เจาะประเด็นร้อน

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รายงานพิเศษ เจาะประเด็นร้อน โดย ปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหาร เนชั่นทีวี 22

ผ่านมา 1 สัปดาห์เต็มๆ สำหรับข่าวใหญ่ทางการเมืองว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ งานนี้ทำเอาหลายคนกลายเป็น "ตำบลกระสุนตก" เริ่มจาก "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ตามข่าวบอกว่าสั่งให้นายอุตตม สาวนายน ลาออกจากหัวหน้าพรรค แล้วตัวเองจะเข้ามาเป็นแทน จนมีสื่อบางแขนงพาดหัวว่า "บิ๊กป้อมจ่อยึดพรรค"

 

ตามด้วย "สองเกลอ" อย่าง "เสี่ยเฮ้ง" สุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น "ทัพหน้า" ขับเคลื่อนงานล้มนายอุตตม จงใจปล่อย "ไลน์หลุด" เป็นข้อความ ส.ส.แสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ของหัวหน้าพรรคที่ปล่อยให้ ส.ส.ของพรรคโดดเดี่ยว ไม่อบอุ่น ไร้การดูแล

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

ข่าวยังถล่มต่อว่าสาเหตุที่ "สองเกลอ" ออกมาเดินงาน ก็เพื่อหวังเก้าอี้รัฐมนตรีในการปรับ ครม.ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังวิกฤติโควิด พร้อมมีการปล่อยโผ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ออกมา เน้นชื่อที่สังคมร้องยี้ เพื่อให้โดนกดดันหนักขึ้น

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

สุดท้ายประเด็นนี้กำลังกลับกลายเป็น "การเมืองเรื่องแย่งเก้าอี้" โดยที่ปัญหาขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ถูกให้ความสำคัญ

หากไล่เรียงย้อนกลับไปต้องบอกว่า ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐนั้นมีอยู่จริง และเคยมีความพยายามปรับโครงสร้างมาแล้วหลายครั้ง

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

1. ตั้งแต่หลังเลือกตั้ง มีข่าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเข้ามานั่งเป็นหัวหน้าพรรคเอง แต่แล้วข่าวก็เงียบหายไป

 

2. มีการส่ง "บิ๊กป้อม" เข้าไปแก้ไขปัญหาในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค หลังงานเลี้ยงก่อนการแถลงนโยบายเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ที่การ์มองเต้ รีสอร์ท วังน้ำเขียว ต่อมามีการตั้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น หรือ "เสี่ยเฮ้ง" เข้าไปเป็นประธาน ส.ส.

 

3. ปัญหาไม่ได้มีแค่การทำงานในรัฐบาล แต่ในสภาก็มีปัญหา องค์ประชุมล่มหลายครั้งจนต้องมีการเรียกประชุมคาดโทษและติวเข้ม โดย "บิ๊กป้อม" ต้องออกโรงเอง

 

ต่อมาก็มีข่าวเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ บรรยากาศคล้ายๆ ปัจจุบัน คือมี ส.ส.แสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ของนายสนธิรัตน์ และมีการจุดพลุเสนอ ส.ส.ที่มีบารมีสูงกว่า และดูแลเพื่อนสมาชิกได้ดี เข้าไปทำหน้าที่แทน เช่น นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท แต่แล้วข่าวก็เงียบหายไป กระทั่งล่าสุดที่มีข่าวเปลี่ยนหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคยกชุด

 

4. ที่พีคที่สุดและเป็นหลักฐานยืนยันว่าพรรคนี้มีปัญหาจริงๆ ก็คือการเปลี่ยนโลโก้พรรค จากรูปหกเหลี่ยม เป็นรูปวงกลม เพื่อแก้เคล็ดไม่ให้กลุ่มก๊วนต่างๆ ภายในพรรคขบเหลี่ยมหรือทิ่มแทงกันเอง

 

5. ที่ทำการใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ตรงข้ามศาลอาญา รัชดาภิเษก มีข่าวว่าเป็นอาคารของ นายสันติ พรัอมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวว่าจะมาเป็นเลขาธิการพรรค หาก "บิ๊กป้อม" ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค โดยมีข่าวว่า "บิ๊กป้อม" เตรียมห้องทำงานของตนเอง และของนายกฯเอาไว้ด้วย แสดงถึงความพร้อมในการเข้าไปทำหน้าที่

 

