
บทเรียน "รักสามเส้า" ยุติรักร้าวด้วยปืน!
ปี 2564 ผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน คดี "พิศวาสฆาตกรรม" เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยมูลเหตุหลักๆ มาจากความหึงหวงของคู่หนุ่มสาว จนทำให้สถิติ "ฆ่าเพราะรัก" พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อไม่กี่วัน ยังมีอีก 2 รายที่ต้องจบชีวิตไปกับคดีลักษณะนี้อีก ภายในคอนโดฯ เมืองนนฯ
คดีพิศวาสฆาตกรรมนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 03.00 น. โดยนายธรรมภณ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอาการมึนเมา ได้ชักชวนเพื่อนที่ทำงานเดียวกันมาที่คอนโด เพื่อขอพบอดีตแฟนในการเคลียร์ปัญหาหัวใจ
จากนั้นเวลา 03.45 น. นายธรรมภณ ได้ทำการเจรจากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่าขอขึ้นอาคารเพื่อไปพบกับเพื่อน โดยอาศัยความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งได้เปิดประตูให้เข้าไปภายในอาคาร
ก่อนที่ช่วงเวลา 03.47 น. ผู้ก่อเหตุและเพื่อนได้ขึ้นไปถึงห้องพักของผู้ตาย พร้อมด้วยอาวุธปืน ก่อนจะทำการเคาะประตูเรียก แต่ผู้ตายไม่ยอมเปิดประตูให้ จึงกระหน่ำยิงประตูห้องพักที่มีระบบคีย์การ์ดป้องกันถึง 12 นัด แล้วทำลายประตูเข้าไปด้วยความโมโห
จากนั้นผู้ก่อเหตุไดพบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเจออดีตแฟนสาวกับชายหนุ่มที่เป็นแฟนใหม่ ก่อนจะตัดสินใจใช้ปืนยิงใส่ชายคนดังกล่าว 1 นัด กระสุนทะลวงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย ทำให้ฝ่ายแฟนใหม่จะวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปขอความช่วยเหลือ
ถัดมาไม่ถึง 1 นาที คือเวลา 03.48 น. เพื่อนหญิงของผู้ก่อเหตุ ได้วิ่งออกมาจากห้องและห้ามไม่ให้ผู้ก่อเหตุตามไปยิงผู้บาดเจ็บซ้ำ แต่เหตุกาณณ์ไม่จบลงแค่นั้น เนื่องจากนายธรรมภณ ได้เดินกลับเข้าไปในห้องพัก ก่อนใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าที่ศีรษะอดีตแฟนสาว 7 นัด จนเสียชีวิต ก่อนจะตัดสินใจ “อัตวินิบาตกรรม” (อัด–ตะ–วิ-นิ-บาด-ตะ-กำ) ตัวเองทันที
จากนั้นช่วงเวลา 04.49 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ
ทีมข่าวอาชญากรรม "คมชัดลึก" ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับเพื่อนผู้ก่อเหตุ ซึ่งให้การกับตำรวจว่า ได้ถูกนายธรรมภณชักชวนให้มาเป็นเพื่อน เพื่อขอคืนดีกับอดีตแฟนสาว แต่พอมาถึงที่คอนโด นายธรรมภณกลับก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
ด้าน พันตำรวจเอก เมษนนท์ นาขวัญ ผู้กำกับการ สภ.รัตนธิเบศร์ เปิดเผยกับทีมข่าวอาชญากรรมว่า สาเหตุการสังหารครั้งนี้ มาจากปมรักสามเส้า ซึ่งผู้ก่อเหตุและอดีตแฟนสาวที่ได้เลิกรากันไป แต่ทางฝ่ายชายไม่ยอมตัดขาดความสัมพันธ์ เพราะมีลูกด้วยกันถึง 3 คน
แต่เมื่อเลิกกันกลับพบว่า อดีตคนรักไปคบหากับเพื่อนที่ทำงาน โดยทราบข้อมูลจากเพื่อนรุ่นพี่ว่า เป็นการคบซ้อนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีการเลิกกัน จึงทำให้ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว
หากย้อนกลับไปนับตั้งแต่ห้วงปี 2563 พบว่า คดี “พิศวาสฆาตกรรม” เกิดขึ้นหลายร้อยคดี
จากการรวบรวมข้อมูลตัวเลขของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งได้บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับความรุนแรงระหว่างคู่รักแบบแฟนและครอบครัวมีมากกว่า 350 ข่าว โดยเป็นความรุนแรงที่สามีทำต่อภรรยาถึง 65 ครั้งและแบบคู่รักแบบแฟน 22 ครั้งโดยสาเหตุหลักจะมาจากความหึงหวงและจากการเมาสุรามีจำนวนถึง 41 ครั้ง ซึ่งจากสถิติที่มีการยืนยันนี้ ทำให้เห็นได้ว่า คดีรักต้องฆ่า ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเหตุการณ์บุกยิงอย่างอุกอาจ ภายในคอนโดย่านรัตนาธิเบศร์
*อ่านข้อมูลเพิ่มเติม จากแฟนเพจ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
คดีพิศวาสฆาตกรรมและความรุนแรงในครอบครัว ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันจะยิ่งฝังรากลึกลงไปในสังคมไทย โดยไม่มีท่าทีว่าจะมีใครแก้ปัญหานี้ได้ แต่สิ่งสำคัญที่อาจช่วยยับยั้งความรุนแรงเหล่านี้ได้ อาจจะต้องเริ่มจาก “ทักษะชีวิต” ที่ปลูกฝังกันในระดับครอบครัวเสียก่อน
"สมชาย แก้วกฤษดางค์" บันทึกภาพ
"สานนท์ เจริญพันธุ์" ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



