
ควันหลงการประชุมอาเซียน
แม้การประชุมสุดยอดอาเซียน หรืออาเซียน ซัมมิต 2009 จะผ่านพ้นไปได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ แต่คนไทยส่วนมากก็จะลืมเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ไปทั้งๆ ที่ถ้ามีผลตามเป้าหมายแล้วก็จะช่วยฐานะทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในภูมิภาคนี้ได้พอสมควร
สำหรับรัฐบาลไทยก็พอใจในความสำเร็จจากการประชุมครั้งนี้ด้วย "มาตรวัดลวงๆ" เช่น ภูมิใจว่าเพราะประชุมสำเร็จพวก “กลุ่มจี 20” จึงได้เชื้อเชิญนายกรัฐมนตรีของไทยไปเข้าร่วมประชุมด้วย ความจริงการเชิญครั้งนี้เป็นไปตามฟอร์มโดยเขาต้องการเชิญประธานของกลุ่มอาเซียนไม่ใช่เขาเชิญนายกฯ ไทยเพราะความสำเร็จจากการประชุมแต่อย่างใด
มาตรวัดลวงๆ อีกข้อหนึ่งก็คือ การจัดการประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมต่างพอใจการจัดมากเพราะ "มีอาหารดี ดนตรีไพเราะ..."
แต่อย่างไรก็ตามเนื้อหาของการประชุมก็ยังมีเรื่องที่สำคัญทางเศรษฐกิจ 2 เรื่อง คือ การตกลงที่จะตั้ง กองทุนสำหรับอาเซียน โดยมี 3 ประเทศพันธมิตรนอกเขตอาเซียนที่มั่งคั่ง (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) เข้าร่วม ถ้าสามารถระดมทุนได้ตามที่ว่าก็นับว่าจะเป็นเงินมากพอที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในทางการเงินให้ประเทศในภูมิภาคได้ แต่สำคัญจะทำกันได้จริงหรือเปล่าภายในเวลาอันใกล้ๆ นี้
เรื่องที่เป็นหัวใจของการประชุมครั้งนี้คือจะ ทำให้อาเซียนทั้ง 10 ประเทศเป็นตลาดเดียวกันเหมือนกับของสหภาพยุโรป กล่าวคือไม่มีภาษีต่อกันในการส่งสินค้าเข้าออก มีการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเสรี เป็นอาทิ การรวมตลาดตามแนวคิดนี้ต้องให้สำเร็จภายใน 6 ปี
เรื่องนี้สื่อฝรั่งตะวันตกปรามาสไว้อย่างค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นความฝันที่ยากจะทำให้เป็นความจริง ฝรั่งเขาพูดจากความรู้จักผู้คนในภูมิภาคนี้ซึ่งส่วนใหญ่เขาเคยปกครองอยู่ในยุคอาณานิคม เขารู้ว่าผู้คนมีภูมิหลังทั้งด้านวัฒนธรรมและความคิดที่แตกต่างกันยากที่จะรวมกันติดเป็นเนื้อเดียว นอกจากนี้เขายังพากันแถมท้ายว่าการประชุมครั้งนี้ไม่มีอะไรที่เป็นมักเป็นผลกับปัญหาเฉพาะหน้าที่กลุ่มอาเซียนต่างพากันประสบคือปัญหาทางเศรษฐกิจที่ลามมาจากพวกฝรั่งเขาคงหมายถึงว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้พึ่งพาการส่งออกแล้วพวกสื่อฝรั่งเขาไม่เห็นไม่ได้ยินว่าบรรดาท่านผู้นำพูดถึงมาตรการร่วมในการแก้ปัญหาการส่งออกตกต่ำนี้อย่างไร (ความจริงแต่ละประเทศเขาก็พูดถึงมาตรการของเขาแต่ละประเทศ แม้จะเป็นนามธรรมไปบ้าง)
หันมามองในแง่แห่งความเป็นจริงดูบ้าง
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นเพียงวันสองวัน ท่านผู้นำของอินโดนีเซียกลับไปถึงบ้านแล้วก็เซ็นคำสั่งทันทีให้ข้าราชการของอินโดนีเซียซึ่งมีอยู่หลายล้านคนงดซื้อของจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกอาเซียนหรือไม่ก็ตาม 2-3 วันต่อมาลาวก็เอาอย่าง กระทรวงพาณิชย์ไทยเราเองก็นำคำขวัญ “ไทยช่วยไทย ไทยซื้อไทย” ออกมาเผยแพร่
ท่านผู้อ่านคิดเอาเองก็แล้วกันว่าคนไทยจะได้อะไรจากการประชุมอาเซียนครั้งนี้บ้าง และเราจะช่วยทำให้ความฝันของชาวอาเซียนเป็นจริงได้อย่างไร
นายหนูใหญ่
[email protected]



