คอลัมนิสต์

อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

06 มี.ค. 2552

หลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องเริ่มทำงานอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะดูแนวโน้มแล้วผลกระทบจากนอกประเทศจะยังไม่สิ้นสุด ผลต่อเนื่องจะทำให้หลายกิจการต้องปิด

เลิกจ้างพนักงาน ทำให้ตัวเลขการว่างงานและอาชญากรรมเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะเศรษฐกิจหดตัว อำนาจการซื้อของประชาชนโดยรวมอ่อนลง เพราะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ยังมืดมน
 รัฐบาลยังคงเผชิญปัญหาการเมือง และการก่อกวนทั้งในสภาและแรงกดดันโดยกลุ่มการเมืองซึ่งจงรักภักดีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งเจ้าตัวยังพยายามใช้วิธีโฟนอิน หว่านล้อมชาวบ้านในเมืองและชนบท โดยไม่ยินยอมให้รัฐบาลปัจจุบันได้มีสมาธิแก้ปัญหาเพื่อให้บ้านเมืองรอดพ้นวิกฤติ เพราะความสำเร็จของรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์เท่ากับเป็นความตกต่ำ เสื่อมถอยของผู้ถูกตราประทับว่าเป็นนักโทษหนีคุก และคดีอาญาซึ่งรอการพิจารณาในศาล
 การหมกมุ่นกับ “ปัญหาทักษิณ” นั้นทำให้ประชาชนไม่สบายใจ เพราะเป็นการให้ความสำคัญต่อบุคคลหนีคดีมากเกินไป ทั้งๆ ที่รัฐบาลกุมอำนาจรัฐ มีกลไกพร้อมในการจัดการ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการใช้สื่อของรัฐไม่เพียงพอต่อการให้ความกระจ่างแก่ประชาชนในผลงานของรัฐบาล และความเลวร้ายของการบริหารบ้านเมืองในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ทำให้โครงสร้างของประเทศอยู่ในสภาพทรุดโทรม สภาวะแวดล้อมโดยรวมทำให้สังคมไม่น่าอยู่ ปัญหาด้านศีลธรรม การทุจริต การเอารัดเอาเปรียบประชาชนโดยระบบธุรกิจทุนนิยมให้ความโลภนำหน้าโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายบ้านเมือง
 การไม่ใช้กลไกของรัฐแก้ไขปัญหา เช่นให้องค์กรตำรวจดำเนินคดีกับทุกฝ่ายซึ่งละเมิดกฎหมาย เพราะตำรวจถูกมองว่ายังอิงกับการเมือง อำนาจเก่า และเลือกปฏิบัติ เป็นเพราะเครือข่ายถูกวางไว้โดยกลุ่มการเมืองในยุครัฐบาลทักษิณนั่นเอง ทำให้เห็นว่ารัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ยังขาดความกล้าหาญในการเร่งกำจัดอุปสรรคซึ่งทำให้การแก้ปัญหาบ้านเมืองล่าช้า หรือไม่ได้ผลเต็มที่
 แม้จะมีผลงานประทับใจประชาชนในเวลาอันสั้นก็ตาม การขาดงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้เหมาะสมกับเวลา ทำให้รัฐบาลถูกมองว่าไร้ความสามารถในการจัดการเรื่องต่างๆ ด้วยความเด็ดขาด เพราะองค์สำคัญหลายแห่งยังมีตัวแทนกลุ่มอำนาจเก่าแสวงหาผลประโยชน์ โดยย่ามใจว่ารัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่กล้าจัดการสะสางนั่นเอง
 ต้องไม่ลืมบทเรียนเก่าสมัยรัฐบาลชวน ซึ่งสร้างรากฐานใหม่ในการแก้ปัญหาจากพิษต้มยำกุ้ง เมื่อขาดงานประชาสัมพันธ์ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ความสำเร็จ จึงถูกครอบงำโดยกลุ่มการเมืองซึ่งมีระบบจัดการโฆษณาชวนเชื่อ และการปลุกระดมโดยใช้ข่าวสาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายเพราะการทุจริตภายหลังรัฐบาลชวนพ้นจากอำนาจ
 รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์รับรู้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าในยุคหลังการลดค่าเงินบาท หากยังเพิกเฉย ปล่อยวาง มัวแต่ไปพัวพันกับปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ ผลสุดท้ายอาจอยู่ในสภาพเสื่อมเช่นเดียวกับยุครัฐบาลชวนก็ได้