คอลัมนิสต์

จารึก..โสภณ วาราชนนท์ นักสืบชั้นบรมครู

จารึก..โสภณ วาราชนนท์ นักสืบชั้นบรมครู

26 เม.ย. 2563

จารึก..พลตำรวจโทโสภณ วาราชนนท์ "นักสืบชั้นบรมครู" ผู้มากด้วยความรู้ ความสามารถ ที่หาตัวจับยากในแวดวงสีกากี

 “อาบน้ำร้อนมาก่อน...บางสิ่งบางอย่างที่คนรุ่นเก่ารู้แต่คนรุ่นใหม่ไม่รู้ ต้องถามหาความรู้ประสบการณ์จากคนรุ่นเก่าบ้าง จะเกิดความสมบูรณ์ขึ้น”

 นี่คือประโยคสุดท้าย ที่พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นานถึง 20 ปี มือสืบสวนสอบสวนผู้ทำคดีสำคัญมาแล้วมากมาย 

อ่านข่าว : ด่วน "พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์" ยิงตัวเองต่อหน้าหลานสาว

ชีวิตหลังเกษียณ พล.ต.ท.โสภณ เคยบอกเล่าผ่านสื่อว่า ตอนใกล้เกษียณไม่เคยคิดว่าจะทำอะไรต่อ เพียงแต่ อยากจะใช้ชีวิตให้สบายๆ ไปเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ เที่ยวจนอายุ 70 กระทั่งเลิกเที่ยวมาแล้ว 9 ปี อยู่แต่ที่บ้าน รับประทานอาหาร นั่งสมาธิ ติดตามข่าวสาร

และในฐานะที่ทำงานมามีคนรู้จักมากมาย ทำให้คนนั้นคนนี้มาเยี่ยมมาพูดคุยบ้าง เมื่อมาย้อนคิดกลับไปก็ไม่อยากว่างเสียทีเดียว อยากหาอะไรทำบ้าง อยากมีอะไรไว้ยึดเหนี่ยวบ้าง แต่ต้องไม่หนักจนเกินไป

จุดนี้ทำให้บางเวลาก็รู้สึกเหงาๆ เหมือนกัน รู้สึกเวิ้งว้าง คิดว่าจะยังอยู่ไปเพื่ออะไร จะไปเสียเลยดีหรือไม่? ก็เคยผ่านช่วงความคิดแบบนั้นมาเช่นกัน

แต่โชคดีที่ชีวิตนี้มีภรรยาที่อารมณ์ดี มีความสามารถจัดหาอาหารได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งการดำรงชีวิตในช่วงที่มีอายุมากเช่นนี้ เรื่องอาหารการกินถือเป็นเรื่องสำคัญมาก สุขภาพจะดี อยู่ที่การดูแลการกินอยู่

พล.ต.ท.โสภณ เล่าว่า ก่อนเกษียณก็เตรียมใจพร้อมและยอมรับสภาพความเป็นจริง ในสัจธรรมที่ว่าเกษียณไปจะไม่มีคนรายล้อม ไม่มีลูกน้องมาหา ไม่มีคนเข้าพบคับคั่งอย่างในอดีตที่มีตำแหน่ง

จุดนี้ตัดใจได้นานแล้วตั้งแต่วินาทีที่ขึ้นไปเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ หลังเป็น ผบช.น. มา 3 ปี และมีภาวะความเครียดจากเรื่องงานมาก

ที่สำคัญทุกวันนี้เวลาไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็เข้าคิวเหมือนคนปกติทั่วไป คือไปตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษใดๆ คนที่โรงพยาบาลก็อ่านชื่อ พล.ต.ท.โสภณ คิวต่อไป เชิญตรวจเชิญวัด ก็รู้สึกธรรมดา พอพ้นตำแหน่ง ผบช.น. ก็ทำใจได้ ดีที่เตรียมสภาพจิตใจพร้อมมานานแล้ว

ส่วนลูกน้องที่เคยช่วยๆ ไว้ ชาวบ้านที่เคยช่วยเหลือดูแล เขาจะคิดถึงเราหรือไม่ เป็นเรื่องของเขา แต่เราจะไม่ไปรำลึกสำนึกบุญคุณอะไรทั้งสิ้น

ในฐานะนักสืบชั้นครู พล.ต.ท.โสภณ เคยเล่าวว่า คนที่เป็นพนักงานสอบสวนมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง และเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เป็นหน้างานที่มีความเครียดและกดดันสูง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมตำรวจนั้นอยู่ที่ “คน” ถ้า “คนดี” เวลามีปัญหาอะไรก็แก้ไขได้หมด 

"ผู้ที่มีหน้าที่บริหารและผู้ที่มีอำนาจ อาจไม่เข้าใจและอาจทำให้งานของตำรวจมีปัญหา ฉะนั้น คนมีอำนาจเหล่านี้ต้องเรียกจิตสำนึกกลับคืนมา ถึงเวลาจะต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะมีก๊กแบ่งพวกหรือไม่ ต้องสามัคคีกันพร้อมมองว่าตำรวจชั้นผู้น้อย ตัวเล็กๆ เด็กๆ ยังสร้างปัญหาไม่ได้มากเท่ากับผู้ใหญ่ผู้ที่มีอำนาจ

เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการจากตำรวจ คือการปกป้องคุ้มครองดูแลไม่ให้เดือดร้อน หรืออยากให้ดูแล-สนใจ ให้ความเป็นธรรม เมื่อเขาได้รับความเดือดร้อน เพราะจริงๆ ในองค์กรตำรวจเอง ก็มีนายตำรวจที่มีเจตนาดีอยู่ไม่น้อย” พล.ต.ท.โสภณ กล่าว

ผลงานเลื่องชื่อของนักสืบชั้นบรมครู ที่โลกต้องจดจำ  พล.ต.ท.โสภณ พลิกบทบาทเป็นครู อาจารย์ เป็นได้ผู้ริเริ่มหลักสูตรนักสืบ เกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดจากตำรวจรุ่นพี่สู่รุ่นน้องอย่างกว้างขวาง

อีกทั้งยังมีตำรวจนักสืบอีกเป็นจำนวนมาก ที่ยืด พล.ต.ท.โสภณ เป็นสุดยอดต้นแบบของนักสืบ และนำเอาวิชาของ พล.ต.ท.โสภณ มาใช้เขาคือ พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม นักสืบเลื่องชื่ออีกคนของวงการตำรวจไทย

ข่าวความเคลื่อนไหวของนักสืบมือหนึ่งของไทย เงียบหายไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563  พลตำรวจโท โสภณ  ซึ่งมีปัญหาสุขภาพ เพิ่งผ่าตัดหัวเข่ามา เจ้าตัวเคยบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่  และวันเกิดเหตุหลานสาวออกมาพาขับรถเล่นนอกบ้าน กระทั่งถึงช่วงท้ายซอยเอกมัย 10 เจ้าตัวก็ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วย ยิงเข้าที่แก้ม  ขหลานสาวพยายามแย่งปืน และขับรถพานำส่งโรงพยาบาลสุขุมวิท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2563 อาการของ พลตำรวจโท โสภณ  อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ อดีตผบช.น.20 ปี นักสืบชั้นบรมครู ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้

 0 กมลทิพย์  ใบเงิน 0 เรียบเรียง