
ศึกเสือหิว หมาโหย
พวกผู้แทนฯ รับบททาสน้ำเลี้ยงนายใหญ่ในสภาออกอาการกระดี๊กระด๊ากับญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเด็กมาร์ค คุยโขมงโฉงเฉงว่ามีหลักฐานเด็ด จะไล่ต้อน "เด็กกรณ์" ให้จนมุมคาสภานั่นเลย
เรื่องขี้คุย ทำงานแลกเงินยังชีพ ไม่เห็นหัวประชาชนนั้น เป็นเอกลักษณ์เด่นสำหรับผู้แทนฯ บางกลุ่ม แต่ละวันนั่งคิดหาทางใช้ลวดลายป่วนรัฐบาล ไม่ให้ทำงานโดยสะดวก ถ้ามีผลงานดี เข้าตาเจ้านาย นั่นหมายถึงรายได้พิเศษ
ไม่ต้องคิดว่าจะรับใช้ประชาชน สร้างผลประโยชน์ให้บ้านเมือง !
ความรักชาติของ ส.ส. ผู้แทนเหล่านี้คือการจ้องล้มรัฐบาลฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้พวกตัวเองได้เป็นใหญ่ กุมอำนาจรัฐ ไม่ได้ดูสารรูปตัวเองว่าเหมาะสม มีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง ชาวบ้านชื่นชมยินดีหรือไม่
พวกที่ร้องเอะอะมะเทิ่งขณะนี้ล้วนเป็นซาก กากเดน ตกค้าง หลังจากการสั่งยุบพรรคการเมืองโดยตุลาการรัฐธรรมนูญ เพราะมีพฤติกรรมชั่วร้าย ทำตัวเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงต่อการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
การเมืองไทยคือการจองล้างจองผลาญระหว่างกลุ่มนักการเมืองเพื่อหาโอกาสได้เป็นใหญ่ ใช้กลไก อำนาจรัฐเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน
พฤติกรรมเหลือเดน ไร้ยางอาย คือการจ้องหาเรื่อง ขอนับองค์ประชุมเพื่อป่วน โดยอ้างว่า ส.ส. ซีกรัฐบาลในห้องประชุมมีไม่ครบ
ถ้าพวกตัวเองอยู่ในสภา เว้นแต่พวกไปขี้ไปเยี่ยว หรือไปเบิกเงินค่ายกมือจากนายเงิน คงไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม และประเด็นนี้ถูกมองว่าเป็นยุทธวิธีในการสร้างความปั่นป่วน แถมเสี้ยมให้ ส.ส. รัฐบาลระแวงพวกเดียวกัน
การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เน้นตัวบุคคลคราวนี้ ไม่คำนึงว่าจะมีหลักฐานแน่นหนา เรื่องมีสาระ หรือถ้าปล่อยไว้ทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างไร
ยิ่งอ้างว่าจะเปิดโปงเรื่องกิ๊ก ก็ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าจะเป็นการเล่นน้ำลาย ลีลาสำนวนโวหาร ร้องโหวกเหวกโวยวาย ให้เจ้านายได้ละลายแค้น
ฝ่ายค้านผสมแค้นยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่มีเอกภาพ พวกเดียวกันยังไม่เอาด้วย เพราะรู้ไส้เน่าว่ามีกี่ขด และทำไปโดยหวังอะไรตอบแทน
ดูลักษณะบุคคลรับเป็นหัวหอก และอาสาเป็นนายกฯ แทนเด็กมาร์ค เปรียบเทียบกันแล้ว ทำให้สงสารประเทศชาติซึ่งกำลังไปได้ดีบนเวทีโลก เด็กมาร์คได้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาคมนานาชาติ ว่าประเทศไทยไปรอดแน่ๆ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังเล่นงานสหรัฐ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น จนซวดเซ
