเป็นนายอำเภอเดิมบางนางบวช

++

อยากเป็นผู้ว่าฯสุพรรณ

++

“ผู้ว่าฯปู” พัฒนาบึงฉวาก จนเขียนหนังสือได้เล่มหนึ่ง จาก อ.เดิมบางนางบวช ก็ย้ายไปอีกหลายอำเภอใน จ.สุพรรณบุรี จนได้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกว่า กว่าครึ่งค่อนชีวิต เขารับราชการอยู่ในสุพรรณบุรี

ว่ากันว่า “ผู้ว่าฯปู” ถูกวางตัวให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี แต่อดีตนายกฯ บรรหาร ถึงแก่อนิจกรรมไปเสียก่อน จึงได้ไปขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

 

จำได้ว่า วันที่ 1 ต.ค.2559 วันที่ วีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร มีชาวสุพรรณบุรีนับพันคนตามไปส่งถึงจวนผู้ว่าฯ นำโดยจองชัย เที่ยงธรรม และสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รวมถึงบรรดานักการเมืองท้องถิ่นจากสุพรรณบุรี และอ่างทอง

หากจะถาม“ผู้ว่าฯปู” ก็คงไม่ตอบว่า นักการเมืองคนไหน ไม่อยากให้เขาไปเป็นผู้ว่าฯสุพรรณบุรี และไม่ใช่คนศรีประจันต์ที่ชื่อ จองชัย เที่ยงธรรม แน่นอน

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง