คอลัมนิสต์

เตรียมระดมพล...ทวงสัญญา ค่าแรง400บาท

เตรียมระดมพล...ทวงสัญญา ค่าแรง400บาท

25 ก.ย. 2562

โดย...  ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

 

 

 

          ค่าแรงขั้นต่ำ “400 บาท” เป็นหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายช่วงหาเสียงเลือกตั้งของ “พรรคพลังประชารัฐ” เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นแกนนำพรรครัฐบาล กลับทำหูทวนลมอ้างมีหลายฝ่ายคัดค้าน ขณะที่ฝ่ายเครือข่ายแรงงานเตรียมระดมพลทวงสัญญาทั่วประเทศ...

 

 

          ย้อนไปช่วงก่อนวันเลือกตั้งไม่กี่อาทิตย์ “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศเทหมดหน้าตักให้คำสัญญาผ่านสื่อทุกแขนงว่า หากได้รับเลือกตั้งจะ "ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 เพิ่มเงินเดือนวุฒิปริญญาตรี 20,000 ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10%" ตบท้ายด้วยสโลแกน “รวยด้วยความสงบ รวยด้วยความสุข และรวยด้วยความหวัง”


          เมื่อถูกนักข่าวรุมถามว่า ทำได้จริงหรือครับท่าน ?
          แกนนำพรรคเรียงหน้าออกมายืนยันว่า พรรคนี้ “ไม่มั่ว” เพราะวางแผนเพิ่มรายได้ของภาครัฐและแหล่งที่มาของเงินเพื่อดำเนินนโยบายหาเสียงข้างต้นเรียบร้อยแล้ว โดยจะปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีแบบบูรณาการ 3 แสนล้านบาท และเรียกเก็บภาษีผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ 4 หมื่นล้าน และหาวิธีลดภาระงบประมาณในด้านต่างๆ เชื่อว่าจะมีเงินเพิ่มกว่า 1.24 ล้านล้านบาท เพียงพอมาจ่ายตามนโยบายหาเสียงอย่างแน่นอน พร้อมกล่าวย้ำว่า ข้อเสนอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน จะไม่กระทบผู้ประกอบการและนักลงทุน เพราะทำควบคู่กับการพัฒนาฝีมือแรงงาน


          หากใครสนใจไปเปิดย้อนอ่านในสื่อออนไลน์ได้ เพราะ “อุตตม สาวนายน” ย้ำหลายครั้งบนเวทีหาเสียงว่า

 

 

 

เตรียมระดมพล...ทวงสัญญา ค่าแรง400บาท

 


          “ประเทศไทยถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในโลก คนไทยต้องหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลาง ค่าแรงขั้นต่ำจะอยู่ที่ 400-425 บาท เงินเดือนวุฒิปริญญาตรี 20,000 บาทต่อเดือน วุฒิอาชีวะ 18,000 บาทต่อเดือน ที่ผ่านมา 20 ปี การปรับค่าแรงให้ทันกับค่าครองชีพไม่ค่อยเกิดขึ้น เรื่องพวกนี้จะดูแลให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่เหมาะสมได้ และพรรคมีมาตรการเพิ่มทักษะแรงงาน จะไม่ให้กระทบกับการลงทุน จะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการลงทุน เพราะมีแรงงานที่มีทักษะสูง เป็นแรงงานที่มีค่าตัวแพง ผู้ประกอบการจะเห็นคุณค่าตรงนี้ทันที และเป็นตัวดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศด้วย”

 



          ด้าน “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ก็กล่าวย้ำเช่นกันว่า นโยบายขึ้นค่าแรงไม่ใช่ประชานิยม เพราะประชานิยมคือสิ่งที่เป็นแรงจูงใจในระยะสั้น แต่พรรคจะเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันทั้งระบบเพื่อยกระดับเอสเอ็มอี ยกระดับผู้ใช้แรงงาน และไม่ทำร้ายผู้ประกอบการ แต่จะเกิดประโยชน์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งไม่กระทบราคาสินค้าและส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ


          ทำเอาชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำมีความหวังและฝันหวานไปกับค่าแรง 400 บาท รีบเข้าคูหาหย่อนบัตรเลือกพรรคนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน


          แต่หลังจากเป็นแกนนำรัฐบาลได้กี่เดือน คำสัญญาหาเสียงข้างต้นก็ถูกลืมเลือน เมื่อโดนทวงถามก็อ้างว่า ฝ่ายนายจ้างยังไม่พร้อม ฝ่ายธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศยังไม่เห็นด้วย ฯลฯ คำอ้างเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาผ่านสื่อมวลชนเป็นระยะๆ

 

 

 

เตรียมระดมพล...ทวงสัญญา ค่าแรง400บาท

 


          เมื่อตัวแทนแรงงานขอเข้าพบ “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” รมว.แรงงาน เพื่อทวงถามสัญญาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามที่หาเสียง ก็ได้รับคำตอบว่ารัฐบาลจะทยอยปรับให้ ส่วนปรับขึ้นเท่าไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และข้อตกลงของคณะกรรมการค่าจ้าง อาจต้องรอถึงต้นปีหน้า พร้อมกระซิบว่า นโยบาย 400 บาทเป็นของพรรคอื่น ส่วนพรรคตนเป็นพรรคเล็กแค่ 5 เสียง ไม่มีเพาเวอร์อะไรมากนัก


          จากนั้นไม่นานช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวแทนนายจ้าง เช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรม โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ นัดกันออกมาคัดค้านว่า ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท จะส่งผลสะเทือนต่อธุรกิจทั้งระบบ รัฐบาลต้องทบทวนให้ดี ไม่เช่นนั้นจะซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำ พร้อมขู่ว่าช่วงนี้ค่าเงินบาทกำลังแข็งตัว บริษัทต่างชาติกำลังวางแผนย้ายฐานการลงทุนเพราะกลัวว่าต้นทุนค่าแรงเป็นภาระและอุปสรรคในการแข่งขัน


          “สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย” ประกาศว่าจะกระทบธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5 หมื่นราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีคนงาน 10-50 คน ประมาณ 3 หมื่นรายอาจไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนค่าแรงได้ สอดคล้องกับตัวแทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ออกมาชี้ถึงผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ที่เพิ่มทันทีร้อยละ 10-20 หากนายจ้างบริษัทสู้ไม่ไหว คงต้องลดจำนวนคนงานหรือใช้เครื่องจักรแทน


          เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 มีการประชุม “คณะกรรมการค่าจ้างกลาง” หรือ “บอร์ดค่าจ้าง” ผลปรากฏว่ายังไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยอ้างภาวะทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในช่วงชะลอตัว อาจส่งผลกระทบวงกว้างต่อนายจ้างและลูกจ้างทั่วประเทศ รวมถึงแรงงานเพื่อนบ้านจากพม่า ลาว กัมพูชา ที่จะได้อานิสงส์จากการขึ้นค่าแรงด้วย

 

 

 

เตรียมระดมพล...ทวงสัญญา ค่าแรง400บาท

 


          ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราเดียวกันทั่วประเทศ 400 บาทต่อวัน จะทำให้นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มประมาณเดือนละ 2 หมื่นล้านบาท


          ในทางตรงข้าม ตัวแทนแรงงานชี้ว่า “ขึ้นค่าแรง” คือการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด !
          “สาวิทย์ แก้วหวาน” ที่ปรึกษาคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ให้ข้อมูลว่า ทางเครือข่ายแรงงานกำลังเตรียมจัดเวทีใหญ่ เพื่อทวงสัญญาหาเสียงจากรัฐบาล เพราะประกาศชัดเจนในตอนนั้นว่าจะขึ้นให้มากกว่าวันละ 400 บาทแน่นอน ทำให้ได้ใจคนทำงานทั่วประเทศ


