
กำหนดเกรดเฉลี่ยเพื่อสมัครเป็นอาจารย์ ... เป็นธรรมหรือไม่ ?
กำหนดเกรดเฉลี่ยเพื่อสมัครเป็นอาจารย์ ... เป็นธรรมหรือไม่ ? คอลัมน์..เรื่องน่ารู้วันนี้..กับคดีปกครอง โดย...นายปกครอง
ในการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลของมหาวิทยาลัยของรัฐ บางกรณีอาจมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องคุณสมบัติในส่วนของเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำสำหรับผู้สมัครสอบคัดเลือกไว้ด้วย ทำให้ผู้ที่มีเกรดเฉลี่ยไม่ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่มีสิทธิในการสอบคัดเลือก
บางท่านอาจรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมเพราะเป็นการกีดกันหรือตัดโอกาสผู้ที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ประเด็นนี้นับว่าน่าสนใจนะครับว่า ... มหาวิทยาลัยของรัฐจะกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำสำหรับผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกในตำแหน่งอาจารย์ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ? เพียงใด ?
เรื่องน่ารู้วันนี้กับคดีปกครอง มีคำตอบครับ !
ข้อพิพาทในคดีนี้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ซึ่งสืบเนื่องจาก...อธิการบดีได้มีประกาศมหาวิทยาลัยรับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งประเภทวิชาการ ในตำแหน่งอาจารย์ โดยเป็นการรับสมัครบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอก
แต่ประกาศดังกล่าวได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้สมัครว่า ผู้สมัครต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ ด้วย ตามมติของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลประจำมหาวิทยาลัย
นายสมพงษ์ซึ่งมีความประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกตามประกาศดังกล่าว แต่ไม่สามารถสมัครได้ เพราะตนได้คะแนนเฉลี่ยหรือเกรดเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีเพียง ๒.๓๐ เท่านั้น แต่ในระดับปริญญาเอก
ตนได้คะแนนเฉลี่ยสะสมถึง ๓.๕๐ จึงเห็นว่าตนควรได้รับสิทธิในการสมัครคัดเลือกในตำแหน่งดังกล่าว และเห็นว่าการกำหนดคุณสมบัติตามประกาศของมหาวิทยาลัยไม่เป็นธรรม เป็นการกีดกันตนโดยเฉพาะเจาะจง จึงนำคดี
มาฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนประกาศที่พิพาท และให้แก้ไขเอกสารแนบท้ายประกาศดังกล่าว โดยไม่ให้มีการระบุคะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐
ปัญหา คือ การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะในตำแหน่งประเภทวิชาการ (อาจารย์) ว่าผู้สมัครต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
ประเด็นนี้ ศาลปกครองสูงสุดท่านพิจารณาแล้วเห็นว่า คณะกรรมการบริหารงานบุคคลประจำมหาวิทยาลัย (ก.บ.ม.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวขึ้น เพื่อต้องการให้ได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สอดคล้องกับความต้องการของมหาวิทยาลัย
ประกอบกับตำแหน่งที่มีการรับสมัครเป็นตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ ซึ่งเป็นสายงานสำคัญที่ทำหน้าที่สอนและวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบัณฑิต ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก ซึ่งต้องการบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการศึกษาเป็นอย่างสูง
มหาวิทยาลัยจึงต้องการความเชื่อมั่นว่าผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกให้บรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวมีความรอบรู้ในวิชาการนั้น ๆ อย่างแท้จริง และต้องการให้มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของวิชาการที่เรียนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อให้นำความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เคยศึกษามาไปใช้ในการสอนและวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำเกี่ยวกับผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการสอนและวิจัยของมหาวิทยาลัยตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการผลิตบัณฑิตให้ได้รับการศึกษาอย่างดียิ่งเป็นสำคัญ อันก่อให้เกิดผลดีต่อประโยชน์สาธารณะ อีกทั้งเป็นการกำหนดคุณสมบัติที่ใช้เป็นการทั่วไป มิได้กำหนดเพื่อเป็นการกีดกันผู้ฟ้องคดีมิให้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นการเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด และมิได้เป็นไปตามอำเภอใจหรือโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร อันจะถือได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
ดังนั้น การที่ ก.บ.ม. มีมติกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งให้พนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ อันเป็นการใช้อำนาจตาม มาตรา ๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยที่ให้อำนาจ ก.บ.ม. ในการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งได้โดยคำนึงถึงความเที่ยงธรรมและประโยชน์สูงสุดของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ มติ ก.บ.ม. ที่พิพาท จึงเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. ๑๕๑/๒๕๖๒)
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ ... ได้แสดงให้เห็นถึงการที่มหาวิทยาลัยของรัฐมีอำนาจในการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเพื่อการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางวิชาการที่ต้องกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเพื่อความเหมาะสม เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวมีความสำคัญในการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งต้องการบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการศึกษาเป็นอย่างสูง และมหาวิทยาลัยของรัฐได้ให้ความสำคัญกับผลการศึกษาในระดับปริญญาตรีของผู้สมัคร ด้วยเหตุการศึกษาในระดับดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของวิชาการที่จะนำมาใช้ในการสอนและวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การกำหนดคุณสมบัติดังกล่าว มหาวิทยาลัยของรัฐจะต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ว่าเพื่อประโยชน์ในทางวิชาการ อันเป็นประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง มิใช่กำหนดตามอำเภอใจ
(ปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง ๑๓๕๕)



