คอลัมนิสต์

"สิทธิหญิงไทย"...สอบตก "F" เข้าไม่ถึงเงินยุติธรรม

"สิทธิหญิงไทย"...สอบตก "F" เข้าไม่ถึงเงินยุติธรรม

05 มี.ค. 2563

โดยทีมรายงานพิเศษ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก


 

 

                                   ร้อยกว่าปีมาแล้วที่ผู้หญิงพยายามร้องขอ “สิทธิ” ในฐานะมนุษย์อย่างเท่าเทียม มีการกำหนดให้ “8 มีนาคม” ของทุกปีเป็นวันสตรีสากล “International Women's Day” รัฐบาลไทยที่ผ่านมาพยายามผลักดันให้เกิด “สิทธิมนุษยชน” หลายด้าน สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้าง...แต่รัฐบาลยุค 4.0 นั้น กำลังโดนให้คะแนน “สอบตก” !

 


                                  วันที่ 4  มีนาคม 2563  ตัวแทนเครือข่ายนักสิทธิสตรีจัดเวทีแถลงข่าวหัวข้อ “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯตัดเกรดรัฐไทยอยู่หรือไปในมาตรฐานโลกด้านการปกป้องสิทธิผู้หญิง” หลังจากปี 2560  ที่กรรมการอนุสัญญาการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือ “ซีดอว์” (CEDAW) เสนอให้รัฐบาลไทยใช้มาตราการจริงจัง “คุ้มครองผู้หญิงที่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิมนุษยชน” เนื่องจากที่ผ่านมาพวกเธอถูกข่มขู่ คุกคามและเมิดสิทธิอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ข่มขู่ทางวาจา แต่ช่วง 6 ปีที่ผ่านมานี้ มีการใช้ความรุนแรงทางร่างกายและการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งฟ้องร้องคดีมากถึง 440  ราย       

 

                                  ในเวทีข้างต้น ได้นำเสนอ “ผลการประเมินรัฐบาลไทย” โดยตัวแทนผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ 15 เครือข่าย ร่วมกันให้คะแนนใน 8 ประเด็นสิทธิสำคัญของผู้หญิง

 

 

 

                                   “ปรานม สมวงศ์” ตัวแทนองค์กรโพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้ว รัฐบาลไทยรับปากว่าจะปรับปรุง “สิทธิผู้หญิง” ต่อหน้าคณะกรรมการซีดอว์ที่กรุงเจนีวา แต่ในวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า พวกเราจึงต้องประเมินให้คะแนนเองใน “สิทธิ” สำคัญ 8 ด้านว่า รัฐไทยสอบผ่านหรือสอบตก โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 เกรด “เกรด เอ” คือปฏิบัติตามอนุสัญญาฯอย่างน่าพึงพอใจ “เกรด บี” พอสมควร “เกรด ซี” ต้องปรับปรุง “เกรด ดี”ต้องปรับปรุงอย่างยิ่ง และ “เกรด เอฟ” (F) ไม่ทำตามข้อเสนอแนะ หรือ ละเมิดอนุสัญญาฯ

 

                                  โดยข้อเสนอ 8 ประเด็นสำคัญนั้นได้ “คะแนน เอฟ” หรือสอบตก  6 ประเด็นดังนี้  1 การเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยา 2 ประสิทธิภาพและความเป็นอิสระของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 3 ผู้หญิง สันติภาพและความมั่นคง 4 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 5 ผู้หญิงชนบท 6 ความยากจน ส่วนอีก 2 ประเด็นได้ “เกรดดีลบ” หรือ สมควรต้องปรับปรุงอย่างยิ่ง คือ 7 กรอบแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และ 8 การแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณี

 

 

 

                                  ที่น่าสนใจคือ “กองทุนยุติธรรม” ที่รัฐบาลบิ๊กตู่พยายามโปรโมทไปทั่วโลกว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ เพื่อลดช่องว่างและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยนั้น ในแต่ละปีมีเงินช่วยเหลือให้กองทุนนี้ปีละ 800 ล้านบาทนั้น ปรากฏว่าได้คะแนนสอบตก เพราะความซับซ้อนยุ่งยากของระเบียบกองทุนฯ มีอุปสรรคและข้ออ้างมากมายทำให้เหยื่อความอยุติธรรมไม่สามารถเข้าถึงกองทุนได้ทุกคน ตัวอย่างจาก “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิจากชุมชน” โดนฟ้องร้อง 440 คนนั้น มีเพียง 25 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนนี้ นั่นคือเหตุผลที่ “สอบตก”

           

                                  ทั้งนี้สำหรับ “หญิงชาวบ้าน” ทั่วไปนั้น สิ่งที่ทำให้พวกเธอรู้สึกคับแค้นทุกข์ทรมานสุดคือ การถูกกีดกันจากผืนดินเกิดของตัวเอง หรือการกระทำที่บีบบังคับให้ “ผู้หญิง” อยู่ในสภาพไร้สิทธิ-ไร้เสียง ไม่มีส่วนร่วมบริหารจัดการ “สิทธิในที่ดิน – ทรัพยากรธรรมชาติ” ของชุมชนที่ตัวเองอาศัยอยู่ !

