
พปชร.กับแต้มต่อทางการเมือง
พปชร.กับแต้มต่อทางการเมือง โดย... ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น
แม้ยามนี้สังคมรับรู้กันแล้วว่าไม่กี่วันข้างหน้าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะบังเกิดในคดีที่กกต.เสนอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่เพราะกรณีหัวหน้าพรรคให้กู้เงิน 191.2 ล้านบาทที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งเกมการศึกษาแนวทางแก้ไข "รัฐธรรมนูญฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” นั้น หลากพรรคสะท้อนมุมมองออกมาบ้างแล้วในรัฐสภาว่าข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้างดังที่ฝ่ายต้องการรื้ออ้างว่าการเมืองวุ่นในวันนี้และจะยิ่งพันลึกไปกว่าเดิมในวันหน้าหากไม่มีการแก้ไข
สองประเด็นข้างต้นมีความเชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐอย่างเลี่ยงมิได้..
ประเด็นแรก การยุบพรรคสีส้ม หากมองผลในวันข้างหน้าจากการกระทำของพรรคสีส้มนั้น ผลบวกที่พปชร.น่าจะได้รับคือสลายหนึ่งในแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านไปได้ การทาบทามงูเห่าสีส้มที่วางมัดจำกันไว้ล่วงหน้ามาร่วมงานเพื่อเพิ่มคะแนนเสียงให้ขั้วเรือเหล็ก
การยุบพรรคสีส้มคือปัจจัยที่คนในพปชร.หวังว่าจะได้ทาบทามกำลังเสริมได้หลายส.ส. แต่เช็กกระแสเบื้องต้นมีไม่กี่คนจากอนค.จะไปอาคารปานศรีที่วางมัดจำใจไว้ล่วงหน้า..เว้นแต่เพิ่มเงื่อนไขเรียกกำลังพลเพิ่ม...
ประเด็นที่สอง การแก้กติกาหลักนั้น ประเมินแล้วการแก้ไขน่าจะโดนคว่ำเพราะรู้กันทั่วแล้วว่าเก้าอี้ประธานกมธ.วิสามัญศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นโควตาของพปชร. และเมื่อมองจำนวนกมธ.วิสามัญชุดนี้ที่มาจากตัวแทนครม. ตัวแทนพรรครัฐบาลและตัวแทนพรรคฝ่ายค้านนั้น “เสียง” ของฝ่ายตรงข้ามเรือเหล็กน้อยกว่า ดังนั้นเมื่อ "ศึกษา” แล้วเสร็จ โอกาสที่จะเปิดทางให้มีการ "แก้ไข" น่าจะน้อยยิ่งกว่าน้อย ไหนจะมีด่านที่สองคือ ส.ว.ที่รับรู้กันแล้วว่าที่มาที่ไปของสภาสูงชุดนี้มาจากไหน และจะยอมเดินตามแนวทางที่สภาล่างขับเคลื่อนง่ายๆ เชียวหรือ...
