คอลัมนิสต์

แบ่งแยกแล้วปกครอง กลยุทธ์ทหารเก่าคุม 4 ก๊ก  พปชร.

แบ่งแยกแล้วปกครอง กลยุทธ์ทหารเก่าคุม 4 ก๊ก พปชร.

25 ธ.ค. 2562

หลังเลือก กก.บห.พรรคใหม่ ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรแต่หากมองลึกลงไป แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ หรือ 2 กลุ่มเดิมและอีก 2 กลุ่มใหม่ ตามกลยุทธ์แบ่งแยกแล้วปกครอง

          การประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2562 ของพรรคพลังประชารัฐ ดูเหมือนจะมีอะไรตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรตื่นเต้น เมื่อตำแหน่งสำคัญอย่าง "หัวหน้า" และ "เลขาธิการพรรค" ยังเป็นคนเดิม

        จะมีเพิ่มเติมก็คือการเกลี่ยสัดส่วน "กรรมการบริหารพรรค" ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกภาค รวมแล้ว 34 คน แต่หากจำแนกกันจริงๆ สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ หรือ 2 กลุ่มเดิม และอีก 2 กลุ่มใหม่ 

     โดย "ก๊วนสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ประกอบด้วยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชวน ชูจันทร์ ผู้ขอจดจัดตั้งพรรค กลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นสายบุ๋น ถนัดงานบริหารและนโยบายโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจของพรรค 

      ขณะที่ "ก๊วนสามมิตร" ประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และรองประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ  นายสุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร ซึ่งกลุ่มนี้เปรียบเสมือนนักรบที่มีส.ส.ในสังกัดมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในพรรค

แบ่งแยกแล้วปกครอง กลยุทธ์ทหารเก่าคุม 4 ก๊ก  พปชร.

       "ก๊วนกทม." หรือ "อดีตแกนนำกปปส." ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. นายสกลธี ภัทธิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ที่ถือว่าลงทุนลงแรงลงถนนไล่ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" จนได้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามา และกลุ่มนี้ถือว่าเป็นคนใกล้ชิดเป็นสายตรงกับบิ๊กรัฐบาล

      ส่วน "ก๊วนวิรัช-เสี่ยเฮ้ง" ที่เพิ่งจะมีบทบาทมากขึ้นภายในพรรค หลังจากฟอร์มรัฐบาล กระทั่งเปิดสภาฯ นำโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธานส.ส.พรรค นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์  นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส กลุ่มนี้ถือว่ามีบทบาทหลักในสภาทันเกม แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้

       เช่นเดียวกับ "ก๊วนธรรมนัส" ที่เพิ่งจะเข้ามามีบทบาทในกรรมการบริหาร ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.พะเยา นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ยกเว้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีบทบาทในพื้นที่ภาคเหนือ และว่ากันว่ามักจะรับอาสาภารกิจพิเศษต่างๆ

      และกลุ่มก๊วนย่อยอื่นๆ ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ตัวแทนกลุ่มเพชรบูรณ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม ตัวแทนบ้านใหญ่บางแสน นายสุพล ฟองงาม ตัวแทนกลุ่มอุบลราชธานี นางประภาพร อัศวเหม ตัวแทนกลุ่มปากน้ำ นายนิพันธ์ ศิริธร ตัวแทนกลุ่มส.ส.ภาคใต้ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

แบ่งแยกแล้วปกครอง กลยุทธ์ทหารเก่าคุม 4 ก๊ก  พปชร.

       หากพิจารณาจากสัดส่วนใน 4 กลุ่มหลัก เรียกว่าถือดุลอำนาจไม่แตกต่างกัน จะแตกต่างก็ตรงบทบาทความรับผิดชอบในเนื้องาน

       การที่ระบุเหตุผลในการเพิ่มกรรมการบริหารครั้งนี้เพื่อรับมือการเมืองที่เข้มข้นในปี 63 รวมถึงเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะในระดับ อบจ. และ ผู้ว่าฯกทม.

      อย่างไรก็ตาม เหตุผลหนึ่งที่ปฏิเสธยาก คือ การแก้ปัญหาศึกในของคนกันเอง ที่มีมาตั้งแต่ "พลังประชารัฐ" ก่อกำเนิดขึ้น และนับวันรอยร้าวยิ่งยากจะประสาน แม้แกนนำหลายสายจะพยักหน้าไปในทำนองเดียวกันว่า บรรยากาศในพรรคเป็นไปด้วยดี เมื่อบรรดาแกนนำปรับความเข้าใจกันได้ แต่ก็อาจมีแค่บางคนเท่านั้น

       ในทางการเมือง คำว่า "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร" ยังคงใช้ได้กับการเมืองทุกสมัย หรือแม้แต่คำว่า "ไม่มีศัตรูแท้และมิตรถาวร"

        การมีอยู่ของ 4 ก๊กหลักๆ ใน "พลังประชารัฐ" ก็อาจเป็นรูปแบบการปกครองสไตล์ทหารเก่าของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค คือ "แบ่งแยกแล้วปกครอง" 

       เพราะรู้ดีว่าถึงทำอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะทำให้ลูกพรรคแต่ละกลุ่มสมานฉันท์จับมือแท็กทีมกันได้อย่างแท้จริง ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ และแทนที่จะหักกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดออกไป มีแต่พรรคจะเป๋ เพราะทุกกลุ่มมีความสำคัญกับพรรค ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น การเชิดหน้าชูตา ให้แต่ละกลุ่มมีบทบาท ความสำคัญ จึงน่าจะทำให้ทุกฝ่ายพอใจ แต่ต้องสยบยอมขึ้นตรงกับ "บิ๊กป้อม" คนเดียว ส่วนแต่ละกลุ่มจะฟาดฟันกันเองอย่างไร ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา