
ความลับของฮีโร่
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปดูหนังเรื่อง วอทช์เมน มา ต้องขอบอกล่วงหน้าว่าหนังเรื่องนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก รวมทั้งผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งตามจริงแล้วผมอยากจะกำหนดอายุถึง 25 ปีด้วยซ้ำไป
เพราะเป็นหนังที่มีฉากรุนแรงเกือบตลอดเรื่อง และไม่เห็นด้วยกับการที่หนังและทางโรงหนังจัดประเภทหนังเรื่องนี้เป็นแฟนตาซี แอ็กชั่น จนถึงแผนการในการประชาสัมพันธ์ อันจะส่งผลต่อความไม่สบอารมณ์ของผู้ชมบางกลุ่มและรายได้ของหนังเอง
หนังเรื่องนี้เป็นฝีมือกำกับการแสดงของ แซ็ก สไนเดอร์ เจ้าของผลงาน 300 เรื่อง
ซึ่งสร้างจากหนังสือนิยายภาพชื่อเดียวกัน ที่กล่าวถึงเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่อเมริกันที่รวมตัวกันต่อสู้กับอาชญากรในยุค 1940 และ 1960 ความที่เป็นเหตุการณ์ย้อนยุคหลายๆ เรื่อง ซึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐ จึงอาจให้ภาพที่ไม่ชัดเจนแก่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะหากนำไปเปรียบเทียบกับ ฟอเรสต์ กัมม์ ที่เรื่องราวบางช่วงร่วมสมัยกัน แต่ กัมม์ ใช้อารมณ์ขันในการแสดงภาพให้เข้าใจได้ง่ายกว่า
วอทช์เมน แตกต่างจากซูเปอร์ฮีโร่อื่นๆ ตรงที่มีความเป็น "คน" ค่อนข้างสูง ซึ่งความเป็นคนธรรมดาทำให้มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด ความเข้มแข็งและอ่อนแอ รวมถึงความคิดและการกระทำที่ทั้งถูกและผิด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช่ตัวแทนฝ่ายธรรมะที่มีหน้าที่ปราบปรามอธรรมเสมอไป เพราะบางครั้งพวกเขาเองก็กลับเป็นฝ่ายอธรรมหรือทำความผิดบาปชั่วร้ายเสียเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักก่อปัญหาให้ลัทธิบูชาฮีโร่เสมอมา โดยเฉพาะในวันที่วีรบุรุษในดวงใจเสื่อมคลายความเก่งกล้าหรือพลาดพลั้งผิดเพี้ยน
สิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับหนังเรื่องนี้คือ ผู้เขียนบทหนังและบทสนทนา ที่สามารถบรรจุเรื่องราวของตัวละครหลายๆ ตัว เหตุการณ์ต่างๆ ที่กินเวลานานและมีความสลับซับซ้อน ตลอดจนอารมณ์และความขัดแย้งของตัวละครและคนรอบข้างได้อย่างลงตัว ขณะที่บทสนทนาก็สื่อความเป็นตัวตน แนวคิด ปรัชญาชีวิต ความมุ่งหวัง และความเจ็บปวดของตัวละครสำคัญๆ แต่ละตัวอย่างเข้มข้นและคมคาย
วอทช์เมน บอกกับเราว่า ความเป็นวีรชนกับทรชนนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ต่างหรือห่างกันเท่าไร และคำสรรเสริญกับสาปแช่งก็อยู่ใกล้ๆ พอๆ กัน สังคมโลกเป็นสังคมแห่งการรอมชอม และไม่มีพื้นที่สำหรับคนที่ยืนอยู่สุดโต่งต่อให้สิ่งที่เขาคิดและทำจะเป็นสิ่งที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตและสังคมเคยยอมรับมันมาก่อนก็ตาม และคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ก็สามารถจับมือกันได้ในทันที หากมีผลประโยชน์ร่วมกัน ประสบความทุกข์ยากเช่นเดียวกัน หรือหาทางโยนบาปให้แพะสักตัวได้
หนังยังบอกว่า ชีวิตเป็นแค่ความฝัน ความถูกหรือผิด ความจริงหรือเท็จก็คือความฝันและการจะมีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความฝัน ก็คือต้องรู้จักและทำความเข้าใจกับความฝันของตนเองและคนอื่นๆ วอทช์เมน ไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง ซูเปอร์แมน หรือ สไปเดอร์แมน ที่จะแนะนำให้ใครต่อใครดูได้ แต่เป็นหนังที่ควรจะบอกต่อเฉพาะคอหนังประเภทฮาร์ดคอร์ที่มีวุฒิภาวะและพานพบประสบการณ์ชีวิตมาในระดับหนึ่ง
และหนังแบบนี้ หรือฮีโร่ประเภทนี้ ก็คงไม่ถูกกับจริตของคนไทยเท่าไรหรอกครับ



