
ต้องปฏิรูปตำรวจ อัยการ
สังคมไทยได้รับรู้ถึงบทบาทของกระบวนการยุติธรรม และได้ชื่นชมกับ ตุลาการภิวัตน์ ซึ่งได้มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาในบ้านเมือง โดยเฉพาะการละเมิดกฎหมายโดยบุคคลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง นับเป็นความก้าวหน้าในระบบ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าความยุติธรรมยัง
แต่กระบวนการยุติธรรมนั้นมีอย่างน้อย 3 ระดับ เริ่มต้นด้วยผู้รักษากฎหมายคือ ตำรวจ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการจับกุม สอบสวน ดำเนินคดี และมีอำนาจมากในการกำหนดว่าจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาหรือไม่ นอกเหนือจากคำครหาว่ามีพฤติกรรมทำสำนวนให้อ่อน เพื่อให้ผู้ต้องหาได้รอดจากโทษอาญา
นอกจากตำรวจบางกลุ่มอิงผลประโยชน์หรืออำนาจการเมืองทำสำนวนอ่อน บิดเบือนรูปคดี หรือสั่งไม่ฟ้อง เป็นการตัดตอนแล้ว ยังมีชั้นอัยการซึ่งต้องอาศัยสำนวนจากตำรวจพนักงานสอบสวน ว่าสมควรสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาหรือไม่ ในกรณีที่ผู้ต้องหามีอิทธิพล ฐานะการเงินมั่งคั่ง มีเส้นสายดี โอกาสที่อัยการจะได้รับแรงกดดันให้โอนอ่อนผ่อนตามนั้นมีมาก เว้นแต่จะมีบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ดำรงความยุติธรรม และยึดมั่นในหลักการที่ว่าผู้กระทำผิดกฎหมายต้องได้รับโทษ
ในอดีต คำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ต้องหานั้นได้เกิดขึ้นในระดับตำรวจและอัยการ ถ้าอยู่เพียงระดับตำรวจ เรื่องจะจบเร็ว แต่ถ้าถึงขั้นอัยการสั่งไม่ฟ้อง หัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจมีความเห็นแย้ง ทำให้คดีถูกนำขึ้นศาล แต่ถ้าคดีไม่ถึงศาล ความยุติธรรมอาจจำเป็นต้อง “ยุติ” เพราะอำนาจ อิทธิพลของอะไรก็สุดแล้วแต่ และมีหลายกรณีซึ่งผู้เสียหายเป็นโจทก์นำคดีฟ้องเอง และผลสุดท้ายผู้ต้องหาได้เป็นจำเลย ถูกศาลสั่งจำคุก หรือประหารชีวิต ก็มี
ทุกยุคที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กระบวนการยุติธรรมระดับตำรวจและอัยการจึงมีคำครหาเรื่องความไม่โปร่งใสต่างๆ เช่น การ “เป่าคดี” ในชั้นสอบสวน ทำสำนวนอ่อน หรือการสั่งไม่ฟ้องในระดับอัยการ ทั้งๆ ที่เป็นการค้านต่อสามัญสำนึก และเป็นกรณีถกเถียงกันในกลุ่มนักกฎหมายสร้างความเคลือบแคลงใจให้ประชาชนว่าถ้าตนเองต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแล้ว จะลงเอยอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มที่เสียหายจากพฤติกรรมของผู้มีอิทธิพล
รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ กำลังได้รับรู้พฤติกรรมของบุคคลในกระบวนการยุติธรรมในคดีซึ่งเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง รวมทั้งคดีพัวพันนักการเมืองระดับอดีตผู้นำประเทศ และรัฐมนตรี ซึ่งกำลังถูกฟ้องยกชุด ล่าสุดมีคำพูดเกี่ยง โยนกลองกันระหว่างตำรวจและอัยการในเรื่องการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอามาลงโทษ ทำให้เห็นได้ว่าผู้รักษากฎหมายยังยำเกรงผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเปิดเผย ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องหาหนทางปฏิรูปองค์กรตำรวจและอัยการ วางรากฐานใหม่ หากพลาดโอกาสนี้จะเป็นที่น่าเสียดาย บ้านเมืองจะต้องเผชิญกับความไม่เที่ยงธรรมตลอดไป



