
ทางเลี่ยงทางรอด
เคยสังเกตไหมครับว่าเรื่องปลอมบัตรเอทีเอ็ม ปลอมบัตรเครดิตเนี่ย เกิดขึ้นเมื่อไร และมีมานานแค่ไหนแล้ว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่
ที่ตำรวจจับกุมไปแล้วก็ไม่น้อย แต่ก็ยังเห็นปลอมเห็นนำบัตรไปรูดไปกดเงินกันนักต่อนัก มีผู้ได้รับความเสียหายไม่เว้นแต่ละวัน
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์กุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาเปิดเผยว่าเครือข่ายแก๊งปลอมบัตรที่อยู่ในสารบบของดีเอสไอมีอยู่ 10-20 กลุ่มที่ยังไม่ถูกจับกุม
สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือ อุปกรณ์ก๊อบปี้ข้อมูลบัตรตัวใหม่นั้นใกล้เคียงกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งตามตู้เอทีเอ็ม ใครไม่รู้ก็นึกว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้กันทั่วๆ ไป และมักจะไปติดตามตู้เอทีเอ็มตามแหล่งชุมชน ผู้คนพลุกพล่าน เช่น หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น โลตัสเอ็กซ์เพรส และปั๊มน้ำมัน
ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนอย่างเราๆ ควรหลีกเลี่ยงคือ ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงตู้เอทีเอ็มตามแหล่งข้างต้น หันไปใช้บริการจากตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคารจะปลอดภัยกว่า
นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะการป้อนรหัสเอทีเอ็ม 4 หลัก พยายามปิดอย่าให้ใครเห็น โดยเฉพาะกล้องจิ๋วที่มักจะติดไว้ด้านบนเพื่อลอบดูรหัส ปิดได้ปิดให้มิดเลยครับ ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวว่าใครจะหาว่าเราสติแตก เพราะถ้าพลาดพลั้งไปแล้วคนที่เสียหายคือตัวเราเอง คนอื่นไม่มีใครช่วยเราได้ อย่างมากก็แค่คำว่าสงสาร ซึ่งไม่พอกับอาชญากรรมเทคโนโลยีชนิดนี้
อีกอย่างผมเคยคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารให้คำแนะนำเอาไว้น่าสนใจว่า เวลาดึงบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตออกจากช่องเสียบให้พยายามดึงช้าๆ ป้องกันไม่ให้เครื่องก๊อบปี้ข้อมูลบัตรทำงานได้เต็มที่
หลายคนเข้าใจว่าการดึงออกอย่างรวดเร็วจะช่วยป้องกันการก๊อบปี้ข้อมูลบัตรได้ แท้ที่จริงแล้วเป็นตรงกันข้าม เครื่องจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมือนตอนที่เรารูดบัตรเครดิตไง
สุดท้ายผมอยากให้ตำรวจท้องที่จับมือกับธนาคารต่างๆ นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่กับตู้เอทีเอ็มมาดูกันบ้าง ไม่ต้องมาก แค่เดือนละครั้งสองครั้ง ลองดูว่ามีใครไปทำอะไรกับตู้เอทีเอ็มบ้าง เพราะการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปติดตั้งกับตัวเครื่องนั้น ต้องใช้เวลามาก ไม่ใช่แค่เดินผ่านแล้วก็วางไว้ซะเมื่อไร
ดีกว่าปล่อยให้เกิดความเสียหายขึ้นก่อนแล้วค่อยตามแก้ไขทีหลัง เหมือนวัวหายแล้วค่อยมาล้อมคอก ไม่ทันกิน !?!
มัธยัสถ์ อินมา



