คอลัมนิสต์

อย่าอยู่แบบเสแสร้ง

อย่าอยู่แบบเสแสร้ง

10 มี.ค. 2552

เห็นการไล่ล่าคนลี้ภัย หนีโทษจำคุกแบบปาหี่กลางตลาดสดแล้ว ย่อมทำให้ชาวบ้านสงสัยว่า ผู้มีอำนาจทุกระดับในบ้านเมืองนี้มีเจตนาทำหน้าที่ของตัวเองให้คุ้มกับเงินเดือนภาษีและความหวังว่าจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือไม่

ถ้ารัฐบาลไม่สามารถกำกับกลไกต่างๆ ให้ดำรงความยุติธรรม หลักการของความเป็นนิติรัฐได้ สภาพบ้านเมืองมุ่งสู่ความมืดมนสับสนวุ่นวาย ผู้รักษากฎหมายมีพฤติกรรมลำเอียง เลือกปฏิบัติแล้ว ผลสุดท้ายคือความหายนะแน่ๆ
 ทุกวันนี้คนหนีคุกยังนัดวันเพื่อส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ปลุกระดมชาวบ้าน คนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาดีเข้าตัว โยนชั่วให้คนอื่น คนไทยส่วนหนึ่งเห็นคนหนีคุก คดีอาญาติดตัว ยังมีคดีความรออีกอื้อซ่า กลายเป็นคนดีมีคุณธรรมได้อย่างไร
 ถ้าไม่ใช่ส่วนหนึ่งถูกชักจูงด้วยอำนาจเงิน มีแกนนำจ้องทำมาหากิน หักหัวคิวด้วยอัตราโหด หลอกชาวบ้านมาตากแดด ทนหิว แต่ตัวเองโกยเงินเข้ากระเป๋า เพิ่มความร่ำรวย เจ้าของเงินก็รู้ว่าเงินหว่านไปไม่ตกถึงคนชุมนุม
 เพราะแกนนำรับมา 500 จ่ายเพียง 200-300 บาท หรือรับมา 1,000 จ่ายเพียง 500 บาท หรือน้อยกว่า ดังนั้นการปลุกระดมมวลชนได้กลายเป็นอาชีพสำหรับนักจ้อ โดยอ้างว่าต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้อาชญากรหนีคุก
 ตำรวจกับอัยการยังตั้งท่าเกี่ยงกันตามตัว อ้างว่าไม่รู้ถิ่นที่อยู่ ทั้งๆ ที่รัฐบาลสั่งการให้สถานกงสุล สถานทูต ตัวแทนรัฐสอดแนมรายงานให้ได้
 สถานกงสุลใหญ่ในเมืองดูไบคงไม่รู้ว่าคนหนีคุกมีถิ่นที่อยู่เกือบถาวร เดินศูนย์การค้า หาคนไทยที่รู้จัก ถ้าว่างจากการโฟนอิน สถานทูตในประเทศแถบนั้น รวมทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็เป็นหูเป็นตาให้ได้ ถ้าจะทำหน้าที่
 ต้องบอกเลยว่าในกระบวนการยุติธรรมระดับตำรวจและอัยการยังถูกมองด้วยสายตาชาวบ้านแบบไม่ไว้วางใจในการทำหน้าที่ จนต้องให้คนทั่วไปชี้ช่องทางว่าทำอย่างไร ในการติดตามเอาตัวคนหนีคุกมารับโทษ
 ผลสุดท้าย ขึ้นอยู่กับว่าใคร รัฐมนตรี หรือบุคคลใดคุมกลไกหน่วยงานองค์กร เหล่านี้ เพราะพฤติกรรมยังเป็นตัวฟ้องเจตนาว่าจริงใจทำงานหรือไม่
 การโฟนอินครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะไม่ได้ผล แต่ก็ยังเป็นข่าวกวนใจ หรือเป็นเพราะรัฐบาลตั้งใจจะให้เป็นตัวคาน ให้ประชาชนเห็นว่า ถ้าไม่เอาพวกเราไว้ รับรองคนหน้าเดิมมีเหลี่ยมกลับมา แล้วจะมีปฏิบัติการเช็กบิลย้อนหลัง
 ดังนั้น ถ้ากลัวคนหนีคุกกลับมาบ้าน ต้องยอมทนกับพวกเรา แม้ว่าเราจะทำอะไรไม่ถูกใจ หรือแสวงหาผลประโยชน์ โดยการเอาประชาชนเป็นเบี้ย
 การปล่อยให้คนหนีคุกเร่ร่อนสร้างปัญหาเป็นระยะๆ เท่ากับช่วยเป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจของชาวบ้านจากประเด็นอื่นๆ หรือไม่ ถ้าคิดอย่างนั้น บอกได้เลยว่า ในโลกนี้ไม่มีใครโง่ถาวร ต้องมีวันตาสว่างรู้ทันเล่ห์กลซ้อนเร้น
 ถ้ารัฐบาลยังเชื่องช้า ไม่ปฏิรูปองค์กรในกระบวนการยุติธรรมระดับล่างและกลาง จนเกิดสภาวะ “ยุติ” ของ “ธรรม” ระวัง “กรรม” จะย้อนรอยนิ! อิอิอิ!!!