ฝ่ายค้านผสมแค้นให้เสนอ “สิงห์เหลิม” เป็นนายกฯ ถ้าสามารถล้มรัฐบาลเด็กมาร์คได้สำเร็จ ถึงทำไม่ได้ ก็ขออย่าให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ เพราะนายเงินได้พูดเชิงหมิ่นเด็กมาร์ค เด็กกรณ์ว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้
ถ้าล้มไม่ได้ ฝ่ายค้านผสมแค้นก็จะประสานกับมวลชนเสื้อแดงเดินหน้าป่วน เช่น ไล่จี้ติดรัฐมนตรีเวลาไปตรวจงานต่างจังหวัด เอาตีนตบ วัสดุบูชาของกลุ่มไปเป็นอาวุธโห่ร้องขับไล่ ดังนั้นการชุมนุมของพวกบูชาตีนตบจะมีเป็นระยะๆ ถ้าใช้กำลัง ออกแนวโหดได้ ก็จะทำ เหมือนการรุมซ้อมทหาร ทุบตำรวจ
มวลชนในลัทธิบูชาตีนแดง จะเพิ่มความเข้มข้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำเลี้ยงว่าไหลคล่อง หรือกะปริบกะปรอย นักการเมืองบางพวกซึ่งเคยรับจ้างถือกระเป๋าคุณนายเอาไปให้นายเงินในต่างประเทศ เริ่มกระเป๋าแห้งแล้ว
พวกบูชาตีนแดงต้องระวังเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้มีม็อบเสื้อน้ำเงินแจ้งเกิดแล้ว เป็นสีใหม่ จากมันสมองของ “เนรคุลิมาล” ซึ่งยอมหักหลังเจ้านายเงิน
"โธ่ ! จะให้ผมรบกับทหาร ตำรวจ หรือป๋า ผมก็ทำได้ ถ้าจะให้ผมรบกับสถาบัน ผมทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น ทางใคร ทางมันก็แล้วกัน"
ต่อจากนี้ จะไม่มีแดงชนแดง พวกแดงของ “เนรคุลิมาล” อันเป็นกลุ่มดั้งเดิมนั้น จะเป็นมวลชนสีน้ำเงิน มีน้ำเลี้ยงสม่ำเสมอ อำนาจรัฐหนุนหลังผ่านกระทรวงมหาดไทย และนายตำรวจใหญ่ในบางภาค ซึ่งได้ดีเพราะหัวหน้า
พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการตอกย้ำว่าเส้นทางของ “เนรคุลิมาล” และคนลี้ภัยหนีโทษจำคุก คงไม่มีโอกาสมาบรรจบกัน คนเคยเป็นหางหมา และกลายมาเป็นหัวราชสีห์ ย่อมไม่ต้องการกลับไปเป็นหางหมาติดรูก้นเหมือนแต่ก่อน
ตอนนี้เรามีมวลชนเสื้อเหลือง เสื้อแดง ริบบิ้นสีขาว และสีน้ำเงิน ต่อไปใครจะจัดตั้งมวลชนต้องมีสีเป็นสัญลักษณ์ ไม่อย่างนั้นถือว่าผิดธรรมเนียม
น่าเสียดาย กลุ่มริบบิ้นสีขาวนั้นไม่รู้ว่าอยู่ไหน หลังจากแจ้งเกิด อยู่เป็นข่าวได้ไม่กี่วัน คงเป็นเพราะขาดน้ำเลี้ยงอย่างร้ายแรง ทนต่อการทำงานโดยปราศจากผลตอบแทนไม่ได้ หรือสังคมมองว่าเป็นการอยากดัง สร้างภาพมั้ง !
ชาวบ้านต้องติดตามดูว่าระหว่างมวลชนเสื้อแดงกับน้ำเงินนั้น ฝ่ายใดจะมีมากกว่า มวลชนเสื้อเหลืองนั้นมีพลังขยายตัวสู่ทุกภาค รุกคืบเข้าสู่ภาคอีสานและภาคเหนือ เปิดโอกาสให้แกนนำพวกบูชาตีนแดงเบิกเงินก้อนใหม่ได้คล่อง
ขบวนการหลอกเอาเงินจากกระเป๋าคนลี้ภัย หนีคุก ต้องคิดแผนให้ใหม่ สดเสมอ ถ้าน้ำเลี้ยงขาดช่วงนานๆ การประสานงานปั่นม็อบจะยากนิ ! อิอิอิ !!!



