คอลัมนิสต์

ไม่มีใครรักตำรวจ?

ไม่มีใครรักตำรวจ?

11 มี.ค. 2552

“บอกผู้กำกับดูจราจรที่แยกนี้หน่อย ทำน่าเกลียด เดินถือใบสั่งให้ว่อน” เสียงของผู้บังคับการบอกแก่นายเวร

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า คือ กลุ่มตำรวจจราจรในมือถือสมุดใบสั่งแกว่งไปมาอย่างเปิดเผยและชัดเจน
 ในฐานะคนที่เคยมองการทำงานของตำรวจไทยด้วยสายตาของคนนอก (outsider view) ตำรวจจราจรคือ คนที่น่าสงสาร น่าเห็นใจ ยืนตากแดด ตากฝน ความคิดของดิฉันในครั้งนั้น แตกต่างจากกลุ่มเพื่อนที่ทำการศึกษาวิจัยชีวิตของคนขับรถกระบะเล่าความรู้สึกของผู้ให้ข้อมูลหลักที่มีต่อตำรวจจราจรว่า “เกลียดมัน เลี้ยงตำรวจจราจรน่ะ เลี้ยง...ยังดีกว่า” เสียงของคนขับรถกระบะไม่แตกต่างจากคนขี่รถมอเตอร์ไซค์
 แต่สำหรับคนขับรถสิบล้อบอกว่า “ไม่สนใจหรอก เถ้าแก่ผมเคลียร์ได้”
 สิ่งที่ชวนให้ท่านผู้อ่านคิด คือ ทำไมคนขับรถต่างประเภท ต่างสถานะทางสังคมจึงมีความรู้สึกต่อตำรวจจราจรแตกต่างกัน
 สารวัตรจราจรบอกดิฉันว่า “เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เป็นลบ ส่วนสำคัญมาจากงานจราจร”
 ทำไมองค์กรตำรวจจึงปล่อยให้เป็นเช่นนั้น?
 เมื่อดิฉันเรียนผู้บังคับการท่านหนึ่งว่า มีงานวิจัยระบุว่า ตำรวจจราจรเป็นกลุ่มคนที่มีสุขภาพจิตไม่ดี...น่าเห็นใจ ท่านโต้แย้งว่า “จริงเหรอ ผมว่าไม่ใช่นะ สำหรับตำรวจแล้ว เขาวิ่งอยากเป็นจราจรกันนะ”
 ในขณะที่อดีตสารวัตรสืบบอกว่า “ถ้านายยังไม่เปลี่ยน ผมจะขอเป็นจราจรอยู่อย่างนี้ ผมไม่กลับไปทำงานสืบแน่ แต่ผมพูดจากประสบการณ์เลยนะ ผมว่าถ้าจะปรับโครงสร้าง สตช. ก็เอางานจราจรออกไปเถอะ เอาเวลา เอาสมอง เอางบประมาณไปช่วยงานสืบสวน ทำให้เป็นมืออาชีพดีกว่า"
 การทำความเข้าใจโลกการทำงานของตำรวจในงานวิจัยของดิฉัน เริ่มต้นจากการเรียนรู้การทำงานจราจรและปิดท้ายด้วยงานสืบสวน
 ข่าวสองสาวแจ้งความกรณีกลุ่มตำรวจสายสืบเข้าใจผิด คิดว่าเป็นผู้ส่งยาเสพติดในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจทำให้ประชาชนผู้อ่านข่าวตีความหมายแตกต่างกันไป การมองปรากฏการณ์จากชุดความรู้และชุดประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทำให้เข้าใจไม่เหมือนกัน
 สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่รองผู้บังคับการออกมาแถลงข่าวยินดีรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และยืนยันว่าลูกน้องชุดนี้ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติงานจริง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ความผิดพลาด” ซึ่งนานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง
 แต่ถึงอย่างไรต้องชดใช้ให้ผู้เสียหายพึงพอใจ และในที่สุดผู้เสียหายก็ได้รับการชดใช้ที่ระดับที่พอใจ ข่าวนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงประสบการณ์ในโลกของตำรวจ...
 คืนนั้นดิฉันและตำรวจสายสืบติดตามผู้จำหน่ายยาเสพติดไปที่คอนโดฯ แห่งหนึ่ง ทันทีที่ประตูเปิด เจ้าหน้าที่แสดงตนและขอค้นห้อง กิริยาและคำพูดของหญิงสาวที่โต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ดิฉัน นึกชื่นชมนายตำรวจเหล่านั้นอยู่ในใจว่า “ทนได้อย่างไร”
 ในที่สุด คนที่หมดความอดทนก่อนคือดิฉัน !
 การทำงานวิจัยที่ต้องคลุกคลีอยู่กับกลุ่มคนที่กระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายและกลุ่มคนที่บังคับใช้กฎหมายนั้น ทำให้ดิฉันเข้าใจคำพูดของนายตำรวจที่ว่า “เวลาที่นักวิชาการจะเรียกร้องสิทธิของผู้ต้องหาน่ะ อยากให้คิดถึงสิทธิของผู้เสียหาย ความรู้สึก ความสูญเสียของผู้เสียหายด้วย อยากให้คิดกันบ้างว่า กว่าที่ตำรวจจะตามจับไอ้คนที่เจตนาทำให้คนอื่น ทำให้สังคมเสียหาย เจตนาขายยาบ้า ยาไอซ์น่ะ พวกเขาต้องทุ่มเท ต้องเสี่ยงสักแค่ไหน เวลาพลาดมาใครรับผิดชอบพวกเขา เคยรู้มั้ยว่าพวกเขาเจอลูกเมียสัปดาห์ละกี่วัน เวลาไปจับไอ้พวกนี้อย่าคิดนะว่า จับพวกมันมาแล้ว พวกเขาหรือลูกเมียจะใช้ชีวิตสงบสุข อยากให้เข้าใจเห็นใจกันบ้าง”
 "ไม่มีใครรักตำรวจหรอก” นายตำรวจพูดอย่างประชดประชัน

 

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข