
ศึกล้างอายแทนนาย
ในที่สุดฝ่ายค้านผสมแค้นตัดสินใจหนุนหลัง ดร.เหลิม บางบอน เป็นหัวหอกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเด็กมาร์ค ทั้งๆ ทำงานมาได้เพียง 2 เดือนกว่า และยังวางตัวให้ ดร.เหลิมเป็นผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกด้วย
นับเป็นความทะเยอทะยานไม่ประมาณตัวเอง โบราณว่า “แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนา ทำไม่ได้” ดร.เหลิมคิดอย่างไรจึงเสนอตัวท้าชิง แถมยังยอมสารภาพว่าพร้อมเป็นนายกฯ แต่ไม่พร้อมเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ได้ยินแบบนี้ แกนนำ ลูกพรรค น่าจะถามตรงๆ แบบจ้องหาเรื่อง ว่าการเป็นหัวหน้าพรรคนั้นเสียหายอย่างไร เป็นความเสื่อมเกียรติ อัปยศอดสูต่อวงศ์ตระกูล หรือเป็นตำแหน่งด้อยค่าจนไม่มีใครอยากจะรับ
หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน “เสี่ยยงยุทธ วิชัยดิษฐ” โดนยัดเยียด หรือเต็มใจรับก็ไม่รู้ แต่พอออกปากอยากลาออก ก็ถูกห้าม เพราะหาคนแทนไม่ได้
นั่นยิ่งทำให้ชาวบ้านสงสัยว่าการเป็นหัวหน้าพรรค จะเป็นกาลกิณีต่อตัวเอง อนาคตไม่รุ่ง เสี่ยงต่อการโดนยุบพรรค เป็นแฮตทริก โดนแช่เย็น 5 ปี
อันที่จริงเรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก เป็นหัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของพวกเสือหิว หมาโหย กินไม่ยอมอิ่ม มีข้อเรียกร้องต่อรองไม่สิ้นสุด น่ารำคาญ ถ้าไม่มีเงินย่อมลำบากในการสร้างบารมี ได้ใจลูกพรรค
การเป็นหัวหน้าพรรค เป็นการหาหัวใส่หัว เอากระดูกมาแขวนคอ ไม่มีผลตอบแทนด้านการเงิน ต้องเป็นนายแสนดีวจีไพเราะกับลูกพรรค
แต่เป็นนายกฯ ไม่ต้องง้อลูกพรรค เข้าคิวรอหน้าห้องขอเข้าพบก็ไม่จำเป็นต้องตามใจ เดินสวนขึ้นลงบันไดทำเป็นไม่รู้จักหรือมองไม่เห็น
หรือถ้าเห็น รู้จัก ก็ทำเป็นควักโทรศัพท์มือถือพูดคนเดียวเจื้อยแจ้ว! ฮ่า!
ถ้า ดร.เหลิมรู้จักตัวเอง ประมาณตน และสงสารประเทศชาติ ก็ไม่น่าเสนอตัวเป็นคู่ชิงนายกฯ ! “เสี่ยเหนาะ” ซากปรักหักพังของการเมืองน้ำเน่านานยังไม่เอาด้วย แล้วจะให้วิญญูชน คนมีสติปัญญายอมรับได้อย่างไร
หลับตานึก จินตนาการให้เตลิดเปิดเปิงก็ได้ สมมติว่า ดร.เหลิมได้เป็นนายกฯ จริง ต้องรับภารกิจหลัก เช่นเข้าร่วมประชุม จี-20 คุยกับผู้นำชาติอื่นๆ กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ คุยกับฮิลลารี คลินตัน
จะคุยฟุ้งภาษาอังกฤษ สเนกๆ ฟิชๆ ปนละติน เหมือนพ่นในสภา ย่อมสร้างความอับอายขายหน้าให้คนไทยทั้งแผ่นดิน การใช้ล่ามเท่ากับยอมรับว่าภาษาปะกิตที่คุยน้ำลายแตกฟองฟอดนั้น เป็นระดับสามล้อพาฝรั่งเที่ยว
แล้วจะเอาข้อมูลอะไรไปถล่มเด็กมาร์ค ซึ่งโกยคะแนนเต็มกระบุงหลังจากเป็นประธานการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน
ดร.เหลิมต้องคิดด้วยว่ายังมีการประชุมอาเซียนบวกสาม บวกหก ประเทศ ต้องเผชิญผู้นำชาติระดับโลก เราไม่ควรเป็นตัวโจ๊กให้เขาหัวร่อ
หรืองานนี้นายใหญ่สั่งมาเป็นตัวแทนล้างความอิจฉานิ ! อิอิอิ !!!



