
รู้ลึกวันเฉลิม 'จรรยา' คุยทหาร
จรรยา ยิ้มประเสริฐ แดงลี้ภัยในยุโรปอ้างได้คุยกับ "นายทหารไทย" กรณีวันเฉลิมหายตัวไป
ก่อนหน้าการหายตัวไปของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมการเมืองชาวไทยที่ลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา ปรากฏว่า “แดงล้มระบอบ” ในยุโรป ได้เคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว: ชีวิตวันเฉลิม ในเงื้อมมือ 'ฮุนเซน'
“จรรยา ยิ้มประเสริฐ” นักสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ ได้ประสานกลุ่มเอ็นจีโอชาวเยอรมัน ปั่นกระแสต้านเผด็จการชนชั้นนำ
มีข้อน่าสังเกตุประการหนึ่ง บ่อยครั้ง “จรรยา” จะอ้างถึง “แหล่งข่าว” ในกัมพูชา และตัวจรรยาเองจะมีทัศนะเชิงลบต่อสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
เมืื่อปลายปีที่แล้ว สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านเขมรเตรียมแผนกลับพนมเปญ จรรยาก็อ้างรายงานข่าว กัมพูชากับไทย มีแผนแลกเปลี่ยนนักโทษการเมืองซึ่งกันและกัน ทำเอาคนไทยที่ลี้ภัยอยู่ในกัมพูชาปั่นป่วน
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2563 พลันที่มีข่าว “วันเฉลิม” หายตัวไป จรรยาได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “วันเฉลิมถูกจับตัวจากกลุ่มคนที่พูดภาษาเขมร และคาดว่าจะมีคนไทยร่วมอยู่ด้วย ไปจากที่หน้าคอนโดที่พักของเขา และมีการทุบศีรษะวันเฉลิม ก่อนนำตัวขึ้นรถไป มีการพยายามติดตามรถที่นำตัวเฉลิมมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย...”
จรรยาอ้างข้อมูล “แหล่งข่าว” ในเขมร และเธอยังโพสต์ “นามบัตรนายทหารไทย” คนหนึ่ง โดยอ้างว่า แหล่งข่าวส่งนามบัตรมาให้
วันที่ 6 มิ.ย.2563 จรรยาได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “เช้านี้จรรยา เลยตัดสินใจโทรหาพันเอก...ตามเบอร์ที่มีคนส่งนามบัตรมาให้ เพราะต้องการทราบจริงๆว่า ใครอุ้มวันเฉลิม”
นายทหารผู้ที่จรรยาโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องวันเฉลิมนั้น เป็นนายทหารฝ่ายประสานงานไทย-กัมพูชา(ตามชื่อและหน่วยงานในนามบัตร)
“พันเอก..พูดคุยด้วยอย่างมิตร บอกว่ามีคนโทรมาถามหลายคนอยู่เหมือนกัน..“ ซึ่งนายทหารคนนั้น บอกว่า ”ไม่รู้เรื่องปฏิบัติการอุ้มวันเฉลิมเลย ปฏิบัติการลับอะไรแบบนี้ ทหารที่มีตำแหน่งอย่างเปิดเผยจะไม่ได้รับแจ้งในเรื่องปฏิบัติการลับแบบนี้”
ข้อมูลของจรรยา ไม่มีหลักฐานเป็นคลิปเสียงว่า นายทหารคนนั้นพูดคุยกับจรรยาจริง นอกจากนามบัตรที่จรรยาอ้างว่า เป็นของนายทหารคนนั้น
จรรยาอาจจะปั้นเรื่องขึ้นมาก็ได้ เหมือนจะโยนบาปไปที่ทหารไทย เหมือนการเขียนลอยๆว่า รถคนร้ายนำตัววันเฉลิมมุ่งหน้าประเทศ
ครั้งหนึ่ง “จรรยา” โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นยาวเหยียด เรื่องนักการเมืองคนรุ่นใหม่เสนอประเด็น “พาผู้ลี้ภัยการเมืองกลับบ้าน” โดยไม่พูดที่ต้นตอปัญหาของการลี้ภัย นี่คือการหลงประเด็น
“แน่นอนชีวิตของผู้เลือกสู้อยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะพวกที่ไม่หยุดเคลื่อนไหว และไม่ได้เลือกอยู่ต่างประเทศเพื่อใช้ชีวิตโดยตั้งหลักปักฐานที่ต่างแดน มันลำบากกันมาก และก็ไม่อาจหลีกพ้นจากการข่มขู่คุกคาม และก็ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว...”
ดูเหมือน นักประชาธิปไตยจ๋าในเมืองไทยทั้งหลาย มองว่า ผู้ลี้ภัยคดี 112 เป็นแค่ “คนคิดต่างทางการเมือง” แต่จรรยากลับมองว่า ผู้ลี้ภัยเป็นนักต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง



