คอลัมนิสต์

หมอกควันไฟป่า...

หมอกควันไฟป่า...

07 มี.ค. 2552

 ถึงหน้าร้อนฤดูแล้งในระยะหลังมานี้ ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องหมอกควันไฟป่าอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ในภาคเหนือ
 มีรายงานล่าสุดว่าคนใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา และตาก กำลังเผชิญ ปัญหามลภาวะทางอากาศมากกว่าในพื้นที่ใด ในบางจังหวัดบางวันหมอกควันกลบเมืองแทบจะมองไม่เห็นหน้ากัน
 ในจังหวัดดังกล่าวนี้จากการสำรวจ พบว่ามีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างหมอกควันที่ว่านี้ สูงเกินกว่ามาตรฐานมาก ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพชีวิตคนมานานหลายปีแล้ว แต่ยังหาทางป้องกันหรือแก้ไขไม่สำเร็จ
 ถ้าหากว่ายังไม่ลืมกันเมื่อปี พ.ศ.2550 คนเชียงใหม่ต้องเดินเอาผ้าคาดปากจมูกกันอยู่ระยะหนึ่งเกือบทั้งเมืองก็ว่าได้ และปีนี้ก็น่ากลัวว่าจะซ้ำรอยเดิมอีก
 จากการแถลงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่า สาเหตุใหญ่เนื่องมาจากคนเผาป่ากันมากในหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาตอซังข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว รวมทั้งการเผาขยะวัสดุอีกมากตามบ้านเรือนต่างๆ จึงทำให้เกิดอากาศเป็นพิษขึ้น
 การเผาอะไรก็ตามที่กระทำในพื้นที่โล่งแจ้งจะทำให้หมอกควันของไฟแพร่กระจายไปไกลนับเป็นสิบๆ กิโลเมตร และยิ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนืออยู่ในหุบเขาทำให้เกิดสภาพอากาศปิด ก็ยิ่งเป็นอันตรายหนักต่อผู้อยู่อาศัย
 จากรายงานจึงพบว่า นอกจากผู้อยู่ในพื้นที่จะป่วยเป็นโรคตาแดง โรคระบบทางเดินหายใจกันมากในแต่ละปีแล้ว ที่มีแนวโน้มน่ากลัวก็ได้แก่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด
 พบว่าคนเชียงใหม่เป็นโรคมะเร็งปอดกันมากถึงปีละ 500 คน
 ปัญหาหมอกควันไฟอันทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศนี้ จึงเป็นเรื่องควรที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขและป้องกันเป็นการด่วนเพื่อสุขภาพอนามัยแก่คนเหนือ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องตกอยู่ในพื้นที่อันตรายดังกล่าวนี้
 ผมจำได้ว่าเมื่อ 4-5 ปีก่อน มูลนิธิโลกสีเขียวทำรายงานออกมาเตือนถึงภัยอันตรายเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศภายในเมืองเชียงใหม่นี้ ว่าการที่เมืองเชียงใหม่ตั้งอยู่ในแอ่งที่มีภูเขาล้อมรอบนั้น ทำให้คนเชียงใหม่ตกอยู่ในสภาพคล้ายกับ "ภาวะกบต้มสุก"
 คือค่อยๆ ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมของอากาศเลวร้ายอยู่เป็นเวลานาน โดยที่ไม่รู้ตัว
 ปัญหามลภาวะทางอากาศในพื้นที่อันตรายของภาคเหนือทุกส่วนต่อไปนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีหน้าที่โดยตรง รีบร่วมมืออย่างจริงจังกับทุกองค์กรในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและหาทางป้องกันอย่างเป็นระบบ
 ไม่ใช่เกิดปัญหาทีก็ตื่นตัวกันที อย่างนั้นจะมีกระทรวงนี้ไว้ทำอะไรเล่าครับ