คอลัมนิสต์

'โทรโข่ง รบ.' ฝันเก้าอี้ใหญ่ ต้องใช้ผลงาน 

'โทรโข่ง รบ.' ฝันเก้าอี้ใหญ่ ต้องใช้ผลงาน 

01 ก.พ. 2563

ในยุคข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลผ่านโซเชียลฯทุกวินาที ในทางการเมืองจำเป็นที่จะต้องชี้แจง ตอบโต้ อย่างทันท่วงที การเอาแต่ 'ตั้งรับ' มีหวังภาพรวมรัฐบาลเละจนกู่ไม่กลับ

       'งานประชาสัมพันธ์รัฐบาล'ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายในทุกบริบทการเมือง

       ยิ่งในยุคนี้ที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลผ่านโซเชียลมีเดียทุกวินาที แม้จะมี'เฟกนิวส์'ปะปนมาแบบไม่ลืมหูลืมตาก็ตาม ก็ยิ่งทำให้การทำงานของ 'โฆษกรัฐบาล'ยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

         ยังไม่นับการรับมือฝ่ายตรงข้ามทางเมือง ที่มีกลยุทธ์การสื่อสาร รู้จักใช้สื่อเก่า สื่อใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพนำรัฐบาลหลายขุม สามารถต้อนรัฐบาลเข้ามุมได้ก็บ่อยครั้ง

      ต่างจากคนฝ่ายรัฐบาลที่ทำหน้าที่เป็น "โทรโข่ง" กลับเลือกกลยุทธ์รับในที่ตั้ง 

       ด้วยเหตุผลว่า "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีนโยบายไม่ต้องการให้ตอบโต้โจมตี 

      แต่ในทางการเมือง บางครั้งก็จำเป็นต้องเหาะเกินลงกาบ้าง จำเป็นต้องชี้แจง ตอบโต้บ้าง อย่างทันท่วงที การเลือกความสงบสยบความเคลื่อนไหว คงไม่ได้ผล

     ต้องไม่ลืมว่า “ตำแหน่งโฆษกรัฐบาล” เปรียบเสมือนเกราะอ่อนหรือปืนกระสุนยางของ “นายกรัฐมนตรี” มีหน้าที่คอยปกป้องเมื่อ “รัฐบาล” หรือ “นายกฯ” ถูกเจาะยาง และสวนกลับฝ่ายตรงข้ามแบบสมน้ำสมเนื้อ

     คนเป็น "โฆษกฯ" จึงต้องพร้อมรับทั้งดอกไม้ และก้อนอิฐ ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะอยู่ตรงไหน ย่อมมีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบ การมัวแต่รอรับดอกไม้อยู่อย่างเดียว มีหวังภาพรวมรัฐบาลเละจนกู่ไม่กลับ

      ในปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือหรือช่องทางการสื่อสารสะดวกง่ายดาย ที่เหลือก็อยู่ที่"ไอเดีย"หรือ"กลยุทธ์"ที่จะนำเสนอออกไปเท่านั้น ว่าเฉียบคม เข้าเป้าหรือไม่อย่างไร

        นอกจากตัวคนที่เป็น "โฆษกฯ" แล้ว ทีมงานเบื้องหลังที่เป็นงานการเมือง รู้แทคติกสื่อสาร ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยคิด ช่วงวางแผน วางประเด็น โดยเฉพาะสำหรับคนเป็นโฆษกฯ ที่ใหม่ในทางการเมืองด้วยแล้ว จำเป็นต้องมี"แบ็กอัพ"จะช่วยทำให้ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น รู้ว่าตอนไหนต้องหนักหรือเบา พูดง่ายๆ ว่ารู้สถานการณ์ไหนต้องทำอะไร อย่างไร แค่ไหน  แต่ถ้าเลือกเดินเดี่ยวๆ ก็คงไม่ต้องบอกว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร 

       นอกจากนั้น หากคนในตำแหน่งตรงนี้ มีสมาธิและโฟกัสกับเนื้องานอย่างจริงจัง ไม่หลงในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ อะไรๆ จะเข้ารูปเข้ารอยมากกว่านี้ 

        การอยู่ท่ามกลางข้อมูลภาครัฐ การขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชน หากบริหารจัดการในส่วนนี้ดีๆ รู้ว่าอะไรเป็นประเด็นข่าว สามารถกระพือต่อยอดให้รับรู้วงกว้าง ด้วยวิธีการที่น่าสนใจมากพอ ก็จะทำให้คนเห็นว่า รัฐบาล มีน้ำยา มีผลงานเหมือนกัน 

       อีกอย่างที่สำคัญ การสื่อสารต้องสร้างความเข้าใจให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม รู้วิธีการพูด การนำเสนอสำหรับคนแต่ละกลุ่ม ไม่ใช่ทุกอย่างที่ออกมาต้องเป็นทางการไปทั้งหมด 

     ดังนั้น "โฆษกรัฐบาล" จะกล้าๆ กลัวๆ ตัวเองจะบอบช้ำ คงไม่ใช่ ไม่เช่นนั้น "นายกฯ" และ "รัฐบาล" จะยิ่งบอบช้ำ ตกระกำลำบากกว่า

     หากการมาอยู่ตรงนี้ เพื่อรอเวลาไปเป็นเสนาบดี ตามที่หลายคนจับสังเกตได้ บางทีอาจต้องทบทวนว่ามาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ 

       ไม่ผิดหากจะฝันไกล แต่ทว่า ระหว่างทางคงต้องพิสูจน์ฝีมือกันสักหน่อย ว่าผลงานเข้าตาผู้ใหญ่ หรืออาศัยความใกล้ชิด

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :สงครามข่าวโคโรน่า รบ.แพ้หมดท่า ถึงเวลายกเครื่องทีม ปชส.