          “อยากให้ช่วยกันมองความเป็นจริงว่า ค่าครองชีพทุกวันนี้ ค่าแรงวันละ 300 บาท คนงานจะมีชีวิตอยู่ได้ไหม แค่ค่ารถ ค่าอาหาร 3 มื้อ ก็แทบไม่เหลือแล้ว และถ้าต้องเลี้ยงเมียเลี้ยงลูก เลี้ยงครอบครัวจะอยู่ได้อย่างไร เคยมีการคำนวณว่าค่าจ้างรายวันขั้นต่ำที่เหมาะสมกับค่าครองชีพคือ 500-600 บาท”


          ตัวแทนแรงงานข้างต้นอธิบายต่อว่า การเพิ่มค่าแรงคือการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่ดีที่สุด เนื่องจากคนงานทั่วประเทศหลายสิบล้านคนได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น หมายถึงการมีเงินเอาไปจับจ่ายใช้สอย เงินหมุนเวียนในกลุ่มเอสเอ็มอี เมื่อผลิตสินค้ามาก็ต้องการคนซื้อ รัฐบาลไม่ควรคาดหวังกับพวกเมกะโปรเจกต์ เพราะโครงการขนาดใหญ่คนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป ดูตัวอย่างจากประเทศจีน กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการสนับสนุนการค้าขายของคนเล็กๆ ในประเทศ ค่าแรงขั้นต่ำขยับขึ้นตลอด ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น ดีกว่านโยบายลดภาษีที่ไม่เห็นผลชัดเจนนัก


          “แต่ที่ต้องอยากถามคือ สัญญาหาเสียงว่าจะให้ค่าแรงไม่ต่ำกว่า 400 บาท แล้วพอได้เป็นรัฐบาลมาอ้างโน่นอ้างนี่ แบบนี้เรียกว่าหลอกลวงประชาชน การไปอ้างหอการค้าหรือกลุ่มธุรกิจ พวกนี้คัดค้านมาตลอดอยู่แล้ว ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรพูดเป็นนโยบายหาเสียง เครือข่ายแรงงานทั่วประเทศกำลังช่วยกันคิดวางแผนเคลื่อนขบวนทวงถามสัญญา คาดว่าไม่เกินเดือนตุลาคม จะมีรายละเอียดมากขึ้น” สาวิทย์กล่าว


          ล่าสุด กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรีและองค์กรเครือข่ายผู้หญิงทำงาน จัดเวทีอ่านแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่ได้กำหนดโครงสร้างค่าจ้างชัดเจน ทำให้คนงานหญิงในโรงงานบางแห่ง ที่ทำงานหนักมานานกว่า 20 ปี ยังได้รับแค่วันละ 300 บาทตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พร้อมแสดงข้อมูลตัวเลขที่น่าสนใจว่า

 

 

 

เตรียมระดมพล...ทวงสัญญา ค่าแรง400บาท

 


          ปี 2558 มีคนไทย 7 ล้านคนยังมีชีวิตใต้เส้นความยากจน ปี 2559 ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและอินเดีย และคนไทยมากกว่า 3 ใน 4 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใดเลย ส่วนโฉนดที่ดินร้อยละ 61 ตกอยู่ในมือคนเพียงร้อยละ 10 ยิ่งไปกว่านั้นเปรียบเทียบชั่วโมงทำงานที่เท่ากัน ผู้ชายได้ค่าตอบแทนโดยเฉลี่ย 100 บาท ผู้หญิงได้เพียง 87 บาท


          อยากให้รัฐบาลตั้งสติให้ดี โดยเฉพาะแกนนำพรรคพลังประชารัฐที่ย้ำคำหาเสียงเลือกตั้งมาตลอดว่า คนไทยต้องหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ค่าแรงขั้นต่ำจะอยู่ที่ 400-425 บาท ผ่านมา 20 ปี การปรับค่าแรงให้ทันกับค่าครองชีพไม่ค่อยเกิดขึ้น


          เมื่อทำสัญญากับประชาชนทั่วประเทศไปแล้ว จะมากลับคำ อ้างว่าฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ไม่พร้อม ระวังจะโดนประณามว่าเป็น “รัฐบาลศรีธนญชัย”


          อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เครือข่ายแรงงานทั่วไทย จะเคลื่อนขบวนทวงสัญญา “นโยบาย 400 บาท” อย่างไร คงต้องรออย่างลุ้นระทึก !