
เผย "อุตตม" ไม่เซ็นลาออกหัวหน้า จับตา พปชร.รอวันแตก?
เจาะประเด็นร้อน โดย "ปกรณ์ พึ่งเนตร" บรรณาธิการบริหาร เนชั่นทีวี 22
กระแสการเปลี่ยนตัว หัวหน้าพรรค และทีมบริหารพรรคพลังประชารัฐ จริงๆ มีมาระยะหนึ่งแล้ว เดิมเคยมีข่าวว่า "บิ๊กตู่" มานั่งเป็นกุมบังเหียนเอง แต่ข่าวก็เงียบหายไป กระทั่งมามีข่าวใหม่ว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคน่าจะเป็น "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ - บิ๊กป้อม" ผู้มากบารมีตัวจริง
ข่าวนี้มาชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในงานตั้งศาลพระพรหม ณ ที่ทำการใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.63 ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานในพิธี โดยพรรคพลังประชารัฐย้ายที่ทำการใหม่ จากแถวๆ รัชโยธิน ข้ามมาอยู่ตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ติดกับตึกสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ก่อนถึงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว
งานวันนั้นค่อนข้างคึกคัก นี่เป็นภาพจากทีมข่าวของเราที่ดอดไปดูความเคลื่อนไหว และมีข่าวตั้งแต่วันนั้นว่า ได้มีการเจรจาให้ นายอุตตม ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยหากไม่ยอมออก รองหัวหน้าพรรคทั้งหมดจะลาออกเองเพื่อเป็นการกดดัน
ข่าวแจ้งว่าวันนั้น นายอุตตม ก็เดินทางไปร่วมพิธีตั้งศาลพระพรหมด้วย และมีการพูดคุยกันเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องการปรับโครงสร้างพรรค แต่นายอุตตมยังไม่เซ็นหนังสือลาออก บอกจะไปถามนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อน จากนั้นช่วงวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงวันนี้ จึงมีข่าวผ่านสื่อหลายแขนงว่านายอุตตมถูกบีบให้ลาออก และ "บิ๊กป้อม" เตรียมเข้าไปยึดพรรค
แต่แหล่งข่าวระดับสูงในพรรค บอกว่า สาเหตุที่ "บิ๊กป้อม" ต้องเข้ามา ก็เพื่อสยบปัญหาขัดแย้งภายในก่อนพรรคแตก และจะมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่หลังวิกฤติโควิดด้วย ซึ่งหากการเมืองพลิกผัน อาจต้องมีการเตรียมการเลือกตั้ง จึงต้องใช้ทีมการเมืองที่มีความเก๋าเกมเข้ามาทำงาน
สำหรับปัญหาขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐเคยมีมาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่มาจากปัญหาการเกลี่ยเก้าอี้รัฐมนตรีไม่ลงตัว จน "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องลงมาแทรกแซงด้วยตัวเอง ขณะที่ทีมบริหารพรรคต้องออกอาการเหวอกันไปหลายรอบ
เริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งรัฐบาลที่การ "ดีล" กับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย มีการยกขันหมาก ส่งเทียบเชิญไปโดยนายอุตตม และแกนนำกลุ่มสามมิตร เพื่อเจรจาเรื่องเก้าอี้ รมว.คมนาคม กับ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่จริงๆ แล้วแกนนำทั้ง 2 พรรค "ดีลตรง" กับผู้ใหญ่ในพรรค รวมทั้ง "บิ๊กป้อม" เรียบร้อยหมดแล้ว
ต่อมาเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้ว ก็มีข่าวพรรคเล็กและบางกลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐเคลื่อนไหวต่อรอง จนทำให้ "บิ๊กป้อม" ต้องก้าวเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ โดยเปิดตัวในงานเลี้ยงของพรรคที่วังน้ำเขียว เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว
แต่ปัญหาภายในพรรคก็ยังไม่จบง่าย จนมีข่าวเตรียมเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค โดยอาจให้ นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตรที่พลาดหวังจากเก้าอี้รัฐมนตรีมาเสียบแทน แต่แล้วก็เจรจากันได้ ทำให้ นายสนธิรัตน์ ได้นั่งเก้าอี้ต่อมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งมีข่าวเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคยกชุดในที่สุด



