
จับตาเขื่อนสิริกิติ์ หลัง 3 อ่างฯน้ำเกิน 100% พื้นที่ตอนล่างเตรียมรับมือ
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังต้องจับตา แม่น้ำยม และเขื่อนสิริกิติ์ หลัง 3 อ่างฯน้ำ ที่อยู่เหนือเขื่อน ความจุเกิน 100% เตือนพื้นที่ตอนล่างเตรียมรับมือ
จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนืออย่างหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่จ.น่าน จ.แพร่ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก กับมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
ภาคเหนือ เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ และขอนแก่น
ภาคกลาง เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
ซึ่งฝนก็ยังปกคลุมในพื้นที่ตอนบนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตามแม่น้ำ สายหลักอย่างแม่น้ำยม ที่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง หลายจุด ซึ่งทางกรมชลประทานก็ได้ออกรายงาน สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 22 ส.ค.63)
สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 47 แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสั้น 34,452 ล้าน ลบ ม. (45%6 ของความจุอ่างฯ) ปริมาณน้ำใช้การได้ 10,707 ล้าน ลบ.ม. (21% ของความจุน้ำใช้การ)
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% ของความจุอ่าง จำนวน 25 แห่ง คือ ภูมิพล สิริกิติ์
แควน้อยบำรุงแดน แม่มอก ห้วยหลวง น้ำพุง จุฬาภรณ์ อุบลรัตน์ ลำปาว ลำตะคอง ลำพระเพลิง มูลบน ลำแชะ ลำนางรอง สิรินธร ป่าสักชลสิทธิ์ ทับเสลา กระเสียว ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ์ คลองสียัด บางพระ ประแสร์ แก่งกระจานและปราณบุรี
ปริมาณน้ำไหลลงองและระบาย ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง (1 พ.ค.63 - ปัจจุบัน) ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 7,142.98 ล้าน ลบ.ม. , ปริมาณน้ำระบายจากอ่าง 7,376.19 ล้าน ลบ.ม.
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ) (ข้อมูล ณ วันที่ 22 ส.ค.63)
ปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 8,757 ล้าน ลบ.ม. (35% ของความจุอ่างฯ) เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 2,061 ล้าน ลบ.ม. (11% ของความจุน้ำใช้การ)
ปริมาณน้ำไหลลอง 128.47 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายจากอ่าง 35 ล้าน ลบ.ม.
แต่สิ่งที่เป็นกังวลจากข้อมูลของกรมชลประทาน ที่ทีมข่าว คมชัดลึก ได้ตรวจสอบพบว่า อ่างเก็บน้ำอย่างน้อย 3 อ่างฯ ที่มีปริมาตรน้ำในอ่าง เกินกว่าความจุ ซึ่งทั้ง 3 อ่างฯ ซึ่งน้ำที่ต้องระบายออกส่วนหนึ่งก็ต้องไหลไปลงแม่น้ำยม ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็ไหลลงที่เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ส.ค.63 ที่กรมชลประทานรายงาน ทั้ง 3 อ่างฯ นั้น พบว่า
โครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำปอง หมู่ที่ 1 บ้านบุญแจ่ม ตำบลบ้านน้ำเลา อำเภอร้องกวาง จ.แพร่ มีความจุ 6.760 ล้าน ลบ.ม. แต่ปัจจุบัน มีปริมาตรน้ำในอ่าง 6.931 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 102.53%
โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาย ตั้งอยู่ที่ บ้านสันกลาง หมู่ที่ 9 ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ มีความจุ 10.50 ล้าน ลบ.ม. แต่ปัจจุบัน มีปริมาตรน้ำในอ่าง 10.710 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 102 %
โครงการอ่างเก็บน้ำแม่มาน หมู่ที่ 11 บ้านท่อสมาน ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ มีความจุ 18.750 ล้าน ลบ.ม. แต่ปัจจุบัน มีปริมาตรน้ำในอ่าง 19.043 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101.56%
ขณะที่ สถานการณ์เขื่อนสิริกิติ์ ในวันนี้ (23 ส.ค.) พบว่า เขื่อนมีความจุ 9,510 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำในอ่าง 4,469 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46.99% ปริมาตรน้ำใช้การ 1,619 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลเข้า 218.71 ล้าน ลบ.ม. และน้ำระบายออก 0.87 ล้าน ลบ.ม.
ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า ตัวเลขน้ำไหลเข้า กับน้ำที่ระบายออกยังไม่น่าห่วงเท่าที่ควร แต่น้ำที่ไหลลงแม่น้ำยม จุดที่วิกฤตและสร้างผลกระทบกับประชาชนแล้ว ในพื้นที่ จ.สุโขทัย ซึ่งแม่น้ำสายนี้ไหลผ่านเมือง ผลกระทบทางเศรษฐกิจจึงกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งก็ต้องเตือนพี่น้องประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือด้วย
ข้อมูล กรมชลประทาน