 

         

"สิทธิหญิงไทย"...สอบตก "F" เข้าไม่ถึงเงินยุติธรรม

 

 

                                  “ชูศรี โอฬาร์กิจ” ตัวแทนจาก “สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้” พื้นที่สุราษฎร์ธานี เปิดเผยความรู้สึกให้ “คมชัดลึก” ฟังว่า กลุ่มตัวเองเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านที่อยากเรียกร้องความยุติธรรมใน “ปัญหาที่ดินทำกิน” และ “ปัญหาการทวงคืนผืนป่า” ช่วงรัฐประหารปี 2557 มีสมาชิกหลายคนถูกเรียกไป “รายงานตัว” ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในนั้น

           

                                  แม้เคยถูกข่มขู่จากนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นหลายครั้ง แต่ชาวบ้านไม่ยอมแพ้ ช่วยกันเรียกร้องสิทธิต่อไป จนกระทั่งมีสมาชิกในกลุ่มไม่ต่ำกว่า 4 คน ถูกยิงเสียชีวิตโดยไม่สามารถจับตัวผู้ทำผิดมาลงโทษได้ แต่ “ชูศรี” ก็ไม่หวั่นไหว ประกาศขอต่อสู้อย่างสันติต่อไป  

 

 

"สิทธิหญิงไทย"...สอบตก "F" เข้าไม่ถึงเงินยุติธรรม

 

 

                                   “สิ่งที่พวกเราอยากทำคือ ทวงคืนผืนป่า เราต้องการให้มีโฉนดชุมชนเป็นผืนดินส่วนกลาง ชาวบ้านมาร่วมกันทำประโยชน์ แต่รัฐไม่สนใจ เราให้รัฐสอบตก เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่มีที่ทำกิน ถูกขับไล่ออกจากผืนดินของตัวเอง เอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือพวกทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ หญิงชาวบ้านถูกกดทับ ถูกละเมิดสิทธิมาตลอด ตอนนี้ผู้หญิงในหมู่บ้านเริ่มเข้าใจกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของพวกเรามากขึ้น อยากเข้ามามีส่วนร่วม ตรงนี้คือสิ่งที่แตกต่างจากสิบปีที่แล้ว สิ่งที่พวกเราอยากชวนให้ทำต่อไปนี้คือ ผู้หญิงควรเข้าไปมีส่วนร่วมเลือกตั้งท้องถิ่น เชื่อว่าถ้าเริ่มจากเข้าไปทำงานใน อบต. อบจ. จะได้ผลมากขึ้น ต้องเริ่มจากออกกฎระเบียบต่าง ๆ ช่วยแก้ปัญหาความยากจน ที่ดินทำกินในท้องถิ่น จากนั้นก็ขับเคลื่อนไปแก้ไขกฎหมายสำคัญหรือรัฐธรรมนูญ ทวงคืนสิทธิและความยุติธรรมให้ชาวบ้าน” ชูศรี กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

 

 

"สิทธิหญิงไทย"...สอบตก "F" เข้าไม่ถึงเงินยุติธรรม

 

 

                                  สำหรับการให้คะแนนทั้ง 8 ประเด็นนั้น เรื่องที่รัฐบาลควรอายมากสุด คือ การให้คะแนนเอฟ สอบตกกับ “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ”  (กสม.) เพราะยังทำงานไม่ชัดเจน ขาดความโปร่งใส กระบวนการสรรหาและแต่งตั้ง “กสม.”ไม่ได้คำนึงถึงการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม” ให้มาทำหน้าที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนของคนไทยอย่างแท้จริง

 

                                   เป็นเรื่องน่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง เมื่อรับรู้ว่า “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ”  ซึ่งเคยเป็นองค์กรช่วยเหลือชาวบ้านจนมีชื่อเสียงโด่งดังได้รับการยอมรับจากนานาชาติเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว กลายเป็น “องค์กรปัญหาหรือตัวถ่วง” โดนโจมตีว่า “ใช้อำนาจปกป้องรัฐบาล มากกว่า ปกป้องสิทธิมนุษยชน”

 

                                  หากรัฐบาลไทยยุค 4.0 อยากส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่าง “จริงจัง” คงต้องเริ่มจากแสดงความ “จริงใจ” ในการปฎิรูป “กรรมการสิทธิฯ”  !