
งูเห่า วอร์มอัพ รับศึกซักฟอกไม่ไว้วางใจ รบ.
หลายคนจ้องไปที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่กำลังจะเข้าสภากลางเดือนหน้าว่า งูเห่า จะโผล่ แต่ไฮไลต์จริงคือศึกซักฟอกไม่ไว้วางใจรบ.ที่ถึงคิวต้องเรียก งูเห่า มาแผลงฤทธิ์
ถามกันมาตลอดว่าจริงๆ แล้ว ส.ส.ฝ่ายค้านที่เป็น ”งูเห่า” มีจริงหรือไม่ เพราะนับตั้งแต่เปิดสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การโหวตเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการโหวตญัตติต่างๆ ดูคะแนนแล้วก็ชวนให้เชื่อได้ว่า “งูเห่า” มีอยู่จริง
ขนาดที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ถึงขนาดออกปากว่ามีความพยายาม"เพาะฟาร์มงูเห่า" มานานแล้ว
ว่ากันว่า.. จำนวนที่ถูกพูดถึงว่าเป็นงูเห่ามีประมาณ 20 เสียง โดยสัดส่วนคนของพรรคเพื่อไทย อาจจะมีมากกว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ สักหน่อย แต่ที่ผ่านมายังไม่ค่อยเห็นออกมาเพ่นพ่านให้ตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่
จึงมีการจับตากันว่า วาระสำคัญที่งูเห่าจะชูคอแผ่แม่เบี้ย ก็ในตอนโหวต “ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 63” กลางเดือนต.ค.นี้
ถ้ามองอีกมุม เมื่อดูแนวโน้มความเป็นไปได้แล้ว การโหวต พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่เฉพาะรัฐบาลเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ฝ่ายค้านเองก็ได้อานิสงส์ไปด้วย สามารถของบแปรญัตติลงพื้นที่ ไม่ได้อดอยากปากแห้งขนาดนั้น ฝ่ายค้านคงไม่คิดรีบคว่ำรัฐบาลในเร็ววันนี้แน่ สู้สะสมสรรพกำลังไประยะหนึ่งก่อน ค่อยเผด็จก็ยังไม่สาย
นอกจากนี้ การโหวต “พ.ร.บ.งบประมาณฯ” ที่เป็นวาระสำคัญ ถ้าฝ่ายรัฐบาลยกมือกันครบทุกคน ก็ไม่ต้องสนใจว่าฝ่ายค้านจะมีเท่าไหร่ ถึงอย่างไรก็ไร้ปัญหาผ่านไปได้ฉลุย ไม่ต้องเหนื่อย"หมองู"จากฟากรัฐบาลต้องออกแรงเรียกงูเห่าออกมา
ดังนั้น ไฮไลต์ที่น่าจับตาจริงๆ คือ ญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตรงนั้นเองที่ถึงคิวต้องเรียก"งูเห่า"ออกมาแผลงฤทธิ์ ด้วยความที่รัฐมนตรีหลายคนเป็นส.ส. การโหวตให้ตัวเองไม่สามารถทำได้ ก็สุ่มเสี่ยงจะเพลี้ยงพล้ำหน้าคะมำเอาได้
ถ้าเป็นแบบนั้นถือว่าช่วงที่ผ่านมา การโหวตญัตติต่างๆ ที่คะแนนฝ่ายค้านหดหายไปนั้น เป็นการวอร์มอัพของบรรดา “งูเห่า” หรือเป็นการเช็กขุมกำลังของ"หมองู"ว่ายังคอนโทรล"งูเห่า"ได้แค่ไหนหรือไม่ เพื่อเตรียมรับศึกจริงอย่างการเปิดซักฟอก
ขณะเดียวกัน นับตั้งแต่มีเสียงล่ำลือว่าฟาร์มงูเบ่งบาน หลายคนพยายามแกะรอยว่า “งูเห่า” ที่ว่า มีจริงหรือไม่
มีเสียงแว่วมาว่า มีการเช็กคะแนนโหวตในบางญัตติ งูเห่าที่ว่ามีจำนวนเท่านั้นเท่านี้ แต่พอนับกันจริงๆ ก็ไม่เป็นไปตามนั้น กลายเป็นงูล่องหนไปเสียอย่างนั้น
หรือเป็นแท็กติกของ “งูเห่า” ที่โผล่บ้างไม่โผล่บ้างเพื่อไม่ให้ถูกจับไต๋ได้หรือไม่ หรือจะเป็นอย่างที่บางคน โจทย์ขานว่า หมองูที่อาสารับหน้าที่ต่อท่อน้ำเลี้ยง เกิดทำรั่วหล่นระหว่างทางจนส่งไปไม่ถึงตัวงูหรือไม่อย่างไร “หมองู” และ “งูเห่า” เท่านั้นที่รู้
เมื่อศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาถึง คงเห็นกันว่ามี “งูเห่า” จริง หรือมีแค่"เงางู"กันแน่
แต่ที่รู้ๆ ในภาวะเสียงปริ่มน้ำแบบนี้ “งูเห่า” ชอบนักล่ะ และอาจจะชอบจนอยากให้รัฐบาลอยู่ครบเทอมด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็การันตีว่าถ้ารัฐบาลอยู่นาน “งูเห่า” ก็จะยิ่งอ้วนท้วนสมบูรณ์ และเมื่อครบเทอมหรือถึงเวลาก็ค่อยลอกคราบไปหาเสียงกันใหม่