แม้ขั้วฝ่ายค้านจะเดินเกมอีกครั้งนอกสภาเพื่อระดมกระแสสังคมให้เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะกติกาหลักฉบับนี้สร้างความวุ่นวายหลายเรื่องจนหลากปัญหาที่คนไทยประสบในยามนี้มิได้รับการแก้ไข
แต่มองลึกๆ แล้ว สังคมส่วนใหญ่ยังนิ่งกับสิ่งที่ขั้วฝ่ายค้านขยับ เพราะภาวะเศรษฐกิจซึมยาวเช่นนี้มันทำให้ชาวบ้านแทบไร้ความตื่นตัวกับปรากฏการณ์ของขั้วฝ่ายค้าน และแทบไร้ความหวังกับนักการเมืองที่จะฝากผีฝากไข้ไว้ได้
อาการที่ชาวบ้านระอานั้น คนบนเรือเหล็กและส.ส.พรรคพลังประชารัฐทราบดี แต่ยังขยับอะไรไม่ได้เต็มที่เพราะเพียงแค่ประคองตัวไม่ให้ทรุดไปตามจังหวะการเมืองก็เหนื่อยแล้ว เพราะที่มาที่ไปของ “พปชร.” ทุกคนทราบดีว่าพรรคนี้แจ้งเกิดบนถนนการเมืองด้วยการระดมคนหลากพรรคหลายสีมาชุมนุมกันที่อาคารปานศรี ท่ามกลางข้อครหาจากสังคมว่า เป็นพรรคเฉพาะกิจที่ขึ้นโครงมาเพื่อสานเจตนาการเมืองของ 3 ป. หลังขอเวลาอีกไม่นานในการปฏิรูปประเทศ เพราะหลายภารกิจในช่วงห้าปีที่คสช.ยึดอำนาจไว้นั้นยังไม่สะเด็ดน้ำและต้องสานต่อด้วยการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง
“กติกาหลัก” ที่ทำให้พปชร.สามารถแซงพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งครม.เรือเหล็กได้ด้วยเสียงปริ่มน้ำนั้น ใครหลายคนก็มองกันออกว่า เวลาที่คีย์แมนพปชร.ใช้ในการประสานหลายพรรคมาร่วมขึ้นเรือเหล็กนั้น สารพันข้อต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลและการกลืนเลือด รวมทั้งศึกแย่งเก้าอี้เสนาบดีทั้งในและนอกพรรคนั้น มีมากเพียงใด หลายคนในพปชร.รู้กันดี และส่งผลให้การเดินเกมของพปชร.ต่างมีเข็มมุ่งการเมืองแบบ "ทางใครทางมัน”
และกติกาหลักนี้เองเป็นเสาหลักซึ่งบุคคลระดับ "ตัวจริงเสียงจริง” ซึ่งบัญชาเกมของพปชร.หลังม่านใช้คอนโทรลจังหวะการเมืองจะปล่อยให้มีการแก้ไขเพื่อปลดล็อกการเมืองได้ง่ายๆ เชียวหรือ... ละครการเมืองในเรื่องแก้กติกาหลักน่าจะเป็นเพียงละครสั้นคั่นเวลาเท่านั้น!
แต่ที่น่าพินิจคะแนนนิยมพปชร. คือชาวบ้านเริ่มทวงสัญญาจากรัฐบาลตามที่พปชร.โปรยยาหอมไว้เมื่อก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้งคือ
1.ข้าวเปลือกต้องได้เกิน 10,000 บาทต่อตัน
2.ข้าวหอมมะลิต้องได้เกิน 18,000 บาทต่อตัน
3.ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท
4.ค่าแรงขั้นต่ำ 400 ถึง 425 บาท
5.ปริญญาตรีเงินเดือน 20,000 บาท
6.อาชีวะเงินเดือน 18,000 บาท
7.มารดาประชารัฐตั้งครรภ์เดือนละ 3,000 บาท ค่าคลอด 10,000 บาท ดูแลเด็กเดือนละ 2,000บาท
8.ยกเว้นภาษีแม่ค้าออนไลน์สองปี
9.อ้อย 1,000 บาทต่อตัน
10.ปาล์ม 5 บาทต่อกิโลกรัม
11.ยางพารา 65 บาทต่อกิโลกรัม
ยาหอมที่โปรยไว้คล้ายไม่มีอะไรคืบเพราะงบประมาณไม่พอและบางกระทรวงนั้นพปชร.ไม่ได้ไปกำกับแต่จะแก้อย่างไรให้รอด...น่าคิดเพราะมองความจริงแล้วลำบากหนักหากจะผลักดันสิ่งที่โปรยยาหอมไว้แก่สังคมได้ลุล่วง
ไหนจะพะวงการลุ้นเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่น กำแพงเพชร สมุทรปราการ อีกว่าจะชิงพื้นที่และปักธงเพื่มได้หรือไม่ เพราะหนึ่งส.ส.สำคัญยื่งนักต่อพปชร.
ไหนจะลุ้นว่าคดีฟาร์มไก่ของปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ที่ตอนนี้ยังโดนกระหน่ำจากสังคมว่าสองมาตรฐาน...
ตรงนี้คือโจทย์ใหญ่ที่พปชร.ต้องแก้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นอาการเอวังอาจมาก่อนกาล!