6. ความขัดแย้งระหว่างนายกฯกับ "บิ๊กป้อม" ไม่เป็นความจริง เพราะนายกฯรักและเคารพ "บิ๊กป้อม" มาก ในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาที่ดูแลกันมาตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ ขณะที่นายกฯก็เชื่อใจ เชื่อมือ "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" อย่างเต็มหัวใจ 

 

7. ข่าวโผครม.ที่ออกมา เป็นคนละเรื่องกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคเพื่อลดความขัดแย้ง แต่ถูกจับมาผูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน และยังมีการใส่ชื่อบางคนที่มีประวัติไม่ค่อยดี หรือไม่มีความเหมาะสมเข้าไป เพื่อดิสเครดิต ทำให้ ส.ส.ในพรรคบางส่วน และประชาชนที่ไม่ทราบข้อมูลตื้นลึกหนาบาง ออกมาคัดค้านการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่การปรับ ครม.ก็เป็นเรื่องหนึ่ง และยังไม่มีการปรับในช่วงเวลานี้ เนื่องจากรัฐบาลมีภารกิจต่อสู้กับโควิด-19

 

ส่วนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค หรือรื้อกรรมการบริหารพรรคยกชุด สามารถทำได้ทันที เพื่อให้พรรคมีความพร้อม เดินหน้าสู้ศึกการเมืองหลังหมดโควิด

หลังมีข่าวใหญ่มาตลอดสัปดาห์ นักข่าวไปถาม "บิ๊กป้อม" เจ้าตัวก็ยืนยันว่า "จบแล้ว" สอบถาม "เสี่ยเฮ้ง" ก็พูดแนวเดียวกันว่า "จบแล้ว ไม่มีอะไร" ขณะที่ "เสี่ยวิรัช" ออกแนวเด้งเชือก ไม่อยากพูดถึง

 

แต่คำถามคือจบจริงหรือไม่? ที่ว่าจบ หมายถึง นายอุตตม ได้เป็นหัวหน้าพรรคต่อไป หรือจบแบบเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค ก่อนเปิดสภาสมัยสามัญปลายเดือนพฤษภาคมนี้

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

หลายฝ่ายก็คาดการณ์กันไปต่างๆ นานา แต่สาเหตุที่เรื่องนี้ทำท่าจะยืดเยื้อ ก็เพราะยังไม่มีฝ่ายไหนกุมเสียงกรรมการบริหารพรรคได้อย่างเด็ดขาด

 

"ฝ่าย" ที่ว่านี้มี 2 ฝ่าย ก็คือ ฝ่ายบิ๊กป้อม กับ ฝ่ายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ยืนเป็นเงาทะมึนอยู่เบื้องหลังนายอุตตม พร้อมด้วยแกนนำกลุ่มสามมิตร

 

ขั้นตอนการจะเปลี่ยนหัวหน้าพรรค ถ้านายอุุตตมไม่ลาออก ก็ต้องโละกรรมการชุดเก่าออกก่อน เพื่อให้นายอุตตมสิ้นสภาพไปเอง ก่อนจะไปถึงขั้นประชุมใหญ่ ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่

 

แต่ปัญหาก็คือกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐตอนนี้มีอยู่ทั้งสิ้น 34 คน เป็นฝ่ายของ นายสมคิด 15 คน และฝ่ายบิ๊กป้อม 15 คน ส่วนอีก 4 คนคือคนในความดูแลของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้กองธรรมนัส เป็นมือทำงานให้ "บิ๊กป้อม" และนายกฯ โดยเฉพาะการเจรจาต่อรองกับพรรคเล็กให้จับมือกันร่วมรัฐบาล แต่ระยะหลังๆ มีคนแอบเห็นว่าชอบนัดพบปะพูดคุยกับนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ อยู่เนืองๆ

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

กลุ่มของผู้กองธรรมนัสในกรรมการบริหารพรรคจึงเป็น "ตัวแปรสำคัญ" หากเทคะแนนให้ฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็จะยึดพรรคได้ และกุมบังเหียนพลังประชารัฐต่อไป

ศึกพลังประชารัฐ "ธรรมนัส" เป้าใหม่ตำบลกระสุนตก

นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมเด็กในคาถาของผู้มากบารมีในพรรคอย่าง สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และอีกหลายๆ คน จึงออกมาถล่มผู้กองธรรมนัสรายวันในช่วงนี้ จนกลายเป็น "ตำบลกระสุนตก" คนใหม่

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด